เพื่อไทยแบ่งอภิปราย3กลุ่มอ้อนรัฐบาลขยายเวลา

“จตุพร” เผยที่ประชุมส.ส.เพื่อไทยแบ่งอภิปราย 3 กลุ่ม “อภิสิทธิ์ – เทพเทือก” “ชวรัตน์ – โสภณ” “กรณ์ – กษิต” แขวะส่งตรวจคลิปอภิปรายเหตุการณ์ชุมนุมเหมือนดูบ้านล่วงหน้า ประธานวิปฝ่ายค้านเผยอภิปรายหนัก 2 ประเด็น ส.ส.ดา หน้า กว่า 20 ร่วมซักฟอก พร้อมพงศ์อ้อนขอขยายเวลา "สุเทพ" ไม่อยากวิจารณ์จตุพรมีรายชื่อร่วมอภิปราย เพื่อแผ่นดินยันลงมติซักฟอกทิศทางเดียวกับพรรคร่วม

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 พ.ค.ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมพรรคเพื่อกำหนดประเด็นและวางตัว ส.ส. การอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าที่ประชุมพรรคได้แบ่งคนและจัดเรื่องการอภิปรายเป็น 3 กลุ่ม 1. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กลุ่มที่ 2 . นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ กลุ่มที่ 3 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยได้แบ่งหน้าที่ผู้อภิปรายแต่ละเรื่องชัดเจนแล้ว ซึ่งมี ส.ส.เสนอตัวจะขขออภิปรายกว่า 20 คน แต่การอภิปรายเราจะใช้คนไม่มาก จะเน้นการอภิปรายที่กระชับ ที่เป็นห่วงก็เพียงเรื่องของการประท้วง

 ตนอยากเสนอให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แสดงความจริงใจที่จะ สั่งลูกพรรคไม่ให้มีการปะท้วงเมื่อฝ่ายค้านเริ่มอภิปราย และฝ่ายค้านก็จะไม่ประท้วงตอนรัฐบาลอภิปรายเช่นกัน โดยให้ประธานรัฐสภาควบคุมโดยตลอดอย่างตรงไปตรงมา เพราะไม่อยากให้ประชาชนเบื่อหน่ายกับการที่จะต้องเห็นการประท้วงตลอดการอภิปราย

 เมื่อถามว่า ส่วนการอภิปรายจะใช้เวลานานเท่าใด นายจตุพร กล่าวว่า ในเรื่องการสลายชุมนุมจะพยามให้จบในวันแรก ถ้าไม่จบก็ต้องต่อในวันที่สอง โดยส่วนของตนจะใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุด ส่วนเพื่อน ส.ส.ที่จะต้องอภิปรายเจาะลึกในรายละเอียดและใช้หลักฐานก็จะใช้เวลาเต็มที่ ซึ่งบางเรื่องตนอาจจะลุกขึ้นสลับให้ข้อมูลบ้าง ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย จะเน้นอภิปรายเรื่องของการทุจริต และเป็นผู้สรุปปิดการอภิปราย อย่างไรก็ดีตนเห็นว่า ที่กำหนดเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 วันนั้นน้อยไป เพราะสมัยพรรคพลังประชาชน ไทยรักไทย เราก็เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านเต็มที่ จะกี่วันกี่คืนเราก็ไม่ได้ใส่ใจ ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านให้ได้อภิปรายมากที่สุด และรัฐบาลก็จะได้ชี้แจง

 นายจตุพร ยังกล่าวถึงกรณี การเปิดคลิปได้หรือไม่นั้น ว่า เป็นการตกลงที่ประหลาดอยู่เหมือนกัน การอภิปรายไม่ไว้วางใจถ้าเอาหลักฐานไปให้รัฐสภาก่อน 1 วัน มันเท่ากับเอาการบ้านไปให้ฝ่ายรัฐบสาลเตรียมตัวก่อน 1 วัน มันไม่ใช่ปกติในการอภิปรายนั้นต้องไปรู้กันข้างในนั้นในการใช้เอกสาร พยานต่างๆซึ่งคลิปต่างๆมีการตัดต่อจริงก็คือรัฐบาลที่ตัดเสียงพวกตนคนละ 30 วินาที ซึ่งเรื่องจริงปราศัยกันเป็นชั่วโมง ตนบอกว่าให้ประชาชนออกไปศาลากลาง ก็บอกว่าตนเป็นผู้ก่อการร้าย ตนบอกว่าถ้าทีวีจอมืด แสดงว่ามี การปราบประชาชน ให้ไปที่ศาลากลาง และให้ประชาชนใช้ดุลพินิจ ถ้าคำว่าดุลพินิจ คือการสั่งเผา เวลาที่นายกฯใช้ดุลพินิจก็แปลว่าสั่งเผาใช่หรือไม่ ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บอกให้ประชาชนไปรวมที่ศาลากลาง ไม่ได้บอกคำว่าเผาซักคำ และก็ไม่ได้มีการสั่งให้เผา แต่กลายเป็นหลักฐานที่ว่าก่อการร้ายแล้ว เช่นเดียวกับกรณีของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริงเลย

