เฉลิมปิดท้ายซักฟอกเขี่ยลูกให้จตุพรเชื่อไม่เปิดคลิป
เฉลิม" เตรียมปิดท้ายขึ้นอภิปรายสรุปจับผิด รมต.ทุจริต บ่าย 1 มิ.ย. ออกตัวอภิปรายสลายชุมนุมแดง ส่งลูก "จตุพร" บี้ "อภิสิทธิ์" เชื่อสุดท้ายไม่ได้เปิดคลิป สาทิตย์ถามหาจิตสำนึกส.ส.ฝ่ายค้านหากขยายความขัดแย้ง "เทพไท" ขู่รัฐมนตรีชี้แจง-โต้ตอบเองไม่ได้ก็ควรพ้นจากเก้าอี้ เผยรัฐเตรียมคลิปไว้หักหน้าฝ่ายค้าน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 พ.ค.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการอภิปรายร่างงบประมาณรายจ่าย ปี 2554 ที่ผ่านมา ว่า จากการอภิปรายตนขอวิจารณ์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่ายังติดนิสัย ชอบแก้ตัว แต่ไม่แก้ไข ปกติตนมีลักษณะการอภิปรายไม่ชอบโต้เถียง ซึ่งเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เล่นการเมืองมา และที่บอกว่าตนไม่ชอบรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นก็ไม่ใช่ ส่วนที่นายอภิสิทธิ์บอกว่า ตนไม่เข้าใจเรื่องงบประมาณนั้น ตนขอฝากไปยังนายอภิสิทธิ์ว่าขอให้มาออกรายการสถานีโทรทัศน์พร้อมกันก็ได้
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลนำข้อมูลของสำนักงบประมาณ ที่ระบุว่า เศรษฐกิจประเทศไทยโตขึ้น 7.6 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นหน่วยงานของรัฐบาล แต่ตนก็มีข้อมูลของไอเอ็มเอฟที่ว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยจะโตขึ้นเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่าตัวเลขการเติบโตเพียง 3.5 ไม่เกิน 6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และจะมาว่าตนไม่เข้าใจได้อย่างไร โดยที่ผ่านมาตนเคยดูแลเรื่องบประมาณถึง 3 ปี แต่นายอภิสิทธิ์ถือว่าโชคดี ได้เป้นรมต.ประจำสำนักนายกฯเพียงครั้งเดียวก็ได้เป็นนายกฯเลย ซึ่งก็เพราะมีคนอุ้มและพฤติการณ์ของพรรคร่วมรัฐบาลก็เน้นการพูดกระทบกระทั่งและประท้วง ไม่มีลักษณะของการรับฟัง ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดี อย่างไรก็ตามตนยังเชื่อว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในครั้งนี้ พวกม้าอาสาก็จะเข้ามาป่วนสภาอีก ซึ่งถ้ารัฐบาลแน่จริงก็ควรให้ฝ่ายค้านกล่าวอภิปรายและให้รัฐบาลเป็นคนตอบ จากนั้นประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง เพราะสุดท้ายพอถึงเวลาโหวตรัฐบาลก็ชนะอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าตนจะได้เป็นนายกฯ เป็นไปไม่ได้ เพราะพวกคุณร่วมกันนำเงินสาธารณะไปแจกให้กับห้างร้านและพรรคภูมิใจไทยที่ร่วมรัฐบาลก็คิดค่าเหนื่อยแพงเหลือเกิน
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า การอภิปรายที่จะมีขึ้นในวันที่ 31 พ.ค. ถึง 1 มิ.ย.นี้ โดยส่วนตัวคิดว่าจะต้องอภิปรายทั้ง 12 หัวข้อที่เสนอญัตติ วึ่งก็ต้องหาคนมาอภิปรายในแต่ละเรื่อง และสุดท้ายก็ต้องมาสรุปทั้ง 12 หัวข้อ จะไปสรุปหัวข้อหนึ่งหัวข้อใดไม่ได้ ส่วนลักษณะของการอภิปรายก็จะเจาะไปแต่ละเรื่องว่า ใครจะอภิปรายรัฐมนตรีคนใดบ้าง และมาสรุปภาพรวมในวันสุดท้าย ส่วนเรื่องเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มนปช. ส่วนตัวคิดว่า เป็นเรื่องที่สังคมจะตัดสินเอง ในส่วนของสภาจะตัดสินได้ลำบาก และคงจะเถียงกันจนสภาฯแตก เพราะเวลานี้ยังสรุปไม่ได้ว่า ใครผิดใครถูก แต่ก็ถือเป็นเรื่องที่ควรอภิปราย
