สดศรีเผยจันทร์นี้รู้กกต.พิจารณาเงิน258ปชป.เมื่อใด

"สดศรี" เผยจันทร์นี้รู้ กกต.พิจารณาคดีเงินบริจาค 258 เมื่อใด ด้านปธ.กกต.ชิ่งร่วมงานสงกรานต์ ขณะที่ “ บรรณวิทย์ - ไชยวัฒน์ ” ร้อง สอบเพิ่มยุบ พท.เหตุแกนนำพรรคร่วมชุมนุมเสื้อแดง พร้อมจ้องเล่น ม. 157 กกต.ซ้ำ ฐานล่าช้าสอบคดี ขณะเดียวกันกระตุกต่อมลูกผู้ชายจี้ “ อภิชาต ” เผชิญหน้าม็อบให้คำตอบคดีเงินบริจาค 258 ล้าน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้( 9 เม.ย.) เวลา 09.30 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการจัดงาน “ สงกรานต์ สานใจ กกต. ” โดยพิธีสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์จาก กกต.ทั้ง 5 คน แต่ปรากฎว่าเมื่อถึงเวลาเริ่มนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ได้แจ้งว่ามีภารกิจด่วน ไม่สามารถมาร่วมงานได้ จึงเหลือเพียงกกต. 4 คน อย่างไรก็ตามนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างให้พรแก่ผู้บริหารและพนักงาน กกต.ว่า เดิมคิดว่าวันนี้เสื้อแดงคงจะมาที่นี่ แต่เมื่อประธานกกต.ไม่มาก็ทำให้เสื้อแดงไม่มา ขอขอบคุณประธานกกต.ที่มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล และวันนี้เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ไทย เป็นวันที่อากาศร้อนจึงได้มีการรดน้ำกัน หากอากาศไม่ร้อนแต่ใจของเราก็ร้อนอยู่แล้ว ซึ่งก็ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัย จงโปรดดลบัลดาลให้ทุกคนสมปรารถนา ผู้ใดจะมาขับไล่ ทำร้าย กกต.ก็ขอให้เปลี่ยนใจ เพราะพรนี้ก็ขอให้เกิดกับตนเองด้วย เพราะไม่อยากหนี

 ขณะที่นางสดศรี กล่าวว่า ตนเข้าใจและเห็นใจทุกคนเพราะว่าได้ร่วมกันผจญภัยปัญหาต่างๆ มา ซึ่งเป็นวิกฤตทางการเมืองที่บังคับไม่ได้และไม่อยากให้เกิด  ต้องพยายามที่แก้ไขปัญหา กกต.ชุดนี้จึงน่าสงสาร ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมหัวจมท้ายให้กำลังใจเราทำงานได้ดี เนื่องจากเป็นปีที่ 4 ขอบคุณผู้ที่เสียสละยอมออกไปเจรจากับม๊อบทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลือง และคาดว่าปีนี้จะผ่านไปได้ด้วยดีขอให้จับมือกันไว้ ร่วมมือร่วมแรงสามัคคีทำบ้านของเราให้ไม่มีปัญหา ก่อนที่จะออกไปสะสางปัญหาข้างนอก ขอให้ช่วยกันคุ้มครอง กกต.ฝ่าคลื่นลมฝ่าวิกฤตและทำงานเพื่อองค์กรต่อไป

 ทั้งนี้นางสดศรี ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีประธาน กกต.ระบุว่าไม่ได้รับปากคนเสื้อแดงว่าจะวินิจฉัยคดีเงินบริจาค 258 ล้าน และการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 20 เม.ย.ว่า ในวันที่จันทร์ที่ 12 เม.ย. กกต.คงมีการประชุมหารือนอกรอบกัน และนายอภิชาตก็คงจะแถลงแจ้งให้ทราบว่าเรื่องดังกล่าวจะเอาอย่างไร และจะเสร็จเมื่อใด ซึ่งในที่ประชุม กกต.เมื่อวันที่ 7 เม.ย.นายอภิชาตก็ยืนยันที่ว่าไม่ได้ไปตกลงกับคนเสื้อแดงว่าจะชี้ขาดเรื่องนี้ในวันที่ 20 เม.ย. อย่างไรก็ตามอยากให้คนเสื้อแดงใจเย็น เพราะประธาน กกต.ก็พยายามทำเต็มที่