 อย่างไรก็ตามที่รัฐบาล พยายามเอาเรื่องความตายของประชาชนมาบอกว่าสมควรแล้วที่มีการตาย เพราะมีการเผาเกิดขึ้น ทั้งที่ความจริงการตายของประชาชนเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว และเหตุการณ์เพลิงไหม้เซ็นทรัลเวิล์ดนั้นไม่เป็นที่น่าสังเกตุบ้างหรือว่า เซ็นทรัลเวิล์ดที่เดิมเป็นของ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ อดีต รมช.พาณิชย์ อดีตส.ส.พรรคพลังประชาชน สมัยของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะที่ระบบการดับเพลิงของห้างนั้นสมบูรณ์มากก่อนที่จะส่งไปให้คนอื่น ดังนั้นนายวิรุฬน่าจะเล่าอะไรได้ดี เพราะน่าสังเกตุว่าเหตุใดเมื่อเกิดเพลิงไหม้ระบบไม่ทำงาน ขณะที่ช่วงการชุมนุมห้างเซ็นทรัลเวิล์ดดีกับคนเสื้อแดงมากห้องน้ำก็ให้ไปใช้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะไปเผา ดังนั้นอยากให้มีการไปตรวจสอบหน้าตาคนที่เผา และระบบดับเพลิง ขณะที่ห้างเกษรพลาซ่าที่อยู่พื้นที่ใกล้กัน ลูกเขยเป็นผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ ลูกสาวก็เป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพ พรรคประชาธิปัตย์

 นายจตุพร กล่าวอีกว่า ส่วนในเรื่องของการปรองดองที่อ้างว่าไม่ปรองดองกับผู้ก่อการร้าย ตนอยากถามนายอภิสิทธิ์ ว่า แล้วเราคนไทยจะต้องปรองดองกับฆาตกรทรราชที่สั่งทหารทำร้ายประชาชนหรือไม่ ซึ่งการกล่าวหาว่าก่อการร้ายก็เป็นแต่เพียงคำพูดกล่าวหา ส่วนอาวุธในวัดปทุมวราราม ก็มีขึ้นจากการประกาศเคอร์ฟิวไปแล้ว ขณะที่การชุมนุมช่วง 2 เดือนเศษ ตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ จนถึงแยกราชประสงค์ มีที่ใดบ้างที่ผู้สื่อข่าวไม่สามารถไปได้ ก็ไม่มีไปได้ทุกที่ ทั้งสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ ดังนั้นถ้ามีการซุกซ่อนอาวุธก็ต้องเห็น ส่วนอาวุธ และสารเคมี ใดๆที่ยึดก็เกิดขึ้นภายหลังทั้งสิ้น นอกจากนี้เหตุการณ์ดังกล่าว ที่มีผู้เสียชีวิตก็เป็นประชาชนถึง 77 ราย ถ้ารวมทหารก็เป็น 88 นาย เท่ากับว่าประชาชนสูญเสียชีวิต มากมาย 7 เท่า ขณะที่ประชาชนก็ไม่มีอาวุธ และประชาชนกี่อาชีพเป็นคนรักประธิปไตย ถ้าจะเป็นผู้ก่อการร้ายก็ต้องมีอาวุธ