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ส่วนตัวต้องการเน้นอภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวกับการทุจริต เพราะหากมีเอกสารหลักฐานพร้อม รัฐบาลก็จะตอบลำบาก และถึงแม้จะตอบได้ก็คงจะอยู่ต่อลำบาก เพราะความชอบธรรมจะหมดไป เมื่อสังคมรับรู้ว่ารัฐบาลทุจริต ส่วนเรื่องเหตุการณ์การสลายการชุมนุมกลุ่มนปช.ก็เชื่อว่า ในส่วนของคลิปวิดีโอก็คงไม่ได้ออกและถ้าพูดถึงนายกฯก็จะมีการประท้วง อย่างก็ไรตามใตตอนนี้ยังไม่ทราบว่า จะมีการนำประเด็นการสลายการชุมนุมของกลุ่มนปช.เข้าอภิปรายหรือไม่ ซึ่งถ้ามติเสียงข้างมากของพรรคว่าอย่างไร ตนก็พร้อมปฏิบัติตาม แต่โดยส่วนตัวตนจะขึ้นอภิปรายในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ในช่วงบ่าย เพื่อให้บรรยากาศไม่จืดชืด รวมทั้งตนจะทำหน้าที่สรุปการอภิปรายในภาพรวมด้วย
“ถึงแม้ผมจะไม่ได้อยู่เหตุการณ์ แต่ก็รับทราบข้อมูลจากสื่อมวลชนโดยตลอด แต่จากการที่ผมเคยเป็นตำรวจและเรียนกฎหมายมา ในส่วนของ 6 ศพที่เสียชีวิตในวัดปทุมวนารามฯ รัฐบาลก็คงตอบลำบาก เพราะผู้เสียชีวิตน่าจะถูกยิงจากข้างหลังและด้านข้าง โดยก่อนหน้านี้ศาลฎีกาเคยมีคำพากษาในคดีอื่นว่า คดีถึงแม้จะไม่มีประจักษ์พยานเห็นคนยิง แต่หากมีคนตาย ศาลก็ตัดสินจำคุก นอกจากนี้ขอย้อนกลับไปถามสังคมด้วยว่า การที่จะมีคนพกพาอาวุธปืนบราโว่ได้ก็คงลำบาก เพราะมีขนาดใหญ่และมีเจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่อยู่ แล้วคนร้ายจะนำอาวุธปืนเข้าไปได้อย่างไร ซึ่งหากเป็นประเด็นที่จะมีการตั้งข้อสังเกต ผมก็สามารถพูดอภิปรายได้”ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า หากพรรคมีมติให้ตนอภิปรายในเรื่องการสลายการชุมนุมกลุ่มนปช. ตนก็จะถามรัฐบาลว่า มีประเทศไหนที่ใช้กำลังทหารสลายการชุมนุม เพราะการการสั่งใช้กำลังรัฐบาลต้องคำนึงอยู่แล้วว่า ต้องมีคนเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งก็ต้องคำถามอีกว่า แล้วรัฐบาลจะทำทำไม
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการอภิปรายเรื่องเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มนปช. ทางพรรคจะให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน อภิปรายในประเด็นนี้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะนายจตุพรอยู่ในเหตุการณ์
“สาทิตย์”ถามหาจิตสำนึกส.ส.ฝ่ายค้านหากขยายความขัดแย้ง
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากเป็นการอภิปรายเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลก็ถือว่าเป็นประโยชน์ แต่หากไม่ใช่จะยิ่งเป็นการขยายความขัดแย้ง แต่รัฐบาลก็พร้อมที่จะชี้แจง เพียงแต่หากฝ่ายค้านมีเจตนาที่จะขยายความขัดแย้งสังคมก็จะไม่สามารถก้าวข้ามความขัดแย้งไปได้ ดังนั้นอยู่ที่สำนึกของส.ส.ด้วย เพราะประชาชนเป็นผู้เลือกเข้ามา เรามีบทเรียนราคาแพงจากการชุมนุมตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา จึงน่าจะทำให้เกิดจิตสำนึกขึ้นมาได้บ้าง
เผยต้นมิ.ย.เปิดตัวคณะทำงานขับเคลื่อนประเทศไทย
นายสาทิตย์กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานประสานงานเพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทยว่า วันนี้มีอาสาสมัครหลายส่วนและตัวแทนจากองค์กรพัฒนาเอกชน(เอ็นจีโอ) สำนักงานสร้างเสริมสุขภาพแห่งชาติ (สสส.) มาร่วมพูดคุยกับตนและนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเสนอแนวคิดดีๆ เพื่อร่วมกันทำให้บ้านเมืองเกิดความปรองดอง โดยจะเสนอความคิดเห็นให้กับนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้รัฐบาลจะขอความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ด้วย
นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้สิ่งที่ต้องทำมี 2-3 ประเด็น โดยเรื่องใหญ่ที่สุดคือ การเปิดช่องให้นายกรัฐมนตรีได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ 1. นายกรัฐมนตรีต้องทำจดหมายเชิญองค์กรภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และภาคสังคม เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเบื้องต้นบริษัทประชาสัมพันธ์และบริษัทโฆษณาได้รวมตัวกันอยู่แล้วและพร้อมเสนอความเห็นให้กับรัฐบาล 2. การขอความช่วยเหลือจากสำนักโพลต่างๆ ว่าประชาชนอยากเห็นทิศทางของปร t เทศไทยเดินหน้าต่อไปอย่างไร ซึ่งไม่ใช่การไปบังคับให้ทำ แต่เป็นการไปขอความช่วยเหลือโดยสมัครใจ คาดว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดี และน่าจะมีการพูดคุยกันในสัปดห์หน้า และ 3. รัฐบาลต้องจัดทีมออกไปรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนตั้งแต่ภาคธุรกิจไปจนถึงคนหาเช้ากินค่ำ
นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า คาดว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้านในสัปดาห์หน้า คณะทำงานชุดนี้จะสามารถกำหนดแผนและแนวทางที่ชัดเจนเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีได้ และต้นเดือนมิ.ย.จะมีการเปิดตัวคณะทำงานชุดนี้เป็นครั้งแรกด้วย ซึ่งจะทำให้เห็นแผนการปรองดองของนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น จากนั้นในช่วงเดือนกันยายนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะทำสำมะโนประชากรทั่วประเทศ โดยการสุ่มตัวอย่าง 20 ล้านครัวเรือน เราอาจทำแบบสอบถามผ่านไปยัง 20 ล้านครัวเรือนด้วยว่าต้องการเห็นประเทศเดินหน้าไปอย่างไร ทั้งนี้รัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้เป็นเรื่องการเมืองหรือการปูทางเพื่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะวันนี้สังคมต้องมองข้ามความขัดแย้ง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการยุบสภา คาดว่าโครงการนี้น่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมได้ภายใน 4-5 เดือน และแนวทางนี้หากมีการเลือกตั้งใหม่รัฐบาลชุดใหม่ก็สามารถนำเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาให้เป็นประโยชน์กับประเทศได้ด้วย
เทพไทขู่รมต.แจง-โต้ตอบเองไม่ได้ก็ควรพ้นจากเก้าอี้
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เตรียมรับมือการอภิปรายไม่วางใจเป็นพิเศษ เพราะเชื่อว่ารัฐมนตรีน่าจะชี้แจงและตอบโต้ข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้านได้ ซึ่งหากไม่มีความสามารถที่จะชี้แจงก็ไม่ควรเป็นรัฐมนตรี ส่วนการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุมสภาทั้ง 3 คนนั้น อยากเสนอให้บุคคลทั้ง 3 วางกฎคุมการอภิปรายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่เช่นนั้นอาจะมีมาตรฐานเหลื่อมล้ำกัน ทำให้ผู้อภิปรายและผู้ชี้แจงเสียโอกาสได้
รัฐเตรียมคลิปไว้หักหน้าฝ่ายค้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมคลิปเหตุการณ์ 19 พ.ค.ไว้ด้วยหรือไม่ นายเทพไทกล่าวว่า แต่ละฝ่ายก็มีคลิปที่ออกมายืนยันเหตุผลของตัวเอง แต่ก็ต้องผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการฯที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาฯแต่งตั้ง และรัฐบาลก็มีคลิปจำนวนมาก ซึ่งต้องนำเสนอให้คณะกรรมการฯพิจารณาเช่นกัน หากผลออกมาว่าสามารถเปิดคลิปได้ก็คงจะใช้ โดยจะมีคลิปสำคัญสามารถยืนยันเหตุการณ์ข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะอธิบายต่อสังคมได้