 นางสดศรียอมรับว่า ในการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมาที่มีการหารือเรื่องดังกล่าวนี้ ประธาน กกต.ได้พูดว่า “ ถ้าเต็มที่นักก็จะขอลาออกจากการเป็นประธาน ” แต่คิดว่าคงพูดเพราะรู้สึกกดดันจึงควรที่จะให้โอกาสประธาน กกต.ในการทำงาน ซึ่งคิดว่าวันที่ 12 เม.ย. คงจะมีความชัดเจนว่าคดี 258 ล้านนี้จะได้ข้อสรุปวันไหน เพราะทราบมาว่าในวันที่ 12 เม.ย.คณะทำงานทั้ง 9 คนจะส่งความเห็นส่วนตนให้กับม.ล.ประทีป จรูญโรจน์ ประธานคณะทำงาน ซึ่งก็อยู่กับว่า มล.ประทีป จะนำเสนอความเห็นนั้นต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเลยหรือไม่

 อย่างไรก็ตามคดีนี้ไม่ว่านายทะเบียนจะมีความเห็นอย่างไรก็ต้องเสนอต่อที่ประชุม กกต. หากเห็นควรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ ก็เชื่อว่าในวันที่มีการเสนอ กกต.ทุกคนคงจะลงมติได้เลยเพราะพร้อมที่จะลงมติมานานแล้ว คงไม่จำเป็นต้องขอเวลานำสำนวนและความเห็นของนายทะเบียนไปศึกษาอีก แต่ถ้านายทะเบียนฯเห็นควรให้ยกคำร้องก็ต้องเสนอที่ประชุม เพื่อรับทราบซึ่งก็ไม่สงวนสิทธิ์ ห้ามไม่ให้ที่ประชุมเสนอความเห็น โดยกกต.คนอื่นก็อาจจะขอให้ที่ประชุมทำบันทึกความเห็นส่วนตนไว้ และยอบรับว่าเป็นไปได้ที่ความเห็นส่วนตนของกกต.อาจถูกหยิบยกไปเป็นประเด็นฟ้องร้อง กกต.ในภายหลังได้

 ต่อมา เวลา 10.30 พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมการตรวจสอบอำนาจรัฐของสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย และนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาฯ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้สอบสวนพฤติกรรมของสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่แสดงตนเป็นแกนนำและเข้าร่วมการชุมนุม ปราศรัยบนเวที ยุยงปลุกปลั่นให้เกิดความแตกแยก และมีการไม่เคารพต่อกฎหมาย อันส่งผลให้เกิดความเสียหาย และไม่สงบเรียบร้อยต่อบ้านเมือง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายถือว่าเป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.พรรคการเมืองมาตรา 17 และ 94 ที่กำหนดว่ากรรมการบริหารพรรคการของพรรคให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ดังนั้นกรรมการบริหารพรรคต้องร่วมรับผิดชอบและถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ การกระทำดังกล่าวอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐทั้งภายในและภายนอกอาณาจักรหรือขัดต่อกฎหมายความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงขอให้ กกต.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนการกระทำดังกล่าวยุบพรรคเพื่อไทยตามกฎหมายต่อไป

