เมื่อวันที่ 20 มีนาคม เวลา 20.00 น. ที่ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ได้จัดประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2553 รอบตัดสินขึ้น ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก งานนี้มี นายสัญญา คุณากร น.ส.อุษณีย์ วัฒฐานะ และ น.ส.กรรณาภรณ์ พวงทอง รับหน้าที่เป็นพิธีกรตลอดการประกวด
เปิดเวทีต้อนรับผู้ชมและเหล่ากองเชียร์นางงามด้วยดนตรีจังหวะสนุกสนาน ผสมผสานบรรยากาศจำลองของป่าเขาลำเนาไพร และกำแพงเมืองโบราณใน จ.กำแพงเพชร โดยสาวงามทั้ง 44 คน ปรากฏตัวในชุดว่ายน้ำจากกีลาโรช ก่อนจะเข้าสู่การแสดงชุดพิเศษของผู้เข้าประกวด และคณะมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สรุ่นพี่ ได้แก่ น.ส.ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2550 น.ส.กวินตรา โพธิจักร มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2551 น.ส.ปิยะภรณ์ ดีจริง รองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส อันดับ 1 ประจำปี 2551 และ น.ส.รุจินันท์ พันธ์ศรีทุม รองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส อันดับ 1 ประจำปี 2552 ซึ่งนำบทเพลง “แทนใจ” มาถ่ายทอด แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจ ความรัก และความสามัคคีที่มีต่อกัน
หลังจากนั้นเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความระทึกใจ กับการประกาศผลสาวงามที่ผ่านเข้าสู่รอบ 12 คนสุดท้าย ซึ่งประกอบด้วย หมายเลข 1 น.ส.วิลาสินี กัลยาเลิศ หมายเลข 4 น.ส.วิลาสินี สินธุโคตร หมายเลข 6 น.ส.ปุณยวีร์ แจ่มคล้าย หมายเลข 7 น.ส.พิมพวรรณ บรรจงศิริ หมายเลข 11 น.ส.ราตรีเฉลิม เดชบุญญาภิชาติ หมายเลข 15 น.ส.พรรณนารา พุ่มเจริญ หมายเลข 17 น.ส.พิมพ์จิตรา บุญยิ่ง หมายเลข 23 น.ส.สุชาดา กลั่นไพรี หมายเลข 26 น.ส.ณพวรรณ ปัญญา หมายเลข 31 น.ส.วรรษพร วัฒนากุล หมายเลข 32 น.ส.พราวรวี ปรียวราวัฒน์ และหมายเลข 33 น.ส.ฝนทิพย์ วัชรตระกูล
ต่อกันด้วยการประกวดในชุดว่ายน้ำ ที่งานนี้ศิลปินคุณภาพ "ชิน" ชินวุฒิ อินทรคูสิน อาสาพาผู้ชมเข้าสู่บรรยากาศของอุทยานแห่งชาติ ป่าไม้ และน้ำตกที่ชุ่มฉ่ำ สลับการเดินชุดว่ายน้ำสีดำเลื่อมของผู้ผ่านเข้ารอบ 12 คนสุดท้ายอีกครั้ง จากนั้นเป็นการแสดงชุดพิเศษจากนักแสดงช่อง 7 สี และพาย้อนอดีตไป 700 ปี เข้าสู่บรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองชากังราว ซึ่งเป็นชื่อเดิมของ จ.กำแพงเพชร ผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง 12 คนปรากฏตัวในชุดราตรีจากห้องเสื้ออมอเร่ ประกอบเสียงเพลงไทยประยุกต์ร่วมสมัยที่ได้ซีซั่นไฟว์ กลุ่มศิลปินแนวไฮบริด อะ แคปเปลล่า มาร่วมถ่ายทอด พร้อมเสียงร้องแบบกังวานสดใสของ น.ส.บัวชมพู วารี รองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2550
