เยาวชนเมืองเชียงใหม่รณรงค์ยุติความรุนแรง

เยาวชนเชียงใหม่รณรงค์ยุติความรุนแรง ชวนใช้มือถือถ่ายภาพความรุนแรงกลางม็อบ รักษาการ ผบช. ภ. 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ด่าน จุดตรวจ จุดสกัด กำลังผสมในพื้นที่แปดริ้ว พร้อมกำชับบอกกำลังพลในขณะปฏิบัติหน้าที่ ให้ใช้วาจาพูดคุยอย่างสุภาพ

เมื่อเวลา 16.00น. วันที่ 13 มี.ค.53 ที่ลานด้านหน้าตลาดประตูเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่  กลุ่มเยาวชนในนามกลุ่ม" New Gen.No War"ประมาณ 10 กว่าคน 20 คน  ได้เดินทางมารวมตัวรณรงค์ยุติความรุนแรง  โดยมีการแจกใบปลิวไม่เอาความรุนแรงให้กับประชาชนและนำป้ายเป็นภาพโทรศัพท์มือถือมาร่วมรณรงค์ขณะที่เสื้อแดงจากหลายจังหวัดได้เดินทางไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯแล้ว

 นางสาวบุษบา คุณาสวัสดิ์ ผู้ประสานงานกลุ่ม  เปิดเผยว่า   เราเห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่อาจเกิดการเผชิญหน้าใช้ความรุนแรงนำไปสู่ความสูญเสีย ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น  แม้ตอนนี้ทุกคนจะโฟกัสไปที่กรุงเทพฯ  แต่ประเทศไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ  เราเยาวชนเชียงใหม่ซึ่งประกอบไปด้วยคนที่ทำงานด้านสังคม  นักวิชาการซึ่งทำงานที่สถาบันวิจัยและคนทำงานอิสระซึ่งเคยร่วมทำกิจกรรมทางสังคมรู้สึกห่วงใยจึงได้มารวมตัวกันจัดรณรงค์ขอให้ทุกฝ่ายยุติใช้ความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้ชุมนุมหรือฝ่ายรัฐ

 การเลือกนำป้ายรูปโทรศัพท์มือถือออกมารณรงค์ในครั้งนี้เพราะต้องการสื่อถึงการสร้างพื้นที่ข่าวภาคพลเมือง  โดยอยากเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ที่กรุงเทพฯซึ่งพบเห็นเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมช่วยกันถ่ายรูปถ่ายคลิปบันทึกภาพเอาไว้  เพื่อยืนยันและยับยั้งการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากที่สื่อหลักอย่างโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ได้นำเสนอ  หากทุกคนร่วมมือกันทางกลุ่มเชื่อว่าผู้ที่คิดจะใช้ความรุนแรงทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมและรัฐจะรู้สึกว่าถูกจับจ้องก็จะไม่ก่อความรุนแรง

"อัศวิน"สั่งปล่อยม็อบเสื้อแดงลุยเมืองกรุง

 เมื่อเวลา 14.30 น. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรักษาการ ผบช. ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตรา รอง ผบช. ภ.2 ได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อทำการตรวจเยี่ยม การตั้งด่าน จุดตรวจ จุดสกัด ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีด่านมาตรฐานขนาดใหญ่จำนวน 2 จุด คือ ด่านตรวจบนสาย 304 กบินทร์บุรี-ฉะเชิงเทรา ด้านหน้าปั้มน้ำมัน ปตท. ก่อนถึงกองพลทหารราบที่ 11 และด่านตรวจ ที่บริเวณด้านหน้า อบต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมืองฉะเชิงเทรา

 โดยขณะตรวจเยี่ยมได้กำชับ กำลังพลภายในด่าน ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร และกำลังฝ่ายปกครอง จำนวนกว่า 40 นาย ในแต่ละด่าน ให้ทำการตรวจค้นเฉพาะรถที่ต้องสงสัย และมีคนโดยสารเดินทางไปด้วยเป็นจำนวนมาก และให้ใช้วาจาสุภาพขณะเข้าตรวจค้น หากไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เป็นชาวต่างด้าว ให้อำนวยความสะดวกในการเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ ต่อไป

 พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ภาคตะวันออกนั้น ตลอด 2 วันที่ผ่านมา ยังมีไม่มากและยังไม่พบว่ามีการแต่งกายด้วยชุดแดง เดินทางเข้าไปในกรุงเทพฯ แต่คาดว่าในช่วงเย็นวันนี้ น่าจะมีความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ที่จะเดินทางเข้าไปในกรุงเทพฯ มากขึ้น

 ขณะเดียวกันในเขตพื้นที่ อ.บางปะกง บนถนนสายบางนา-ตราด ด้านฝั่งขาเข้า ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ติดสัญลักษณ์ในการเดินทางอย่างชัดเจน ทั้งการสวมเสื้อสีแดง ใช้ธงชาติ และธงสีแดง ประดับติดอยู่บนรถยนต์กระบะ รถบัส และรถจักยานยนต์ เดินทางทยอยผ่านเข้ามาในพื้นที่ เป็นระลอก กลุ่มละ 20-30 คัน ก่อนที่จะรวมตัวกันจนได้จำนวนกว่า 100 คัน พากันขับเคลื่อนขบวนรถไปอย่างช้าๆ มุ่งหน้าเข้าสู่ในกรุงเทพฯ

 ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางมาจากในเขต พัทยา ระยอง และจันทบุรี

นปช.เพชรบุรี-ประจวบฯรวมพลบุกกทม.

 เมื่อเวลา 10.00 น.ตำรวจ บกภ.จว.เพชรบุรี และ ตำรวจ สภ.เขาย้อย รวม 170 นาย พร้มด้วย กำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 15 กำลังทหารจากหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 13 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นพค. 13 สนภ. 1 นพท.) จำนวน 150 นาย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง สนธิกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่บริเวณ หลักกิโลเมตรที่ 127-128 ถ.เพชรเกษมขาขึ้นกรุงเทพฯ ต.หนองชุมพลเหนือ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เพื่อตรวจสอบการเดินทางของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)หรือกลุ่มเสื้อแดง หลังรับรายงานว่าจะมีชาวเสื้อแดงจำนวนมากเคลื่อนกำลังจาก จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางไปสมทบกับกลุ่มเสื้อแดง
ที่กรุงเทพฯ  ในวันที่ 14 มี.ค.  โดยเรียกตรวจค้นเป้าหมายรถตู้โดยสาร รถบัส และรถประจำทางขนาดใหญ่

 ต่อมาเวลา 14.30 น . กลุ่ม นปช.จาก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  นำโดย พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ นายตำรวจข้าราชการบำนาญ แกนนำกลุ่ม นปช. ได้นำกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนกว่า 200 คน เดินทางโดยรถบัสขนาดใหญ่จำนวน 2 คัน รถหกล้อติดเครื่องกระจายเสียง รถปิคอัพ และรถยนต์รวม 20 คัน ติดป้ายผ้าและธง กลุ่ม นปช.ต่อต้านเผด็จการ เดินทางมาสมทบกลุ่ม นปช.เพชรบุรี กว่า 80 คนที่นำโดย นายไกลศรี พจนศิลป์และนายศักดิ์ชัย ปิ่นแก้ว ที่จัดขบวนรถ นปช.เพชรบุรีอีกกว่า 10 คัน ร่วมเดินทางสู่กรุงเทพฯ

 เมื่อขบวนรถกลุ่ม นปช.เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์   เดินทางถึงบริเวณจุดตรวจ พ.ต.ต.เสงี่ยม ได้ลงมาเจรจาต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้เปิดทางให้ขบวนรถผ่านโดยอ้างว่าที่ผ่านมาตลอดเส้นทางถูกจุดตรวจที่ตำรวจและทหารวางกำลังไว้ตรวจสอบมาโดยตลอดจำนวนหลายด่านแล้ว เจ้าหน้าที่จุดตรวจจึงปล่อยให้ขบวนรถ นปช.เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์  ผ่านไปได้โดยสะดวกไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆเกิดขึ้น

คมชึดลึก