ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 15 มี.ค.ที่อาคารอำนวยการศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เชิญสื่อมวลชนให้สัมภาษณ์มาตรการเฝ้าระวังศูนย์ราชการฯ ภายหลังจากที่กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้ระดมมวลชนผ่านคลื่นวิทยุชุมชนคลื่น 92.5 เมกกะเฮิรซต์ ให้ยึดศูนย์ราชการฯ
นายอมรพันธุ์ เปิดเผยว่า ได้มีมาตรการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ทั้งการปิดช่องทางการเข้าออกให้เหลือเพียง 1 ช่องทางคือบริเวณด้านหน้าศาลจังหวัดเชียงใหม่ การนำแท่งปูนและรั้วลวดหนามมารอบล้อมบริเวณอาคารอำนวยการจำนวน 2 ชั้น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการประชิดตัวโดยตรง กระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดอส. ชุดปราบจราจล ฯลฯ
ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์จนถึงขณะนี้ถือว่าอยู่ในระดับปกติ ในส่วนของกำลังการดูแลรักษาความปลอดภัยจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก ส่วนภายในตัวอาคารจะมีเจ้าหน้าที่อส.ดูแลความเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงหรือมีความรุนแรงมากขึ้นก็จะมีการประสานความร่วมมือขอกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มเป็นขั้นตอน ทั้งนี้ หากถึงขั้นวิกฤตก็อาจจะมีการขอกำลังจากทหารเพิ่มเติมให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานดูแลความสงบเรียบร้อย แต่หากรุนแรงสูงสุดก็จะมีการรายงานให้ทางรัฐบาลทราบเพื่อประกาศใช้พรบ.ความมั่นคงต่อไป
สำหรับด้านการข่าวจากการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดก็ทราบว่าสถานีวิทยุชุมชนในพื้นที่หลายแห่งได้ออกอากาศระดมคนมาชุมนุมตามที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วิดิโอลิ้งในค่ำวานนี้ (14 มี.ค.) ให้คนเสื้อแดงมาชุมนุมที่ศูนย์ราชการฯ ซึ่งวิทยุชุมชนที่อ.แม่อาย ฝาง ไชยปราการ และอ.เมืองเองก็พบว่ามีการเคลื่อนไหวมากขึ้น
“สถานการณ์ในเชียงใหม่ตอนนี้ถือยังไม่มีเหตุผิดปกติ แต่จะมีก็แค่เมื่อวานนี้มีรายงานแจ้งว่าได้มีการโยนปะทัดยักษ์ใส่บริเวณตู้เอทีเอ็ม บริเวณตลาดช้างเผือก ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามตรวจสอบกล้อง CCTV อยู่ นอกจากนี้ ยังทราบข่าวมาว่าแกนนำและมวลชนคนเสื้อแดงบางส่วนได้ทยอยเดินทางกลับมาแล้ว ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น” นายอมรพันธุ์ กล่าว
ส่วนเรื่องโรงงานประทัดที่ในจังหวัดเชียงใหม่ มีหลายโรงงานนั้น ก็ไม่ได้มีการตรวจสอบแต่อย่างใด แต่ได้มีการแจ้งเตือน ขอให้มีการตรวจสอบผู้ว่าจ้างผลิตว่า มีการสั่งปริมาณมากผิดสังเกตหรือไม่ มีการเก็บสะสมหรือไม่ และผลิตตามที่ได้ขออนุญาตหรือไม่
คาดประทัดป่วนเมืองเชียงใหม่ฝีมือวัยรุ่นไม่เอี่ยวแดง
พ.ต.อ.ทิวธวัช นครศรี รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีรับแจ้งเหตุประทัดยักษ์โยนใส่ตู้เอทีเอ็ม ย่านประตูช้างเผือก ว่า คืนวานนี้ (14 มี.ค.) รับแจ้งเหตุมีประทัดยักษ์ 2 ลูก ถูกโยนเข้ามาบริเวณตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ แต่เกิดเสียงระเบิดเพียง 1 นัดเท่านั้น เบื้องต้นยังไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวโยงกับคนเสื้อแดงแต่อย่างใด คาดว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่คึกคะนองนำประทัดยักษ์มาซึ่งขณะนี้กำลังดูหลักฐานกล้อง CCTV หลักฐานในที่เกิดเหตุที่มีอยู่ สอบสวนหาคนร้ายต่อไป
ส่วนมาตรการความรักษาความปลอดภัยนั้นจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันมือที่ 3 ก่อเหตุความวุ่นวาย โดยเฉพาะสถานที่สำคัญ ทั้งศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ สนามบินจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับมีการขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ให้เข้มงวดมาตรการป้องกันความปลอดภัยเพิ่มเติมอีกด้วย
ทั้งนี้ ในส่วนของการข่าวกลุ่มเสื้อแดงจังหวัดเชียงใหม่ถือว่าไม่มีอะไรน่าหนักใจ เพราะส่วนใหญ่ทยอยเดินทางเข้าส่วนกลางหมด ดังนั้น ในภูมิภาคจึงไม่มีอะไรน่าหนักใจ ส่วนกระแสข่าวที่แจ้งแกนนำบางคนกลับมาในพื้นที่แล้ว ก็ได้รับทราบมาเช่นกัน แต่เป็นการกลับมาเพื่อระดมทุนและยารักษาโรคเพื่อนำไปสมทบกับกลุ่มเสื้อแดงที่กรุงเทพฯ