คนรักบ้าน-ยานยนต์ : มอเตอร์เวิร์ล
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2553

แอร์ไม่เย็น

คงไม่ต้องพูดอะไรแล้วถ้าขับๆรถอยู่แล้วแอร์ไม่ทำงานมีแต่เป่าลมอุ่นออกมาในสภาพอากาศแบบนี้ ในห้องโดยสารก็จะไม่ต่างจากเตาอบ แอร์ในรถยนต์ประกอบด้วยชิ้นส่วนหลักๆ ไม่กี่ชิ้นเริ่มที่คอมแอร์(AC Compressor)หรือคอมเพรสเซอร์มีหน้าที่สร้างแรงดันน้ำยาแอร์ด้วยแรงดันสูงส่งเข้าไปที่ตู้แอร์หรือคอยล์เย็น (Evaporator)โดยมีวาล์วเพิ่มแรงดัน(Expansion valve) เป็นตัวควบคุมการส่งน้ำยาแอร์

 น้ำยาแอร์แรงดันสูงที่ถูกผสมไว้ด้วยน้ำมันหล่อลื่น (ป้องกันการสึกหรอที่คอมแอร์)จะวิ่งผ่านเข้าไปตามท่อทางน้ำยาในคอยล์เย็นเพื่อดูดซับเอาความร้อนในห้องโดยสารออกไปตามอุณหภูมิที่ต้องการโดยมี Thermo sensor เป็นตัววัดอุณหภูมิน้ำยาแอร์เมื่อดูดซับความร้อนได้แล้ว พัดลมแอร์หรือโบลว์เออร์(Blower) ก็จะทำหน้าที่เป็นพัดลมเป่าพ่นเอาความเย็นกระจายไปทั่งห้องโดยสารตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้

น้ำยาแอร์ที่ดูดเอาความร้อนเข้ามาไว้ก็จะไหลด้วยแรงดันไปตามท่อ เพื่อไประบายเอาความร้อนออกที่คอยล์ร้อนหรือ แผงแอร์หรือ Condenser   ที่ทำหน้าที่เหมือนกับหม้อน้ำ น้ำยาแอร์ ที่ร้อนจะไหลวนอยู่ในท่อโดยมีครีบเล็กๆ เป็นตัวนำความร้อนออกทิ้งไปโดยมีพัดลมไฟฟ้าเป็นตัวช่วย วนเวียนกันอยู่อย่างนี้จนเมื่อ คอมเพรสเซอร์ตัดการทำงาน (เมื่อได้อุณหภูมิตามที่เทอร์โมเซนเซอร์กำหนดไว้) หรือหมายถึงชุดคลัตช์ไฟฟ้าหน้าคอมหลุดจากตัวคอมแอร์ พัดลมหรือโบลว์เออร์ก็จะยังคงกระจายแรงลมอยู่ตลอดเวลาจนเมื่อใดที่เทอร์เซนเซอร์ตรวจจับได้ว่าอุณหภูมิในห้องโดยสารสูงกว่าที่ได้ตั้งค่าเอาไว้ คลัตช์แอร์ก็จะวิ่งเข้ามาเกาะคอมแอร์ทำให้เกิดการทำงานอีกครั้งหนึ่ง คลัตช์แอร์จะตัด (คอมหยุดทำงาน) หรือต่อ (คลัตช์จับคอมทำงาน) ขึ้นอยู่กับคำสั่งสองประการคือจากเทอร์โมเซนเซอร์และ สวิตช์ควบคุมแรงดันน้ำยาแอร์ รวมทั้งความหย่อนตึงของสายพาน (คลัตช์จับแต่สายพานไม่พาให้คอมหมุน)

แอร์ไม่เย็นก็ต้องมาพิจารณาถึงองค์ประกอบต่างๆเริ่มที่ น้ำยาแอร์ตามปกติแล้วแอร์ในรถยนต์เป็นระบบปิดน้ำยาจะไหลวนอยู่ตลอดเวลาเมื่อคอมแอร์ทำงานการที่ คอมตัด(คอมหยุดทำงาน) ในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานจนทำให้แอร์ในห้องโดยสารไม่เย็นนั้นต้องพิจารณาองค์ประกอบเบื้องตน

