"ทักษิณ"โฟนอินผ่านฟ้ายันอยู่ยุโรปกับลูกสาว

"ฮุน เซน" ออกแถลงการณ์สอดรับ อภิสิทธิ์กลับจากงานศพผกก.บันนังสตาเข้าประชุมศอ.รส.ทันที นครบาล "ตรึงกำลังคุมเข้มเสือแดงพร้อมเสริมกำลังวันประชุมใหญ่ ระบุพร้อมรวบตัว " อริสมันต์" หากได้รับการประสานจากศาล

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินทักทายเข้ามายังเวทีปราศรัยบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ โดยได้กล่าวขอบคุณผู้มาชุมนุม พร้อมกับระบุว่า วันนี้ปล่อยข่าวสารพัดหาว่าตนอยู่ประเทศกัมพูชา แต่ความจริงตนอยู่ในประเทศในแถบยุโรป มาพบกับลูกที่มาดูงาน

 "ไม่มีหรอกครับที่ผมจะอยู่เขมรเพราะไม่อยากให้เป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ ไม่ต้องมาออกข่าวโกหก ผมเป็นคนซึ่งไม่มีที่ไหนขับไล่มีแต่ให้เกียรติผม ผมอยู่ดี ผมสู้ ยิ่งโดนรังแกยิ่งสู้  พรุ้งนี้จะมีการโฟนอินเข้ามาอีกครั้ง" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

ขณะเดียวกันสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ผ่านแจงสื่อทั่วโลกยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้อยู่ประเทศกัมพูชา และไม่ได่รับทราบข่าวว่าอดีตนายกฯของไทยจะมีกำหนดการมาเยือนเมื่อใด

อภิสิทธิ์กลับจากงานศพผกก.บันนังสตาเข้าประชุมศอ.รส.ทันที

 เมื่อเวลา 20.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากร่วมงานศพพ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ที่จ.สงขลา โดยทันทีที่ลงเครื่องที่ขสทบ.ก็รีบมุ่งหน้าเข้ากรมทหารราบที่ 11 เพื่อเข้าประชุมศอ.รส.ทันที โดยได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสั้นๆ เกี่ยวกับกรณีที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง บอกว่าจะเข้ามอบตัวในวันที่ 1 เมษายน แต่วันนี้ไปโผล่ที่เวทีชุมนุมแยกผ่านฟ้า จะทำให้สถานการณ์รุนแรงหรือไม่ว่า "เห็นเขาบอกว่าจะมอบตัวไม่ใช่หรือ"

นครบาลตรึงกำลังคุมเข้มม็อบเสื้อแดง

 เมื่อเวลา 19.00 วันที่ 13 มี.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณสะพานผ่านฟ้าและถนนราชดำเนินว่า ตำรวจประเมินยอดผู้มาร่วมชุมนุมขณะนี้มีประมาณ 4 หมื่นคน และยังมีผู้ชุมนุมทยอยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์ โดยทั่วไปยังปกติไม่มีเหตุรุนแรง โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้จัดวางกำลังเบื้องต้นเพียงพอสำหรับการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะเดียวกัน ในวันพรุ่งนี้ (14 มี.ค.) จะมีการร้องขอกำลังสนับสนุนระลอกที่ 2 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีก 19 กองร้อย และระลอกที่ 3 อีก 18 กองร้อย เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม

 รอง ผบช.น. กล่าวต่อว่า ด้านการข่าวเจ้าหน้าที่ได้ดูทุกมิติ ไม่ประมาท ในช่วงเวลากลางคืนได้เพิ่มความเข้มในการตรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมได้รับผลกระทบ โดยมอบหมายให้แต่ละพื้นที่ระดมกำลังที่มีอยู่ออกตรวจ นอกจากนี้มีการกำชับให้ดูแลสถานที่ราชการ และสถานที่สำคัญ จุดล่อแหลมต่างๆเพื่อป้องกันไม่ให้มือที่ 3 ก่อเหตุร้ายขึ้น ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่มีการจับตาการเคลื่อนไหวบุคคลเป้าหมายไว้แล้ว

 พล.ต.ต.วรศักดิ์ กล่าวถึงกรณีศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ในฐานกระทำความผิดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีการอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่อง ในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลยังไม่ได้รับการประสาน หากพบก็จะดำเนินการทางกฎหมายทันที แต่จะมีการปฎิบัติชี้แจงทำความเข้าใจในข้อกฎหมายก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผุ้ชุมนุมเกิดความไม่พอใจ

 ส่วนกรณี ได้เข้าตรวจค้นบริษัทฟูจิ ออโต้ เลขที่ 129/42 หมู่ 3 ตำบลวังจุฬา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นบริษัททำอะไหล่รถยนต์ ตรวจพบสิ่งเทียมอาวุธ เป็นลักษณะของการหล่อเหล็ก ใช้แทนเครื่องยิง M79 ได้ หรือที่ทางตำรวจเรียกว่าอีโบ๊ะ ประมาณ 100 ชิ้น และมีการลักลอบนำเข้ามายังพื้นที่ กทม. เบื้องต้น ยังไม่มีหลักฐานยืนยันเรื่องดังกล่าว

 ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า สำหรับมาตรการในการป้องกันการยิงวิธีโค้งนั้น ได้มีการกำหนดผู้รับผิดชอบแต่ละพื้นที่อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สำคัญ หรือบริเวณโดยรอบของกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อป้องกันเหตุร้าย ขณะเดียวกันได้มีการตั้งจุดตรวจค้นบุคคล เพื่อค้นหาสิ่งแปลกปลอม และอาวุธ เข้ามาก่อเหตุ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ สน.ชนะสงคราม ได้รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยที่บริเวณสวนหย่อม หน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ.ราชดำเนิน จากการตรวจสอบพบว่าเป็นกระเป๋าสีดำใบใหญ่ ภายในบรรจุเสื้อผ้า และเครื่องสำอางจำนวนหนึ่ง ไม่ใช่วัตถุระเบิดแต่อย่างใด