(26พ.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีการออกหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ก่อการร้ายว่า ความพยายามในการขอหมายจับพ.ต.ท.ทักษิณของรัฐบาลถือว่าเป็นการแสดงความไม่จริงใจเพราะตอนนี้ทราบมาว่ากระทรวงการต่างประเทศและกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กำลังประชุมร่วมกันเพื่อหาช่องทางตามกฎหมายเพื่อขอส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ทั้ง ๆ ที่กระบวนการของกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการในคดีก่อการร้ายยังไม่เสร็จสิ้น เป็นเพราะตอนนี้ทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในระหว่างการขออุทธรณ์หมายจับของศาลตามขั้นตอน
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ที่สำคัญเงื่อนไขทางกฎหมายก็ไม่สามารถดำเนินการให้รัฐบาลสามารถขอตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนด้วย เพราะขั้นตอนของพ.ต.ท.ทักษิณตอนนี้เป็นเพียงแค่ผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้นยังไม่มีคำพิพากษาให้เป็นที่สุด นอกจากนี้ความผิดเกี่ยวกับก่อการร้ายจะต้องเป็นลักษณะที่คนอีกประเทศหนึ่งไปก่อเหตุขึ้นในอีกประเทศหนึ่ง เช่น บินลาเดนเป็นซาอุดิอาระเบียและไปก่อเหตุในสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทั้งหมดจะเห็นได้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณยังไม่เข้าลักษณะความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ขณะเดียวกัน ในมาตรา 135/1 วรรคท้าย ซึ่งอยู่ในหมวดที่บอกถึงลักษณะความผิดเกี่ยวกับก่อการร้ายระบุว่า การกระทำ ในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือ เคลื่อนไหว เพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือ หรือ ให้ได้รับ ความเป็นธรรม อันเป็นการใช้เสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้าย ดังนั้น จะเห็นได้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่เข้าเงื่อนไขเกี่ยวกับการก่อการร้าย
“อยากถามรัฐบาลกลับไปว่าทำไมคดีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีการยึดสนามบินซึ่งถือว่าเป็นคดีก่อการร้ายมีพยานหลักฐานชัดเจน ผู้บริจาคให้กับพันธมิตรฯก็มีการแจ้งชื่อชัดเจน และมีการฟ้องร้องอยู่ในกระบวนการมานานกว่า 1 ปี แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด คดีกำลังจะมีการฟ้องแต่มีโทรศัพท์จากใครไม่รู้ให้ดึงสำนวนกลับมา” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ทั้งนี้ขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับมาตรการในการสลายการชุมนุมที่ผ่านมาว่า ทำไมในเรื่องการตรวจค้นอาวุธรัฐบาลถึงไม่สามารถจับกุมได้ในระหว่างที่มีการชุมนุมแต่กลับสามารถมาตรวจพบหลังจากที่มีการสลายการชุมนุมแล้ว และอยากถามว่าเหตุการณ์จลาจลที่ผ่านมาทำไมถึงเพิ่งมาเกิดหลังจากการสลายการชุมนุมโดยเฉพาะการวางเพลิงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลดิ์ กลับกันโรงแรมอินเตอร์คอนทิเนลตัลซึ่งทราบกันดีว่าเครือข่ายของคนพรรคประชาธิปัตย์อยู่กลับไม่เป็นอะไร ทำไมไม่คิดว่าเหตุที่เกิดกับห้างเซ็นทรัลเวิลดิ์เป็นฝีมือคนอื่นบ้างเอาแต่บอกแค่ว่าเป็นฝีมือของคนเสื้อแดงอย่างเดียว รวมทั้งอยากถามว่ารัฐบาลจะตอบสังคมอย่างไรเกี่ยวกับ 6 ศพที่เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม
“มีคนดูถูกผมมากจากการที่พรรคเสนอชื่อผมเป็นนายกฯและเอาไปเปรียบเทียบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมยอมรับว่าผมไม่หล่อ ไม่ใช่ลูกหมอเหมือนกับท่านนายกฯ แต่ถ้าผมมีโอกาสได้เป็นนายกฯผมจะทำ 3 อย่างเพื่อประเทศ คือ 1.ถ้ามีการชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยจะไม่มีคนตายอย่างแน่นอน 2.ผมจะไม่มีทางใช้ทหารเข้ามาสลายการชุมนุม 3.จะไม่โง่ให้พรรคร่วมรัฐบาลมาหลอกเอาเงินไปถึง 6 พันล้านบาทเพื่อเอาไปให้กับธุรกิจพรรคพวกตัวเอง” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์หน้านายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยมีสิทธิ์และหน้าที่ในการดำเนินการอภิปรายอยู่แล้ว พรรคเพื่อไทยไม่จำเป็นต้องไปทาบทามแต่นายจตุพรสามารถอภิปรายได้ เพราะเป็นบุคคลที่ประสบการณ์และเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น วันนี้นายจตุพรยังเป็นเพียงแค่ผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น จึงมีสิทธิ์ที่จะใช้เวทีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมาชี้แจงข้อเท็จจริง
“ผมข้อท้านายอภิสิทธิ์มาดีเบตเกี่ยวกับเหตุการณ์เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งสถานการณ์เกิดขึ้นวันนี้ถือเป็นเพียงแค่มวยยกที่หนึ่งต้องดูกันอีกยาว” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว