ศูนย์รับบริจาคโลหิตแห่งชาติปัดไม่รับเจาะเลือดแดง

ศูนย์รับบริจาคโลหิตแห่งชาติ” ปัดไม่รับเจาะเลือดผู้ชุมนุม หากเสื้อแดงประสานให้ช่วย เหตุต้องเป็นข้อบ่งชี้นำเลือดไปใช้เพื่อสุขภาพเท่านั้น พร้อมเตือนผู้เจาะเลือดต้องมีความรู้กายวิภาค หากเจาะเลือดผิดเส้นอาจเกิดภาวะช็อกได้ ขณะที่ “ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์-ผอ.สำนักโรคเอดส์-ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์” ค้านไม่เห็นด้วย เสี่ยงติดเชื้อเอดส์ได้ หากใช้เข็มร่วมกัน ตามที่“หมอเหวง” ระดมแพทย์-พยาบาล 500 คนเจาะ 1 ล้านซีซี

(15มี.ค.) นาวาโทหญิง พญ.อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์ รองผู้อำนวยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า หลังจากที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงประกาศขอรับบริจาคเลือดจากกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อรวบรวมเลือดให้ได้ 1 ล้าน ซี.ซี.นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากแกนนำผู้ชุมนุมแต่อย่างใด ซึ่งหากประสานมาจริง ทางศูนย์บริการโลหิตก็คงจะไม่สามารถเข้าเจาะเลือดให้ได้ เพราะต้องมีเหตุบ่งชี้การนำเลือดไปใช้ในทางสุขภาพเท่านั้น

 นาวาโทหญิง พญ.อุ[ลวัณณ์ กล่าวต่อว่า การเจาะเลือดต้องทำตามหลักวิชาการ โดยผู้รู้ด้านกายวิภาค เช่น แพทย์ พยาบาล ที่สามารถดูเส้นเลือดที่แขนได้ว่าเป็นเส้นเลือดแดงหรือดำ เพราะการเจาะเลือดต้องเจาะที่เส้นเลือดดำเท่านั้น ที่เป็นเส้นเลือดที่มีเลือดไหลอ่อนกว่า และไหลเข้าสู่หัวใจเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการฟอก หากเจาะผิดเป็นเส้นเลือดแดงที่เลือดไหลแรงจะทำให้มีเลือดออกมากผิดปกติ จนเกิดภาวะช็อก แขนขาชา อีกทั้งหากเจาะไปถูกเส้นประสาทที่อยู่ใกล้ ๆ อาจทำให้เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตตามมาได้ ส่วนผู้ที่มีมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูงหรือฮิโมฟิเลีย จะทำให้หมดสติ นอกจากนี้เข็มที่ใช้ต้องสะอาด ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อทางกระแสเลือดได้อีก

 นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า กรณีที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงระดมให้ผู้ชุมนุมเจาะเลือดบริจาคเพื่อนำไปเทและทารอบทำเนียบรัฐบาลนั้น ตนไม่เห็นด้วยและควรใช้วิธีอื่นในการต่อสู้ทางการเมือง เพราะการเจาะเลือดมีความเสี่ยงทั้งผู้ถูกเจาะเลือดและผู้ที่ทำการเจาะเลือดให้ โดยในส่วนผู้ถูกเจาะเลือดหากร่างกายไม่มีความพร้อม พักผ่อนไม่เพียงพอ อาจเป็นลม เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะคนที่กลัวเลือด อีกทั้งเข็มที่ใช้สำหรับเจาะเลือด โดยปกติต้องใช้แล้วทิ้ง ไม่ควรใช้ร่วมกัน ไม่เช่นนั้นจะเสี่ยงต่อการติดโรคได้ โดยเฉพาะโรคเอดส์ และโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งปัจจุบันมีรายงานว่า ใน 100 คน มีผู้ติดเชื้อเอดส์ 2 คน ขณะที่ไวรัสตับอักเสบนั้น ใน 100 คน จะมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี 5 คน และไวรัสตับอักเสบซี 5 คน จึงอยากให้ระมัดระวัง ส่วนผู้ที่เจาะเลือดให้ก็ต้องระวังไม่ให้เลือดที่ดูดใสสลิ้งไหลย้อนกลับและกระเด็นเข้าตัวหรือปาก เพราะอาจติดเชื้อและได้รับโรคได้เช่นกัน

 นพ.ประพันธ์ กล่าวว่า โดยปกติที่ทางสภากาชาดไทยรับบริจาคเลือดจะอยู่ที่คนละ 100 ซี.ซี.  และปริมาณ 1,000 ซี.ซี. จะเท่ากับ 1 ลิตร ซึ่งหากจะมีการรวบรวมเลือดให้ได้ 1 ล้าน ซี.ซี. จะเท่ากับเลือด 1,000 ลิตร หรือ 1,000 ขวด ในกรณีที่เจาะเลือดนั้น หากเจาะเลือดคนละ 100 ซี.ซี. จะต้องมีคนบริจาค 10,000 คน แต่หากใช้สลิ๊งบริจาคคนละขนาด 10 ซี.ซี. จะใช้คน 100,000 คน และหากใช้สลิ๊งขนาดใหญ่กว่านี้ คือ 50 ซี.ซี.จะต้องมีผู้บริจาค 20,000 คน อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้

 ด้าน พญ.พัชรา ศิริวงศ์รังสรร ผู้อำนวยการสำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเตรียมเจาะเลือดเพื่อนำไปลาดบริเวณทำเนียบรัฐมนตรีว่า  การติดเชื้อเอชไอวี ทางเลือดสามารถจะเกิดขึ้นได้กรณีมีการใช้เข็มฉีดยาเจาะเลือดร่วมกันแล้วมีคนในกลุ่มผู้ชุมนุมคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ที่มีเชื้อ   ซึ่งไม่เฉพาะการติดต่อเชื้อเอชไอวี แต่ยังมีไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซี รวมทั้งการติดเชื้ออื่นๆ จากการใช้อุปกรณ์เจาะเลือดที่ไม่สะอาด ไม่มีการฆ่าเชื้อ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อระบบเลือดและแบคทีเรียอื่นๆ

 พญ.พัชรา กล่าวต่อว่า การเจาะเลือดนั้นคงไม่ใช่ประชาชนทั่วไปจะเจาะได้เพราะผู้ที่จะเจาะเลือดต้องมีความรู้ไม่เช่นนั้นไม่สามารถเจาะเลือดแล้วได้จำนวนมากๆ  ซึ่งคิดว่าคงจะมีการป้องกันในกลุ่มของผู้ชุมนุมเอง ถ้ามีคนที่มีความรู้ใช้เข็มเจาะเลือดได้ก็น่าจะมีความรู้ที่จะใช้อุปกรณ์ที่สะอาดด้วย  รวมทั้งต้องให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนที่คิดจะเจาะเลือด เพราะถ้าคนที่ไม่เคยเจาะเลือดจะเจาะไม่ออก อาจต้องใช้วิธีอื่นไม่ใช่แค่ใช้เข็มฉีดยาเจาะเลือด ซึ่งถ้ามีการเอาเลือดออกมากๆ อาจเป็นอันตรายกับผู้ให้เลือด

 “อยากให้ระมัดระวังความสะอาด ไม่ใช้เข็มในการเจาะเลือดร่วมกัน ต้องใช้อุปกรณ์ของส่วนตัว เพราะไม่ทราบว่าในกลุ่มมีใครเป็นโรคอะไร หรือมีเชื้อโรคอะไรบ้าง เพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง” ผอ.สำนักโรคเอดส์ฯ กล่าว  

 ขณะที่ นายนิมิตร เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์  กล่าวว่า   ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้วิธีเจาะเลือดแบบการบริจาคโลหิต ต้องใช้เข็มใหม่ใช้แล้วทิ้งไม่ใช้เข็มร่วมกันเด็ดขาด เนื่องจากขณะนี้จากข้อมูลพบว่า ประชากรไทยติดเชื้อเอชไอวี(HIV) ร้อย 0.7  ของประชากรทั้งหมดของประเทศ หรือ 60 คน จะมีผู้ติดเชื้อ 1 คน  ที่ติดเชื้อ ดังนั้นการใช้เข็มร่วมกัน เข้าข่ายการใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกัน  ดังนั้นถ้าต้องการเลือด 1,000,000  ซีซี  โดยใช้ผู้บริจาคเลือด 1 แสนคน ก็ต้องใช้เข็ม 1 แสนอันเช่นกัน ห้ามใช้เข็มซ้ำเด็ดขาด  อย่างไรก็ตามสำหรับเลือดที่ออกจากร่างกายแล้วไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะเมื่อเลือดออกจากร่างกายมนุษย์เชื้อโรคจะอ่อนฤทธิ์ลงมาประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนขนาดนี้  รวมทั้งหากไม่มีแผลเปิดก็ไม่มีโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายได้  ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ไม่แข็งแรง อดนอนหรืออ่อนเพลียจากการชุมนุมก็ไม่ควรบริจาคเลือด ควรให้ผู้ที่มีความแข็งแรงบริจาคมากกว่า 

“หมอเหวง”ระดมแพทย์-พยาบาล500คนเจาะ1ล้านซีซี

 ทั้งนี้ที่เวทีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แยกผ่านฟ้า เวลา 15.40 น.นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ยืนยันว่ากระบวนการเจาะเลือดจะเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานผู้ที่สามารถเจาะเลือดได้ ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ห้องเทคนิคในโรงพยาบาล จำนวน 500 คนมาเจาะเลือดผู้ชุมนุมในวันพรุ่งนี้(16มี.ค.) เวลา 08.00 น.โดยตั้งเป้าไว้ว่าวันแรกจะเจาะเลือด 1 แสนคนๆ ละ 10 ซีซีเพื่อให้ได้ 1ล้านซีซีนำไปเทหน้าประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้เลือด 10 ซีซีถือว่าเป็นปริมาณน้อย ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย เปรียบเทียบได้กับคนเดินเตะไม้แล้วนิ้วก้อยฉีกจะเสียเลือดประมาณ 10 ซีซี อย่างไรก็ตามในวันนี้คนที่จะเจาะเลือดนั้นเราจะให้นอนอย่างน้อย 10 ชั่วโมง รับประทานอาหารให้เต็มที่ และจะเจาะเลือดเฉพาะผู้ที่มีอายุเกิน 18 ปีส่วนแก่มากๆ ก็ไม่เอาเช่นเดียวกัน

 นพ.เหวง กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการเจาะเลือดนั้นจะเป็นวิธีการเดียวกับที่โรงพยาบาลทุกอย่าง โดยสลิงที่ใช้เจาะจะใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ส่วนที่เป็นห่วงเรื่องเชื้อเอชไอวีนั้นตามหลักสากลแล้วผู้ที่เจาะเลือดหรือใครก็ตามจะไม่มีสิทธิถามว่าใครติดเชื้อหรือไม่ ดังนั้นผู้ที่ทำการเจาะเลือดจะต้องคาดการณ์ในด้านที่เลวร้ายที่สุดเพื่อป้องกันการติดเชื้ออย่างเต็มที่ เมื่อเจาะเลือดแล้วจะไปใส่รวมกันในแกลลอนไม่มีการนำไปใช้ต่อและเชื้อเอชไอวีนั้นอยู่ในอากาศไม่กี่ชั่วโมงเชื้อตายแล้ว ดังนั้นจะไม่มีการติดต่ออย่างแน่นอน

 “การที่คนเสื้อแดงยอมสละเลือดครั้งนี้ เป็นแนวทางสันติวิธีที่ดีที่สุดแล้วที่คนเสื้อแดงจะเรียกร้องมนุษยธรรมจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าจะกล้าเหยียบกองเลือดเข้าไปทำงานหรือไม่ หรือจะโหดเหี้ยมอำมหิตปล่อยให้เกิดสงครามประชาชน เพราะถ้านายกฯไม่ยุบสภา ก้าวต่อไปหลังจากนี้คือความรุนแรง เป็นสงครามชนชั้น นายอภิสิทธิ์ อยากจะให้คนเป็นล้านๆคนติดอาวุธสู้รบกับรัฐบาลหรืออย่างไร” นพ.เหวง กล่าวและว่า ในวันที่ 15 มี.ค.จะนำเลือด 1 ล้านซีซีไปเทที่ทำเนียบรัฐบาล ถ้ายังไม่ยอมยุบสภาอีกจะนำเลือดจำนวนเท่าเดิมไปเทที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์และหน้าบ้านนายกฯเป็นที่สุดท้าย