 ขณะเดียวกันขอก็ทวงถามความคืบหน้าการในคดีที่ตนเองได้ร้องขอให้กกต.พิจารณายุบพรรคเพื่อไทยเนื่องจากการวีดีโอลิงค์เข้ามายังที่ประชุมพรรคพื่อไทยของพ.ต.ต.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรค ซึ่งถูกตัดสิทธิถือว่าเป็นการเข้าครอบงำพรรค รวมทั้งคดีที่ได้ร้องขอให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์และ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯได้เชิญผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เช่นนายเนวิน ชิดชอบ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายบรรหาร ศิลปอาชา ไปหารือเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่บ้านพิษณุโลกว่า มีการดำเนินการไปถึงไหนแล้ว

 ทั้งนี้พล . ร . อ . บรรณวิทย์ กล่าวว่า ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาเกินสมควรแล้ว ยังไม่เห็นกกต.ดำเนินการอะไร ซึ่งเชื่อโดยสุจริตใจว่า กกต.ไม่ได้ทำงานตามที่ได้กฎหมายมอบอำนาจให้เลย ซึ่งหากยังล่าช้าในสัปดาห์หน้าก็จะไปยื่นฟ้อง กกต.ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อกองปราบและป.ป.ช.ต่อไป

 “ผมเชื่อว่ากกต.ไม่ได้ทำงาน เพราะดูอย่างวันที่คนเสื้อแดงมาชุมนุม เป็นวันทำงานแต่กกต.กลับไม่มีใครอยู่เลย อ้างว่าจะอยู่เฉพาะวันที่มีประชุม อย่างนี้ก็ถือว่าท่านไม่ได้ทำงาน และผมขอประณาม กกต.เลยโดยเฉพาะนายอภิชาต ว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย คนเสื้อแดงเขามาขอคำตอบว่าคดี 258 ล้านจะเสร็จเมื่อใด ไม่ได้มาถามว่าจะยุบไม่มียุบ แทนที่จะลงมาตอบเขาด้วยตัวเอง กลับหายหัวไปไหน แล้วพอมีข่าวว่า กกต.จะตัดสินวันที่ 20 เม.ย. ก็กลับมาบอกว่าไม่ได้ไปตกลงด้วยอย่างนี้มันเป็นการไปเติมเชื้อไฟ ถามว่าพูดอย่างนี้ แล้วถ้าคนเสื้อแดงเขากลับมาอีกประธาน กกต.จะกล้ารับผิดชอบไหม ”

 นอกจากนี้ยังเห็นว่า ต้องเห็นใจกับการที่คนเสื้อแดงมาทวงถามในคดี 258 ล้าน เพราะคดีมันก็ปีกว่าแล้ว เลือกตั้งส.ส.ยังอยู่ได้แค่ 4 ปี ถามว่าแล้ว กกต.จะทำคดีนี้ถึง 20 ปีให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลอีก 5 สมัยหรืออย่างไรถึงค่อยตัดสิน แล้วนี่ยังเอาสถาบันผู้พิพกาษาที่ตัวเองเคยอยู่มาเป็นเครื่องมือปกป้องเกียรติตัวเองทั้งที่ไม่ควร ดังนั้นเมื่อเขามาทวงถามก็ควรที่จะลงมาให้ความชัดเจน มาเผชิญหน้า มันคือความกล้าหาญของลูกผู้ชายไม่มีอะไรต้องกลัว อย่างตนเมื่อวานก็ไปดูคนเสื้อแดงชุมนุมที่ราชประสงค์ เขาก็รู้ว่าตนเป็นใคร ไม่เห็นคนเสื้อแดงทำอะไร แถมยังบอกด้วยว่าต้องชูมือ โบกไม้โบกมืออย่างนั้นอย่างนี้ ดังนั้นไม่มีอะไรที่จะต้องกลัว คนไทยด้วยกันไม่มีทำกันถึงตายหรอก เวลานี้ที่บ้านเมืองมีปัญหาก็เพราะ กกต.ไม่ทำอะไรให้ถูกต้อง ขอเตือนให้ดูอดีตกกต.สามหนาห้าห่วงเป็นตัวอย่าง ถ้า กกต.ยังนิ่งเฉย เราก็ต้องดำเนินการกับ กกต.