อภิสิทธิ์ถกทูตเผยสนใจหมายจับทักษิณ
ยอมรับทูตกังวลหมายจับก่อการร้ายแต่ส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์ดี "กษิต"ลั่นให้ข้อมูลกับมอนเตเนโกรหมดเเล้ว หวังว่าจะทำตามมติธรรมาภิบาลนานาชาติ พร้อมพงศ์อัดอภิสิทธิ์ไร้ภาวะผู้นำ ให้ ทักษิณ เลือกสัญชาติไม่ได้
ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 29 พ.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการชี้แจงกับทูตต่างประเทศ หอการค้า และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ต่างๆ ว่า ประเด็นหลักๆ ที่ได้ชี้แจงทูต 3 ประเด็นคือ 1. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแนวปฏิบัติของรัฐบาล 2. มาตรการเฉพาะหน้าขณะนี้รวมทั้งการยกเลิกเคอร์ฟิวและมาตรการช่วยเหลือกลุ่มต่างๆเฉพาะหน้า และ 3. เป็นเรื่องของแผนที่จะต้องฟื้นฟูปรองดองเดินหน้าต่อไป ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเพราะทุกประเทศต้องการเห็นความสัมพันธ์ทางด้านการค้าการลงทุนและอื่นๆให้เดินหน้าไปด้วยดีและเห็นว่าเรื่องเสถียรภาพเป็นเรื่องสำคัญ
นายกฯ กล่าวด้วยว่า การพูดครั้งนี้ เป็นการพูดไปถึงอนาคตข้างหน้ามากกว่า ว่าเราอยากเห็นการสื่อสารและการทำงานที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมได้ ส่วนที่มีการซักถามมาก็เป็นเรื่องของนโยบาย การยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน การเดินหน้าแผนปรองดองจะเกี่ยวข้องอะไรกับใครบ้าง สำหรับข้อเสนอที่สะท้อนมาก็มีเรื่องการท่องเที่ยวที่เขาเห็นว่า นอกจากจะต้องฟื้นฟูแล้วจะต้องใช้การท่องเที่ยวเป็นหลักในการช่วยให้คนทุกฝ่ายทำให้ประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวจริงๆ หรือการสื่อสารที่ควรจะเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ โดยไม่ใช่การเมืองอย่างเดียว แต่จะต้องสื่อสารทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง ชาวต่างชาติและคนไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทูตประเทศต่างๆ ได้มีการซักถามถึงการเคลื่อนไหวใต้ดินของผู้ก่อการร้ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้ถาม มีแต่ถามเรื่องของคดีก่อการร้ายว่าจะเกี่ยวข้องกับใคร อย่างไร
เมื่อถามว่าได้มีการสอบถามถึงกรณีของพงต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีถามเกี่ยวกับหมายจับว่าจะเกี่ยวข้องไปถึงผู้นำอื่นๆด้วยหรือไม่เท่านั้น การสอบเหตุการณ์จะใช้เวลานานเท่าไหร่
“ผมได้ย้ำถึงบทบาทของคณะทูต และหอการค้า ว่าสำคัญมากที่จะช่วยฟื้นฟูเพราะการสร้างความเชื่อมั่นจะเกี่ยวกับการสื่อสารไปยังประชาคมโลกด้วยและในฐานะที่ท่านเหล่านั้นอยู่ในประเทศไทยก็อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างไปจากเราก็พร้อมรับฟังและนำไปปฏิบัติในการทำงาน” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สหรัฐฯได้ซักถามเรื่องแผนปรองดองอย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีการซักถามอยู่บ้างว่าจะเร่งเดินหน้าได้อย่างไร และการมีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งปัจจุบันการสอบและการประมวลเหตุการณ์ต่างๆก็มีทั้งกรรมการสิทธิมนุษยชน(กสม.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ก็ต้องทำอยู่แล้ว เนื่องจากฝ่ายค้านได้ไปร้องรัฐบาลและกองทัพ รวมทั้งคณะกรรมการอิสระที่จะต้องขึ้นมาใหม่อีกชุดหนึ่งเพราะฉะนั้นน่าจะเป็นหลักประกันความมั่นใจในความเป็นกลางของผลที่จะออกมา ซึ่งเขาก็บอกว่าอยากให้เร็ว เราก็บอกว่าจะพยายามแต่ต้องไม่ให้คนทำงานรู้สึกว่าเวลาเป็นข้อจำกัดในการค้นหาข้อเท็จจริง