ก่อนจะเข้าสู่การประกาศผลตำแหน่งพิเศษ เริ่มด้วย “ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน” ได้แก่ หมายเลข 33 น.ส.ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับเงินรางวัล 2 แสนบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และสายสะพายจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ส่วนตำแหน่งพิเศษที่ประกาศไปก่อนหน้านี้ 5 รางวัล ได้แก่ “งามอย่างไทย” ได้แก่ หมายเลข 19 น.ส.นัทธินันท์ กุมชพร “นางงามผิวสวย” ได้แก่หมายเลข 20 น.ส.พัชริญา พิศชวนชม “รักษ์ความเป็นไทย” ได้แก่หมายเลข 4 น.ส.วิลาสินี สินธุโคตร “มิส บี-อิ้ง เฮลตี้” ได้แก่หมายเลข 32 น.ส.พราวรวี ปรียวราวัฒน์ และ "มิส ลักซ์ ไวท์ อิมเพรส” ได้แก่ หมายเลข 31 น.ส.วรรษพร วัฒนากุล ปิดท้ายในช่วงนี้กับการประกาศผลตำแหน่ง “มิสป๊อปปูล่าร์” ซึ่งได้แก่ หมายเลข 10 น.ส.ปทิตตา ศิระอาภรณ์
จากนั้นเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความระทึกใจอีกครั้ง กับการประกาศผลสาวงามที่ผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย ซึ่งประกอบด้วย หมายเลข 1 น.ส.วิลาสินี กัลยาเลิศ หมายเลข 7 น.ส.พิมพวรรณ บรรงจงศิริ หมายเลข 15 น.ส.พรรณนารา พุ่มเจริญ หมายเลข 31 น.ส.วรรษพร วัฒนากุล และหมายเลข 33 น.ส.ฝนทิพย์ วัชรตระกูล โดยสาวงามทั้ง 5 คน จะต้องตอบคำถามซึ่งคัดเลือกจากผู้ชมทั่วประเทศที่ส่งเข้ามาผ่านระบบเอสเอ็มเอส ก่อนที่ น.ส.ชุติมา ดุรงค์เดช มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2552 จะปรากฏตัวบนเวทีเพื่ออำลาตำแหน่ง
และแล้วก็ถึงช่วงวินาทีสำคัญ เมื่อพิธีกรประกาศผลการตัดสินผู้ได้รับตำแหน่ง “มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2553” ได้แก่ หมายเลข 33 "ปุ๊กลุ๊ก" น.ส.ฝนทิพย์ วัชรตระกูล รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท มงกุฎเพชร และชุดเครื่องประดับจากบิวตี้เจมส์ สายสะพาย พร้อมถ้วยเกียรติยศแก้วคริสตัล รถยนต์โตโยต้า คัมรี รุ่น 2.0 จี พร้อมของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย “รองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส อันดับ 1” ได้แก่ หมายเลข 31 "เอี๊ยม" น.ส.วรรษพร วัฒนากุล ขณะที่ “รองมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส” ทั้ง 3 ตำแหน่ง ได้แก่ หมายเลข 1 หมายเลข 7 และหมายเลข 15
"น้องปุ๊กลุ๊ก" น.ส.ฝนทิพย์ วัชรตระกูล อายุ 19 ปี พื้นเพเป็นชาว จ.สมุทรปราการ กำลังศึกษาอยู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) มีความสามารถในใช้ภาษาต่างประเทศได้ถึง 5 ภาษา โดยก่อนหน้านี้คว้าตำแหน่งขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน และเคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ความฝันของเธอนอกจากการเป็นนางงามแล้ว ยังอยากเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยด้วย ซึ่งหลังจากคว้ารางวัลสูงสุดจากการประกวดครั้งนี้ เจ้าตัวเผยความรู้สึกว่า ที่ฝันอยากเป็นนายกรัฐมนตรีหญิง เพราะอยากให้ผู้หญิงใช้สิทธิของตัวเองอย่างเต็มที่ ส่วนตัวก็รักความยุติธรรม อยากให้ผู้หญิงมีความเท่าเทียมกันกับผู้ชายอย่างแท้จริง ส่วนเรื่องการประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์สนั้น จะนำรอยยิ้มของหญิงไทยไปเผยแพร่ให้ทั่วโลกได้รับรู้
ส่วนภารกิจสำคัญต่อจากนี้ จะเป็นตัวแทนเข้าร่วมประชันความงามบนเวทีระดับโลก มิสยูนิเวิร์ส 2010 ในเดือนสิงหาคมนี้