(8เม.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวชี้แจงกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาทที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหารบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) แต่ไม่รายงานให้กกต.ได้รับทราบ และเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ที่พรรคประชาธิปัตย์นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ที่พล.ต.ต.วิชัย สังข์ไพ ผบก.น. 1 ระบุ ว่า ผู้ใหญ่ใน กกต.ยืนยันว่าจะเสร็จภายในวันที่ 20 เม.ย.นี้ ว่า ตนยังไม่เคยพูดเลยว่าจะเป็นวันที่ 20 เม.ย.
และในวันที่ 5 เม.ย.เวลาประมาณ 14.30 น. พล.ต.ต.วิชัย ได้โทรศัพท์เข้ามาหาตน บอกว่าคดีนี้จะเสร็จในวันที่ 19 ได้ไหม ตนก็ถามกลับไปว่าใครเป็นคนกำหนดวัน พล.ต.ต.วิชัย ตอบกลับมาว่า เขาประชุมกันตกลงกัน ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าที่ประชุมอะไรที่ไหน ตกลงกันอย่างไรตนไม่ได้ทราบด้วย แล้วตนจะทำได้อย่างไร เพราะขณะนี้คณะทำงานเขายังไม่ได้เสนอตนขึ้นมาเลย และเรื่องอย่างนี้วันเดียวมันเขียนไม่ได้ และตนก็ได้ย้ำกับพล.ต.ต.วิชัยไปว่า ตนตั้งใจอยากจะให้เสร็จภายในเดือนมี.ค. แต่ในเมื่อมันไม่เสร็จ แล้วขณะนี้ก็เดือนเม.ย.ฉะนั้นก็ประมาณปลายเดือนนี้ก็น่าจะเสร็จได้ แต่ยืนยันว่าไม่ได้พูดแน่นอนว่าเป็นวันที่ 20 เม.ย.ว่าจะต้องเสร็จ ถ้ามีเทปก็ให้เอาเทปมายืนยันได้เลย
นายอภิชาต กล่าวอีกว่า เรื่องนี้เราไม่ต้องการที่จะดึงเรื่อง หรือต้องการที่จะไปปกป้องพรรคประชาธิปัตย์ แต่ตนจะปกป้องความยุติธรรม ความถูกต้อง และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อความรอบครอบก่อนที่จะเสนอส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องมีหลักฐานเพียงพอ ชัดเจนสำนวนมีกว่า 3 พันหน้า เมื่อกกต.ส่งกลับมาให้นายทะเบียนต้องทำความเห็น ซึ่งก็เป็นเรื่องที่นายทะเบียนที่ต้องดูให้ละเอียดรอบครอบอีกครั้ง จะให้มาใช้เวลาวันเดียวเขียนคงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งการดำเนินการของกกต.ก็เหมือนศาลที่เราต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ใครจะมากดดันตนไม่สนใจ เรื่องนี้เมื่อตนเอามาดูแล้วก็ยังมีรายละเอียดที่เราต้องหาเพิ่ม ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ขั้นตอนของการเขียนคำวินิจฉัยส่วนตนของคณะทำงานของแต่ละคนอยู่ หากเขาทำเสร็จเราก็ต้องมาดูแล้วต้องเขียนความเห็นของเราอีก ซึ่งภายในวันเดียวทำไม่ได้ ทั้งนี้การที่จะพิจารณาอะไรก็เหมือนผู้พิพากษาตัดสินชีวิตคน ตนจะไม่ตัดสินแบบส่งๆ หรือปัดไปให้พ้นๆ ตัวตนไม่ทำ หากว่าไม่มีอะไรผิดปรกติตนก็ยกไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุมกกต. แต่หากว่าต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องมีหลักฐานเข้าตามหลักเกณฑ์
“หากวันที่ 20 เม.ย.ทางกลุ่มคนเสื้อแดงจะมาถามก็สามารถมาได้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่วงปลายเดือน แต่ผมไม่เคยกำหนดวันว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ และขอยืนยันว่าการทำงานของผมไม่เคยมีใครมาขอผมได้ ที่พูดกันว่า ท่านเปรม ท่านอภิสิทธิ์ ท่านบัญญัติ บอกได้เลยว่าไม่เคยมี และในหัวผมไม่เคยมีความคิดเลยที่จะปกป้องพรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่ผมจะปกป้องคือความยุติธรรม ความถูกต้องเพราะเป็นสิ่งที่เราต้องธำรงไว้ เป็นผู้พิพากษามากว่า 30 ปี ไม่เคยทำตามกระแส และผมเคยไปให้คำสัตย์ปฏิญาณกับเสด็จในกรมฯ ไว้ เมื่อคราวสอบผู้พิพากษาไว้ว่า ผมจะเป็นผู้พิพากษาที่ซื่อสัตย์ตลอดชีวิต ดังนั้นแม้วันนี้มาเป็นประธานกกต.ตัวก็ยังมีความเป็นผู้พิพากษาอยู่ ถึงตัวผมตายไปแล้วก็ยังมีถ้อยคำปรากฏไว้ให้คนรุ่นลูก รุ่นหลานดูว่าคดีนี้ผมเห็นอย่างไร เพราะฉะนั้นจะต้องให้เข้าท่า ถ้าเนื้อหาคดีมันไม่ถึงเราจะมาบอกว่าให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พ้นๆตัวไป มันก็ไม่ใช่วิสัยผมทำอย่างนั้นผมก็จะถูกจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ ว่าทำเพื่อเอาตัวรอด ” นายอภิชาต กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมกกต.เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมาหลังจากที่คนเสื้อแดงได้บุกเข้ามาในกกต.เพื่อทวงถามความคืบหน้าของสำนวนคดี 258 ล้านบาท นั้นนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ได้มีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวเข้าหารือ โดยได้สอบถามนายอภิชาต ในฐานะนายทะเบียนว่า ตกลงแล้ววันที่ 20 เม.ย.หมายความว่าอย่างไร เพราะกกต.คนอื่นไม่มีใครทราบ และสำนวนคดี 258 ล้านบาทได้ดำเนินการเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว เพราะยังถือว่าเป็นเรื่องที่ยังค้างคาการพิจารณาของคณะกรรมการฯอยู่ยังไมได้มีการวินิจฉัยออกเป็นมติ ซึ่งจากที่กกต.ได้มีมติไปเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 52 ให้นายทะเบียนไปทำความเห็นมาถึงขณะนี้ก็ถือว่านานมากแล้ว
ประกอบกับเรื่องดังกล่าวกำลังสร้างความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของกกต. เพราะขนาดเบอร์ที่บ้านก็ยังถูกโทรไปด่า ไม่ทราบว่าคนเหล่านั้นทราบเบอร์ได้อย่างไร กกต.ควรดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว และเมื่อดูตามปฏิทินแล้วก็ยังเห็นว่ายังเหลือวันทำการอีก 1 วัน คือวันที่ 12 เม.ย.จึงขอให้นายทะเบียนนำเรื่องนี้เข้าชี้แจงความมีความคืบหน้าไปถึงไหน และจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป นายอภิชาต จึงได้ชี้แจงกับที่ประชุมกกต.ว่า ความจริงแล้วไม่อยากพูดเรื่องนี้ แต่เมื่อมีการสอบถามก็ขอยืนยันว่าไม่เคยไปตกลงกับใครเรื่องวันที่ 20 เม.ย.เลย และถ้ามันเต็มที่มากนักก็พร้อมที่จะลาออกจากตำแหน่งประธาน