(15 มี.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช. ซึ่งเดินทางกลับจากกรมทหารราบที่ 11รักษาพระองค์ ขึ้นปราศรัยต่อผู้ชุมนุมที่เวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ว่า วันนี้ได้ไปเห็นความขลาดกลัวของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ร่างกายเป็นชาย แต่หัวใจเป็นตุ๊ด เพราะได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีไป ตั้งแต่คนเสื้อแดงเคลื่อนไปถึงกรมทหารราบที่ 11
อย่างไรก็ตามวันนี้ทหารที่เป็นลูกหลานของคนเสื้อแดงหลายคนกำลังจะมาร่วมกับคนเสื้อแดงเพื่อโค่นล้มอำมาตย์ เราจะเปลี่ยนจาก 1 ล้านคน 1 ล้านลิตร มาเป็น 1 ล้านคน 1 ล้านซีซี ซึ่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กำลังประสานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้นำเข็ม 1 ล้านเล่ม มาเจาะเลือดพี่น้องคนละ 10 ซีซี เพื่อไปราดทำเนียบ ให้รู้ไปว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะกล้าข้ามกองเลือดของประชาชนเข้าไปทำงาน ถ้าใช่ก็ไม่ใช่คนแล้ว
นายอริสมันต์ กล่าวอีกว่า ก่อนที่เราจะถูกสลาย ไม่ว่าจะวิธีใดก็ตามโลกจะได้รู้ว่าคนเสื้อแดงพร้อมสละเลือดได้ตลอดเวลา เราต้องสละเลือดเพื่อประชาธิปไตย เพื่อแลกกับการลาออก หรือยุบสภาของนายอภิสิทธิ์ และขอให้คนที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนออกมาแสดงความเห็นว่า ไม่เห็นด้วยการสลาย หรือการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน อย่าหวาดกลัววันนี้ต้องแสดงความกล้ายืนหยัดต่อสู้ร่วมกับประชาชน โดยวันที่ 16 มี.ค.นี้ เราจะเอาเลือดไปทาทำเนียบฯ ทุกประตูเริ่มตั้งแต่08.00 น. เป็นต้นไป
และหากวันแรกยังไม่เป็นผล วันที่ 2 ถ้านายอภิสิทธิ์ยังไม่ออก จะเอาเลือดไปทาแผ่นดินหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีก ทั้งนี้ขอให้ฟังข่าวจากเวทีกลางข่าวจะออกจากที่นี่เท่านั้น พี่น้องอย่าไปฟังข่าวลือใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ในการบริจาคเลือดจะใช้ขอความร่วมมือจาก 5 โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ 20-30 คน มาช่วย
ไฟไหม้ใต้สะพานผ่านฟ้าลีลาศการ์ดนปช.ดับแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.45 น. เกิดเหตุไฟไหม้บริเวณใต้สะพานผ่านฟ้าลีลาศซึ่งเป็นจุดที่ตั้งของกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งสร้างความแตกตื่นให้ผู้ชุมนุมอย่างเป็นต่างเข้ามามุ่งดู ล่าสุดเมื่อเวลา 16.02 น. ยังไม่ทราบว่า สาเหตุเกิดขึ้นจากอะไร แต่ไฟยังไหม้อยู่ ทั้งนี้การ์ดนปช.พยายามเข้าไปดับไฟ โดยไหม้อยู่ใต้สะพานไม่ได้ลุกลามไปจุดไหน
จากการสอบถามคนที่เห็นเหตุการณ์ มีเด็กผู้คนหนึ่ง ได้เดินมาจุดไฟ และวิ่งหนีออกไป ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รุดมาที่เกิดเหตุและการ์ดเสื้อแดง ได้ร่วมกันดับไฟ ซึ่งไฟได้ดับลงแล้ว
ผบช.ภาค5มั่นใจแดงยังไม่เดือดที่เชียงใหม่วันนี้
พ.ต.อ.เขมรินทร์ หัสศิริ โฆษกประจำสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า หลังพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินให้เสื้อแดงที่ไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมที่กรุงเทพฯไปตั้งเวทีชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัด และกลุ่มเสื้อแดงในพื้นได้มีการเรียกระดมคน ผ่านวิทยุชุมชนพาคนไปบุกศาลากลางนั้น ล่าสุดทางพล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 ได้สั่งการให้จัดกำลังของชุดปราบจราจลแต่ละพื้นที่เข้าไปดูแลที่ศาลากลางจังหวัดแล้ว รวมทั้งได้สับเปลี่ยนกำลังระดับกองพัน 3 กองร้อยที่เดิมให้ประจำอยู่จุดตรวจสายหลักและรอ ได้กระจายกำลังเข้าไปดูแลเน้นสถานที่ซึ่งฝ่ายนปช.มองว่าเป็นของอำมาตย์และฝ่ายตรงข้าม จุดหลักได้แก่ธนาคารกรุงเทพฯ ธุรกิจเครือซีพี ธุรกิจเครือดุสิตธานีที่เป็นเป้าอาจถูกโจมตีได้
สถานการณ์ขณะนี้ประเมินว่ากลุ่มเสื้อแดงโดยเฉพาะรักเชียงใหม่ 51 ที่ออกอากาศระดมคนยังมีความระแวงว่าถ้ายกมวลชน ไปชุมนุมที่ศาลากลางอาจเกรงว่าทางตำรวจอาจฉวยโอกาสเข้ายึดสถานีวิทยุ จึงเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงเชียงใหม่ในวันนี้จะยังเป็นแบบอุ่นเครื่องยังไม่น่าถึงขั้นแตกหัก ซึ่งเขาพูดเองว่ายังต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง
ทั้งนี้ ตำรวจประเมินว่าอาจมีจุดเปลี่ยนในการเคลื่อนไหวอีกครั้งในเวลา 18.00 น.วันพรุ่งนี้ (16 มี.ค.)ที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ประกาศจะเจาะเลือดคนเสื้อแดงมาละเลงทำเนียบ พรรคประชาธิปัตย์และบ้านพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี
ด้านหน่วยข่าวความมั่นคงประเมินความเคลื่อนไหวกรณีเสื้อแดงที่อาจบุกไปปิดล้อมศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ว่ามวลชนที่เป็นฮาร์ดคอร์ส่วนใหญ่ได้เดินทางไปที่กทม.เป็นจำนวนมาก ดังนั้นมวลชนในพื้นที่ซึ่งมีการเรียกระดมผ่านทางสถานีวิทยุชุมชน จากกลุ่มรักเชียงใหม่ 51น่าจะมีประมาณ 300 คน และจากกลุ่มนปช.แดงเชียงใหม่อีกประมาณ 300 คน แต่หากสถานการณ์รุนแรงจะมีการ ระดมมวลชนผ่านส.ส.หรือหัวคะแนนในพื้นที่ ซึ่งต้องมีเงินเข้ามาเป็นค่าจ้างหรือค่าน้ำมัน อาจจะได้มวลชนประมาณจำนวนมากขึ้นมาเป็น 1,000-2,000 คน แต่เป็นมวลชนที่ไม่ฮึกเหิมเท่ากับกลุ่มฮาร์ดคอร์