 นายจตุพร กล่าวว่า ดังนั้นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะมีการจัดแบ่งกลุ่มส.ส.เป็นกลุ่ม เพื่อเจาะลึกในราลละเอียด เช่น การกล่าวถึงที่มาที่ไปของการชุมนุม ในเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ในวันที่ 10 เมษายน และช่วงหลังในวันที่10 เมษายนจนถึง 19 พฤษภาคม จึงอยากให้รัฐบาลใจกว้าง ที่จะไม่ขอให้มีการนำคลิปที่จะใช้เปผ็นหลักฐานในการอภิปรายไปตรวจสอบเหมือนได้มีการตรวจการบ้านทีจะรู้การบ้านเสียก่อน ซึ่งจะเป็นการเอาเปรียบฝ่ายค้านในการอภิปราย

 เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ต้องการให้นายจตุพร และนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี ที่ได้ขึ้นเวทีปราศัย ร่วมในการอธิบาย เพราะตกเป็นผู้กล่าวหาในคดีผู้ก่อการร้าย นายจตุพร กล่าวว่า ขณะที่ผู้ที่สั่งฆ่าประชาชน ยังเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แล้วพวกตนที่ถูกกล่าวหา ว่าก่อการร้ายเพียงแค่เพราะเห็นว่าเป็นผู้ที่บอกประชาชนให้รวมตัวที่ศาลากลาง หากมีการปราบปราม แล้วถ้าเทียบข้อกล่าวหาของตน กับที่ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เคยไปมอบตัว คดีก่อการร้ายบุกยึดสนามบิน คดีดังกล่าวนานกว่า 1ปี 9 เดือนแล้ว ทำไมนายอภิสิทธิ์ ยังตั้งนายกษิต เป็นรมว.ต่างประเทศดังนั้นเหตุใดตนจะไปทำหน้าที่ส.ส.ไม่ได้ ขณะที่พรคประชาธิปัตย์ยังไม่เคยแสดงความรังเกียจนายกษิตเลย แล้วทำไมต้องมารังเกียจตน ถ้าจะรังเกียจต้องรังเกียจนายกษิตด้วย

 เมื่อถามว่า เป็นห่วงเรื่องของการตรวจคลิปก่อนนำไปเปิดอภิปรายหรือไม่หรือ นายจตุพร กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่าทีมที่รับผิดชอบการประสานงาน จะจัดการเรื่องดังกล่าวซึ่งตนเห็นว่าการอภิปรายที่ไหนก็ไม่มีการขอตรวจข้อสอบก่อน เพราะท่ารู้ข้อสอบก่อนและรัฐบาลซึ่งมีเทคโนโลยีอาจไปตัดต่อคลิปที่มีความยาว 2ชั่วโมง ให้เหลือเพียง 10-30 วินาทีแล้วนำไปโยงให้ความหมายจะไม่ตรงกัน ดังนั้นรัฐบาลควรใจกว้างในการตรวจสอบ

 เมื่อถามว่า หลังจากเสร็จสิ้นวาระการประชุมรัฐสภาแล้ว นายจตุพร หมายจับจะยังมีผลที่จะนำมาใช้ควบคุมตัวได้หรือไม่ ขณะที่ ดีเอสไอ ยื่นเรื่องต่ศาลให้เพิกถอนคุ้มครองสิทธิ ส.ส. นายจตุพร กล่าวว่า ในส่วนของคดีที่ผ่านมาตนได้เข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และได้ขอเวลายื่นเอกสารเกี่ยวกับคำให้การเพิ่มเติมต่อ ดีเอสแอ เป็นเวลา 1 เดือน ดังนั้นถือว่าได้มีการปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้เข้ามอบตัวแล้ว ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหมายจับหรือหมายเรีก มีวัตถุประสงค์ที่จะให้ผู้ต้องหา เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้การซึ่งตนก็ได้ดำเนินการไปแล้ว และถ้าหากจะมีการรอจับเพื่อไปควบคุมตัว ถามว่าจะเป็นเรื่องอะไร

