ลุ้นสลายม็อบ..แดงเครียดน้ำหนักลด.

ไม่ว่ากลุ่มไหนจะมาชุมนุม หัวใจสำคัญของการชุมนุมทุกครั้งคือชาวบ้านที่เป็น "สมาชิกขาประจำ" คนกลุ่มนี้เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การเคลื่อนไหวได้รับชัยชนะหรือประสบกับความปราชัย ในวันนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่ารัฐบาลหรือแกนนำเสื้อแดงจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

ยิ่งเหตุการณ์ตึงเครียดมากเท่าใด สมาชิกขาประจำก็ยิ่งลุ้นมากขึ้นเท่านั้น บางคนแม้จะพิการแต่อดใจไม่ได้ต้องมาลุ้นเกาะติดขอบเวที ขณะที่ กลุ่มผู้หญิงก็ไม่ได้ท้อถอยซิ่งมอเตอร์ไซค์ไปให้กำลังใจพรรคพวก

 "ภัทร" แม่บ้านวัย 46 ปี พร้อมเพื่อนๆ ผู้หญิงจากนครปฐมเกือบ 20 คน ควบมอเตอร์ไซค์มาจากนครปฐมเข้าร่วมกับกลุ่มเสื้อแดง โดยมีภารกิจเกาะติดเคลื่อนขบวนไปสุดแท้แต่แกนนำจะสั่ง ภัทรกับเพื่อนมาชุมนุมกินอยู่หลับนอนอยู่กับม็อบเสื้อแดงตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศจนถึงสี่แยกราชประสงค์ รวมแล้วเกือบ 20 วัน หากวันไหนสถานการณ์ปกติก็อาจจะแวะกลับบ้านพักแถวบางกะปิบ้างเป็นครั้งคราว เพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า บ้างก็ซักผ้าที่หมักหมมเหงื่อ พอถึงเวลานอนก็กลับมานอนรวมกันที่หลังเวทีปราศรัยใหญ่

 "ถ้าคนน้อยอาจถูกสลายได้" ภัทรให้เหตุผล

 เพราะชีวิตที่ต้องกินอยู่หลับนอนอยู่กับม็อบ กินข้าวแจกอิ่มบ้างไม่อิ่มบ้าง อดตาหลับขับตานอน และเคลื่อนไหวตลอด เพียงแค่ 2 สัปดาห์น้ำหนักของภัทรจากเดิม 85 กิโลกรัม ลดฮวบฮาบลง 7 กิโลกรัม เหลือ 79 กิโลกรัม

 "เป็นผู้หญิงจะเข้าห้องน้ำหลับนอนก็ไม่ค่อยสะดวก แต่ไม่คิดถอยนะ ตั้งใจกันว่าจะร่วมเป็นกำลังใจสู้ให้ถึงวันยุบสภา"

 สำหรับภารกิจตลอด 20 วันที่ผ่านมา ภัทรรับหน้าที่ขี่มอเตอร์ไซค์พาเพื่อนซ้อนไปกดดันรัฐบาลตามท้องถนน ตั้งแต่เยาวราช ลาดพร้าว สนามหลวง สีลม จนถึงสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การขี่รถมอเตอร์ไซค์ในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนต่างจังหวัด ต้องคอยระมัดระวังตัวไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ แต่กระนั้นก็ยังเลี่ยงไม่พ้น ภัทรประสบอุบัติเหตุรถล้มแถวสะพานปิ่นเกล้า เข่าขวาอักเสบบวมช้ำ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เข็ดขยาด สิ่งเดียวที่พวกเธอกลัว คือ เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงหรือบีบบังคับให้สลายตัว ?!!

 ...เช้าวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา ภัทรกับเพื่อนๆ ตื่นจากที่นอนหลังเวทีราชประสงค์ด้วยความแปลกใจ เพราะสถานการณ์ผิดไปจากทุกวัน มีข่าวลือสะพัดไปในกลุ่มผู้ชุมนุมว่า "ทหาร" กำลังจะล้อมปราบ ทุกคนกรูไปที่มอเตอร์ไซค์คู่กาย เตรียมรับคำสั่งจากแกนนำว่าจะให้ทำอย่างไร ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย 2 โมง ภัทรกับเพื่อนยังไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยแม้แต่ข้าวสักเม็ดเดียว

 "กลัวทหารจะบุกเลยไม่กล้าออกไปกินข้าว สถานการณ์ไม่ดีข้าวห่อก็มีไม่พอแจก แต่ถึงมีก็กินกันไม่ลงหรอก กลัวทหารจะเข้ามา รอลุ้นกันอยู่ ตอนนี้อมฮอลล์ไปเรื่อยๆ แก้หิว"

 ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ภัทรน้ำหนักลดลงไปเยอะแม้จะไม่ตั้งใจก็ตาม อย่างไรก็ดี เธอกับเพื่อนยืนยันว่าที่มานี่ก็แค่ต้องการให้รัฐบาลยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ถ้าเลือกตั้งแล้ว "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ชนะได้เป็นนายกฯ อีกพวกเธอก็จะไม่มาชุมนุมอีกต่อไป...ระหว่างนี้ภัทรพูดไปคุยโทรศัพท์ไปเช็กข่าวความเคลื่อนไหวในกลุ่มเพื่อขาประจำเสื้อแดงที่มาด้วยกัน

 ส่วน "บุญธง" อดีตทหารช่างวัย 78 ปี แม้ขาจะพิการก็ยังอาศัยมอเตอร์ไซค์สำหรับคนพิการ ลัดเลาะจากบ้านย่านสุขุมวิท 101 มายังข้างเวทีกลางสี่แยกราชประสงค์ เพื่อจะได้ฟังจากหูตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ด้วยความที่เดินไม่ถนัดและไม่รู้ว่าตำรวจทหารจะบุกเมื่อไร บุญธงจึงเลือกที่จะนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ไปเรื่อยๆ

 "ตอนอยู่ผ่านฟ้าลุงก็ไปนอนค้างกับเขามา 3 คืน พอย้ายมาที่ราชประสงค์มันใกล้บ้านเลยกลับไปนอนบ้าน มาร่วมชุมนุมเพราะอยากให้นายกฯ ยุบสภาหรือไม่ก็ลาออก นี่ห่อข้าวมากินด้วยนะ ไม่อยากรบกวนข้าวกล่องพวกเขา ให้เขาเอาไปแจกชาวบ้านที่มาจากต่างจังหวัด เพราะเขาลำบากกว่าเรา" บุญธง กล่าว