 โดยการตรวจดูปริมาณ น้ำยาแอร์ในระบบน้ำยาแอร์ที่อยู่ในระบบจะวัดปริมาณเป็นจำนวนของน้ำหนัก(กรัมหรือกิโลกรัม) ปริมาณเท่าใดขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของผู้ผลิต (ส่วนมากไม่มากเกินกว่าหนึ่งกิโลกรัม) ถ้าน้ำยาแอร์น้อยกว่าที่กำหนดเอาไว้มาก หรือในน้ำยาแอร์มีอากาศเข้าไปผสม สวิตช์แรงดันก็จะทำงานบกพร่องทำให้คอมตัดการทำงาน ในกรณีนี้อาการจะบ่งบอกหรือเตือนเมื่อแอร์ไม่เย็นในรอบเครื่องต่ำๆ ก็ต้องมาตรวจหากันว่าน้ำยาแอร์หายไปไหนอย่างไร

 ในกรณีที่เทอร์โมเซนเซอร์บกพร่อง แอร์ก็จะไม่เย็นเช่นกัน สัณนิษฐานได้จาก แม้เครื่องยนต์รอบต่ำ(รถติดไฟแดง) คอมแอร์ก็ตัดบ่อย เย็นได้ชั่วขณะก็ร้อนอีก ก็ต้องตรวจสอบ เทอร์โมเซนเซอร์หรือแอร์ไม่เย็นและคอมแอร์ก็ไม่ตัดมีแต่ลมเย็นๆพ่นออกมาเบาๆ แม้จะใช้พัดลมสปีดสูงสุด แอร์ไม่เย็นในลักษณะนี้มักจะเรียกว่า แอร์เป็นน้ำแข็งหมายถึงคอมแอร์ทำงานตลอดเวลาโดยไม่มีการสั่งงานให้คอมตัดการทำงานเป็นมาจากเทอร์โมเซนเซอร์เลีย

ตู้แอร์หรือคอยเย็นสกปรกอุดตันเพราะขาดการทำความสะอาดภายในห้องโดยสารก็ทำให้แอร์ไม่เย็นได้เพราะรังผึ้งของคอยล์เย็นไม่สามารถที่จะทำให้น้ำยาแอร์ดูดซับความร้อนออกไปทิ้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ คอยล์เย็นที่สกปรกหมักหมมมากเข้าความชื้นจะถูกสะสมอยู่รอบคอยล์เย็นจะทำ คอยล์ร้อนให้คอยล์เย็นผุกร่อนน้ำยาแอร์รั่ว แอร์ไม่เย็น และต้องเติมน้ำยาแอร์กันบ่อยๆ  น้ำยาแอร์ จะต้องถูกนำไประบายความร้อนที่ถ้าคอยล์ร้อนอุดตัน รังผึ้งสกปรกการระบายความร้อนก็ทำได้ไม่ดีแอร์ก็จะไม่เย็น พัดลมระบายความร้อนถ้าเสื่อมประสิทธิภาพแรงลม (เป่าหรือดูด) ไม่พอที่จะระบายความร้อนที่คอยล์ร้อน แอร์ก็จะไม่เย็น

การแก้ปัญหาเรื่องแอร์ไม่เย็นต้องตรวจสอบความตึงหย่อนของสายพานตรวจสอบปริมาณน้ำยาแอร์ ตรวจสอบ การระบายความร้อนที่คอยล์ร้อน  ตรวจสอบความแม่นยำของเทอร์โมเซนเซอร์ ตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ ในรถหลายๆ รุ่นส่วนมากเป็นรุ่นใหญ่ราคาแพงแอร์ไม่เย็นอาจจะไม่ได้เกิดจากระบบแอร์โดยตรง แอร์ไม่เย็นจะเกิดจากการสั่งงานของเครื่องยนต์เมื่อเครื่องยนต์มีปัญหาเช่นเครื่องร้อน  การแก้ปัญหาเรื่องแอร์ไม่เย็นนั้นไม่ยากนักสำหรับช่างแอร์ที่มีความชำนาญในระบบคนใช้รถก็มีหน้าที่ต้องตรวจตาด้วยตาด้วยมือทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอก (คอยล์ร้อน) เป็นประจำ เท่านี้ก็ลดปัญหาเรื่องแอร์ไม่เย็นไปได้เยอะแล้วครับ