ปธ.วิปฝ่ายค้านเผยอภิปรายหนัก2ประเด็น

 นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า เนื้อเรื่องในการอภิปราย จะแบ่งเป็น 2 เรื่องใหญ่ คือ 1.เรื่องการปราบปรามประชาชน นปช. 2.เรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ประมาณ 20 คน โดยจะเน้นไปที่เรื่องการปราบปรามประชาชน เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีผลกระทบต่อประชาชนเยอะมาก และมีข้อมูลหลักฐานมาก โดยการอภิปรายจะไล่ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เหตุการณ์ 10 เม.ย.-19 พ.ค. ส่วนเรื่องการทุจริตนั้นก็จะมี ร.ต.อ.เฉลิม เป็นหลักในการอภิปราย ซึ่งการอภิปรายครั้งนี้เราคิดว่ารัฐบาลใจแคบเกินไป ตั้งแต่การอภิปรายงบประมาณแล้วคือเมื่อยังติดเคอร์ฟิวอยู่แล้วเวลาในการอภิปรายก็ต้องมีจำกัด และหากมีการประท้วงให้เสียเวลาอีก ก็ไม่รู้ว่าเวลาในการอภิปรายจะเหลือเท่าไหร่ บ้างครั้ง 20 คน ที่เตรียมไว้อาจใช้ไม่ถึงด้วยซ้ำ

 นายวิทยา ยังกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการเปิดหลักฐานต่างในสภาทั้งคลิปหรือภาพนิ่งนั้นวิปฝ่ายค้านได้ส่งตัวแทน 3 คน คือนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ เข้าไปหารือกับทางสภาเพื่อกำหนดกรอบในการอนุญาติ โดยหลักการที่เราเห็นด้วยคือสิ่งที่ไม่ควรนำมาเปิดเผยคือหลักฐานที่ล่วงละเมินสถานบัน หรือบุคคลที่สามเหล่านี้เราเห็นด้วย แต่นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นความรับผิดชอบของสมาชิกสภาอยู่แล้ว และการอนุญาติก็เป็นดุลพินิจของประธาน แต่ถ้าจะให้เราเปิดให้ดูก่อนนั้นไม่ได้แน่นอน และเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ ซึ่งก็อยากให้การหารือที่ทางประธานสภาจะนัดหมาย ได้กำหนดกรอบขั้นต้น ซึ่งเราก็ได้ให้ตัวแทนเข้าไปร่วมหารือ

พร้อมพงศ์อ้อนรัฐบาลขยายเวลาศึกซักฟอก

 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น เราเน้นในเรื่อการสลายการชุมนุม ที่เราข้อมูลหลักฐานมากมายที่ชี้ให้เห็นว่าทหารเป็นผู้กระทำและที่สำคัญมีคนตายถึง 88 คน และมีผู้บาดเจ็บ 1 พันกว่าคน ซึ่งในการอภิปรายนั้นจะชี้ให้เห็นว่าคนที่สั่งสลายการชุมนุม เป็นให้มีคนตายและบาดเจ็บนั้นต้องรับผิดชอบ และเราคิดว่าการที่รัฐบาลให้เวลา 2 วันนั้นน้อยเกินไป จึงอยากเรียกร้องให้เพิ่มเวลาออกไปอีก

สุเทพไม่อยากวิจารณ์จตุพรมีรายชื่อร่วมอภิปราย

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศอฉ. ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายจตุพร แกนนำกลุ่มนปช. มีรายชื่อในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตนไม่อยากวิจารณ์เพราะหากวิจารณ์ไปเหมือนไปเติมเชื้อไฟ ตนจะเป็นผู้รับหน้าที่หลักในการชี้แจงเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่เริ่มการชุมนุมเมื่อวันที่ 12 มี.ค .- 22 พ.ค.

 “เกิดการณ์ที่เกิดขึ้นผมต้องชี้แจง เพราะผมเป็นผอ.ศอฉ.การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทั้งหลายทำไปตามคำสั่งของศอฉ. ซึ่งผมต้องรับผิดชอบ ยืนยันว่าเราปฏิบัติตามหลักสากล โดยเริ่มต้นจากการเจรจา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นภาพที่ยืนยันว่าเราพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการสูญเสีย แต่บางสถานการณ์เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การกระชับวงล้อมแยกราชประสงค์ สิ่งที่เราดำเนินการเราคิดว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ให้ผู้ชุมนุมอยู่ไม่สบายทำให้จำนวนลดลง เมื่อเห็นว่าเรากดดันมากขึ้นเขาก็ยุติการชุมนุม แต่ระหว่างการปฏิบัติงานมีกลุ่มก่อการร้ายที่แฝงตัวกับผู้ขุมนุมมาโจมตีเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต ซึ่งเป็นสิทธิของเจ้าหน้าที่ที่ต้องป้องกันตัวเอง ผมเป็นคนสั่งการเองให้เจ้าหน้าที่ติดอาวุธเพื่อป้องกันตัวเอง รวมถึงป้องกันประชาชนที่บริสุทธิ์ ซึ่งเราได้ใช้อาวุธธรรมดาหรือปืนลูกซอง มีกำชับการใช้อาวุธ เช่น ในการยิงเตือนยิงขู่จะใช้กระสุนยาง หากใช้กระสุนจริงต้องยิงระดับต่ำ ไม่สูงกว่าระดับเข่า แต่หากจะเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่ถึงแก้ชีวิตก็ต้องยิงสูงกว่านั้น” นายสุเทพ กล่าว

 นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่า จะนำคลิปวิดีโอมาคัดค้านสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการนั้น เป็นสิทธิในสภา ยกเว้นเป็นคลิปวีดีโอที่แต่งขึ้น นำของปลอมมาทำอย่างที่เคยตัดต่อคลิปเสียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเมื่อเหตุการณ์เม.ย. 2552 ก็ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นของจริงก็ทำได้หมด ในส่วนของรัฐบาลตนจะเตรียมภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เอกสาร ข้อความการสัมภาษณ์ พูดจาอย่างก็ต้องนำไปแสดงในสภา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ระบุว่า มีภาพผู้เผาห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิล์ด และภาพทหารที่ยิงเข้าไปในวัดปทุมวนาราม ชัดเจน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดให้บาดหัวใจ สาวกของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งหลายพูดจาเหมือนกันหมด พยายามโยนความผิดให้คนอื่นสร้งสถานการณ์ เผลอๆโยนว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาล คงจะจำได้ว่าเขาประกาศไว้ตั้งนานแล้วว่าเมื่อไรที่เกิดเขาจะเผาเซ็นทรัลเวิล์ดและสถานีโทรทัศน์

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียงในการโหวตภายหลังการอภิปรายจะมีปัญหาหรือไม่ เนื่องจากนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ออกมาแสดงความไม่พอใจในการจัดสรรงบประมาณ โดยระบุให้ลูกพรรคฟรีโหวต นายสุเทพ กล่าวว่า “ไม่มีปัญหา ตนเป็นผู้จัดการรัฐบาลบอกได้ว่ารัฐบาลยังแข็งแรงดีอยู่ ความไม่พอใจกันบ้างในการทำงานเป็นเรื่องปกติ ลูกพ่อเดียวกันแม่เดียวกันอยู่ในบ้านก็ยังหวุดหวิดใส่กันได้ นี่คนละพ่อคนละแม่คนละพรรคมาด้วยกัน มีเรื่องหวุดหวิดกันบ้างธรรมดา ก็ต้องคลี่คลายกัน ผมกับนายชาญชัยชอบคอกันดี มองหน้ากันก็เข้าใจ ไม่มีปัญหา ขอให้สบายใจได้รัฐบาลยังแข็งแรงอยู่”

เพื่อแผ่นดินยันลงมติซักฟอกทิศทางเดียวกับพรรคร่วม

 น.พ.อลงกต มณีกาศ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า การลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยันว่า พรรคมีมติ และทิศทาง เช่นเดียวกับพรรคร่วมรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ในการลงมติ พรรคก็จะฟังการเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน ทั้งเรื่องหลักฐานการทุจริต รวมถึง เหตุและผลจากการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเสียก่อน เพราะการลงมติ ถือเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.และเรื่องนี้ พรรคจะจะพยายามกำกับไปในทิศเดียวกัน ไม่ใช้วิธี พวกมากลากไป ทั้งนี้ยอมรับว่า ส.ส.กลุ่มพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน ที่ประกอบไปด้วย พล.อ.ประชา นายสมเกียรติ์ ศรลัมพ์ ส.ส.สัดส่วน น.พ.วัลลภ ไทยเหนือ ส.ส.สัดส่วน หรืออาจรวมไปถึง น.พ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส พรรคคงไม่มีสิทธิ์ กำกับส.ส.กลุ่มนี้ ก็คงต้องให้เป็นไปตามความคิดของเขา เพราะเขามีความประสงค์ มีทิศทางเดียวกับพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว เราไม่ยุ่ง