ส่วนกรณีการยกเลิกเคอร์ฟิวนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้บอกไปว่าในชั้นนี้เราเลิกเคอร์ฟิว ส่วนการเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะใช้วิธีการเดียวกัน โดยให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เป็นคนรายงานในเบื้องต้นว่ามีความพร้อมหรือไม่ ส่วนในอนาคตสิ่งที่ได้ย้ำคือเรื่องของกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นกฏหมายฉบับหนึ่งที่รัฐบาลพยายามผลักดันเข้าสภาฯและตนกำลังเข้าไปดูปัญหาการนำเข้ามาของอาวุธสงคราม ซึ่งเป็นปัญหามากกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีอาวุธสงครามตกอยู่ในมือของคนที่ไม่มีสิทธิจะใช้และทำให้เกิดการสูญเสีย ตนเชื่อว่าถ้าการชุมนุมไม่มีอาวุธสงครามมาตั้งแต่ต้นเราจะไม่มีการสูญเสียเลย ดังนั้นต่อไปนี้เราต้องมานั่งดูการควบคุมอาวุธสงครามให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นจะเป็นเรื่องบทบาทของตำรวจเพราะปกติตำรวจก็ควรจะต้องมีบทบาทในการที่จะเข้ามาบริหารจัดการการชุมนุมได้
“ผมคิดว่าชาวต่างชาติเข้าใจ ความจริงเขาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดที่ผ่านมาคนของรัฐบาลก็ได้ให้ข้อมูลไปหลายครั้ง เพียงแต่ว่าผมไม่ได้พบกับคณะทูตและหอการค้าต่างประเทศมาระยะหนึ่งแล้วก็ถือโอกาสได้เล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง รวมทั้งได้มีสอบถามการเดินหน้าเกี่ยวกับการก่อการร้ายว่าจะไปเกี่ยวข้องกับใครอย่างไร ผมก็บอกว่าขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละคน ไม่ได้ไปเหมารวม และเราได้ย้ำแล้วว่า คนที่มาชุมนุมส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดา ส่วนคนที่มีพฤติกรรมก่อการร้ายเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆเท่านั้น ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการถามเรื่องคำจำกัดความของคำว่าผู้ก่อการร้ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะตนได้บอกชัดว่า คำจำกัดความของการก่อการร้ายปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมายอาญาซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานของยูเอ็นและอีกหลายประเทศหลังจากเกิดขึ้นเหตุการณ์ 11 กันยายน ที่สหรัฐฯ
ต่อข้อถามว่า ต่างประเทศมีความเป็นห่วงความแตกแยกในสังคมไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขารับทราบมาอย่างต่อเนื่องหลายปีแล้ว ซึ่งเขาก็อยากจะเห็นเสถียรภาพและการเปลี่ยนแปลงต่างๆในทางที่ดี ตนก็ได้ชี้แจงว่าความแตกแยกที่ยังมีอยู่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข อย่างน้อยที่สุดระบบของเราตามรัฐธรรมนูญ ขบวนการของสภาและตามกลไกต่างๆก็ยังเปิดกว้างมีความโปร่งใส ดังนั้นต้องเป็นหลักในการคลี่คลายปัญหาเหล่านี้
"กษิต"ลั่นให้ข้อมูลกับมอนเตเนโกรหมดเเล้ว
นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงเรื่องนี้โดยละเอียดไปหมดแล้ว เมื่อถามว่าจากนี้ไป การดำเนินการติดตามตัวพ.ต.ท.ทักษิณ จะทำอย่างไร นายกษิต กล่าวว่า ต้องทำกันต่อไปตามครรลองและภาระหน้าที่ เมื่อถามต่อว่าตำรวจสากล(อินเตอร์โพล์) ระบุว่ายังไม่ได้รับการประสานจากฝ่ายไทย นายกษิต กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ต่อข้อถามว่ากรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมอนเตเนโกรหรือไม่ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า จะไปกระทบอะไร เพราะปัญหามันอยู่ที่มอนเตเนโกร ทั้งนี้ ตนได้เคยพบกับ รมว.ต่างประเทศของมอนเตเนโกรแล้ว และได้มีหนังสือถึงเขา อีกทั้ง เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ได้พบกับทางการมอนเตเนโกรตลอด ซึ่งเราได้ให้ข้อมูลแก่เขาไปหมดแล้ว ดังนั้น การที่เขาอ้างว่าเราส่งหลักฐานไปให้เขาไม่พอนั้น ไม่เป็นความจริง แต่ถ้าเขาอ้างว่าข้อมูลไม่พอ และอยากจะรู้อะไร เราพร้อมที่จะส่งข้อมูลไปให้เขา นอกจากนี้ พรรคฝ่ายค้านและสื่อมวลชนในมอนเตเนโกรได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของเขา ซึ่งเราก็ต้องช่วยกันติดตาม
นายกษิต กล่าวอีกว่า จากการที่มอนเตเนโกรอยากจะเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป(อียู) ทำให้มอนเตเนโกรต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆของอียู โดยเฉพาะเรื่องธรรมาภิบาล ความโปร่งใส การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ประเทศสมาชิกหรือประเทศที่ต้องการเข้า เป็นสมาชิกของอียู ต้องมีความเป็นประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ แต่พฤติกรรมของมอนเตเนโกรในการให้ที่พักพิงและหนังสือเดินทางแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น จะสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลและความถูกต้องทางกฎหมายหรือไม่ ซึ่งถือเป็นการบ้านของรัฐบาลและผู้นำของมอนเตเนโกร อีกทั้งยังเป็นเรื่องความน่าเชื่อถือของรัฐบาลมอนเตเนโกรในสายตาชาวโลกด้วย
“เราไม่ใช่ประเทศที่อยากจะมีปัญหาอะไรกับใคร แต่เราแค่ขอความร่วมมือเท่านั้น อีกทั้ง เราเป็นสังคมประชาธิปไตย และมีความภาคภูมิใจในการเป็นสังคมประชาธิปไตย ซึ่งเราก็อยากให้ประเทศทั้งหลายที่เป็นสังคมประชาธิปไตยนั้น มีหลักปฏิบัติที่เป็นสากลเหมือนๆกัน แต่การให้ที่พักพิงกับผู้ที่กระทำทุจริต ประพฤติมิชอบ และต้องถูกจำคุก อีกทั้งยังมีคดีการส่งเสริมการก่อการร้ายหรือสนับสนุนการล้มรัฐบาลที่ชอบธรรมตามกฎหมาย ก็เป็นเรื่องที่ผู้นำทั่วโลกต้องคิดว่าการจะให้ความร่วมมือกับอดีตนายกรัฐมนตรีของเรา มันถูกต้องแค่ไหน จึงเป็นภาระหน้าที่ของเขาในการที่เขาอยากจะเป็นสังคมประชาธิปไตย และอยากจะเป็นสมาชิกที่ดีของสหประชาชาติ ของประชาคมโลก การบ้านจึงอยู่ที่เขา ไม่ใช่อยู่ที่เรา การที่เราไปติดต่อเขานั้น เราไม่ได้จงเกลียดจงชังเขาหรือไปตามล่าคุณทักษิณ แต่เป็นการทำตามหน้าที่” นายกษิต กล่าว
เมื่อถามว่าจะให้ทางอียูช่วยกดดันมอนเตเนโกรอีกทางหนึ่งหรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า เราจะไปขอคนอื่นให้มากดดัน มันไม่ถูกต้อง แต่ตรงนี้เราก็ว่ากับมอนเตเนโกรได้
“พร้อมพงศ์”อัด“อภิสิทธิ์”ไร้ภาวะผู้นำจี้“ทักษิณ”เลือกสัญชาติไม่ได้
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คำพูดของนายอภิสิทธิ์ เป็นการพูดที่ไร้วุฒิภาวะการเป็นผู้นำ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนที่ได้รับสัญชาติไทยโดยการเกิด ถือเป็นคนไทย 100 % ทั้งทางสายเลือดและแหล่งกำเนิด ต่างกับนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเกิดและโตที่ประเทศอังกฤษ ไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดแต่ได้สัญชาติตามบิดามารดา และนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่เคยทำอะไรที่เป็นคุณูปการให้กับประเทศชาตินอกจากการเป็นนักการเมือง ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ รับราชการและประกอบธุรกิจที่สร้างประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติมากมาย จึงเทียบกันไม่ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็นที่ 4
กลางๆ
loyalist2010-05-30 06:36:44
เสด็จพี่เพคะ แล้วผลงานพ่อเลี้ยงที่เขาตัดสินจำคุกเยอะแยะน่ะ เสด็จพี่ไม่ตรัสถึงเหรอเพคะ
ความคิดเห็นที่ 3
กลางๆ
ASIANETSHOP2010-05-29 21:56:36
นายกคนี้หล่ออย่างเดียวทำงานทุกเรื่องไม่สำเหร็จ มีอย่างเดียวที่ทำสำเร็จสลายแดง ผลงานเด่น ชาวโลกรับรู้ไว้
ความคิดเห็นที่ 2
กลางๆ
tungclub2010-05-29 17:40:01
ความคิดเห็นที่ 1
กลางๆ
tungclub2010-05-29 17:38:01
อยากหั้ยมีหมายจับไอ้ลิเกกับพวกแม่ยกของมันว่ะ









ความคิดเห็นที่ 5
กลางๆ
พวกพรรคฝ่ายค้านที่ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างสมศักดิ์ศรี ไร้สมรรถนะการทำงานพวกนี้ ขอให้ชาวไทยจดจำชื่อและอย่าเลือกเข้ามาในสภาอีกโดยเฉพาะนาย... ที่แก้ต่างให้นักโทษชายทักษิณ อย่างน่าอายยิ่งนัก ฝ่ายค้านพรรคเพื่อนักโทษแม้วไม่ช่วยชาติให้ปลอดภัยแต่กลับช่วยออกแทนผู้ร้ายหนีคดีอาญาอีก น่าอับอายยิ่งนัก