วสิษฐลั่น”จ่าเพียร”เสียชีวิตต้องมีคนรับผิดชอบ

"วสิษฐ” ลั่นการเสียชีวิต ”จ่าเพียร”ต้องมีคนรับผิดชอบ "ชี้" ปูนบำเหน็ญ 8 ขั้นแลกครอบครัวสูญเสียผู้นำไม่มีใครอยากได้ จี้”นายกฯ-สุเทพ”ล้างบางงานบุคลากร สตช. ระบุไม่มีความเป็นธรรม ปล่อยให้”พ.ต.อ.สมเพียร”อยู่พื้นที่ล่อแหลมนานเกินไป

 (13 มี.ค.) พล.ต.อ.วสิษฐ  เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ในฐานะประธานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการร้องเรียนการโยกย้ายนายตำรวจกล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตในระหว่างการปฎิบัติหน้าที่ของพ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จังหวัดยะลาว่า อย่างน้อยที่สุดแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องงานด้านบุคลากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สตช.ว่า ไม่มีความเป็นธรรมกับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ล่อแหลมมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกินไป ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตำรวจที่ต้องเผชิญเหตุมานาน ซึ่งต้องหาคนอื่นไปแทน มันเป็นหลักธรรมดา ทำไมปล่อยให้พ.ต.อ.สมเพียร อยู่ในพื้นที่ตั้งนาน เมื่อมีการร้องขอความเป็นธรรมควรพิจารณาเป็นกรณีเป็นพิเศษ ถือว่าเป็นความเหลวไหล ไม่น่าจะเกิดขึ้น และถือเป็นเรื่องที่ต้องตำหนิในความไม่เป็นธรรมตรงนี้

 เมื่อถามว่า การเสียชีวิตของพ.ต.อ.สมเพียร กับการร้องเรียนถึงความเป็นธรรมในการโยกย้ายตำแหน่งสะท้อนได้เป็นอย่างดีหรือไม่กับการที่นักการเมืองเข้าไปแทรกแซงการโยกย้ายข้าราชการ พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า แม้จะมีการแทรกแซงการโยกย้ายจริง แต่ในฐานะเจ้าหน้าที่ไม่ว่าตำรวจหรือทหารก็พร้อมที่จะทำงาน และนักการเมืองไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่งคนที่เป็นข้าราชการก็ต้องเกรงใจทั้งนั้น เพราะนักการเมืองมีบารมีให้คุณให้โทษกับข้าราชการ

 “การเสียชีวิตของ พ.ต.อ.สมเพียร แน่นอน ย่อมทำให้ขวัญกำลังใจ การตอบแทนกับเจ้าหน้าที่ ที่เสียชีวิตระหว่างในการปฎิบัติหน้าที่ 8 ขั้นถือว่าไม่ใช่น้อย แต่ถามว่า แล้วครอบครัวเขา พ่อหรือสามีเขาต้องเสียชีวิตเพื่อแลกกับยศตำแหน่ง แม้แต่เป็นผมก็ไม่เอา ที่ถูกก่อนที่เขาตาย เราทำอะไรให้เขาได้หรือเปล่า การอยู่ในพื้นที่สนามรบนานๆ ไม่ว่าทหารหรือตำรวจแน่นอนย่อมตกเป็นเป้าหมาย งานบุคลากร สตช.ถือว่า มีความบกพร่อง งานนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ อยากขอร้องรัฐบาล ซึ่งไม่ได้หมายถึงนายกฯ คนเดียว เพราะยังมีรองนายกฯ ที่ดูแลงานด้านตำรวจ ไปดูเรื่องของการบริหารงานด้านบุคคลากร” พ.ต.อ.วสิษฐ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้ไปการตรวจสอบการร้องเรียนโยกย้ายนายตำรวจต้องดำเนินการให้เร็วขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.วศิษฎ์ กล่าวว่า มันเร่งไม่ไหวแล้ว คำร้องเรียนมีเป็นจำนวนมาก แต่ที่ตรวจสอบไปแล้วก็ได้มีคำสั่งไปแล้ว คณะกรรมการฯเพียงฝ่ายเดียวทำงานไม่ได้ อยู่ที่นายกฯและรองนายกฯ ในการเข้าไปบูรณการงานด้านบุคคล คงไม่ใช่ตนอย่างเดียว

เบื้องหลังการร้องเรียนของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวแสดงความเสียใจจากการจากไปของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิด จนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนี้ สื่อมวลชนประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พยายามสอบถามถึงความรับผิดชอบจากผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ก็ได้รับคำตอบเลี่ยงๆว่าเสียใจและจะหาคนรับผิดชอบ แต่สิ่งที่ไม่ปรากฏในวันนี้คือ ภาพของ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.ที่ตั้งแต่เกิดเหตุ ได้พยายามหลีกเลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์หรือออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์นี้แต่อย่างใดทั้งสิ้น

 เมื่อย้อนหลังไปในวันที่ 23ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. พ.ต.อ.สมเพียร พร้อมด้วยภรรยา เดินเข้ามาที่ห้องสื่อมวลชนประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแฟ้มเอกสารผลงานและหนังสืออัตถชีวประวัติของตนเองที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ที่ปรึกษา สบ.10 จัดทำขึ้น เป็นภาพของนายตำรวจบ้านนอกที่เข้ามาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอความเป็นธรรมแต่ไม่รู้จะทำยังไง เลยต้องมาถามผู้สื่อข่าวว่าจะขอร้องเรียนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายต้องทำยังไงบ้าง จะขอพบท่านรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้อย่างไร ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามและสัมภาษณ์ พ.ต.อ.สมเพียรถึงสาเหตุการณ์ร้องเรียน ซึ่งส่วนหนึ่งในการให้สัมภาษณ์ พ.ต.อ.สมเพียร ระบุว่า ตอนนี้โจรใต้ตั้งค่าหัวแกไว้ แล้ว คือใครฆ่าแกได้จะได้แพะเป็นรางวัล50 ตัว แพะตัวหนึ่งราคาประมาณ 5พันบาท รวมแล้วประมาณ 2แสนบาท

 ผู้สื่อข่าวบางส่วนจึงเดินขึ้นไปยังสำนักงานรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจ ที่อาคาร1ชั้น8พร้อม พ.ต.อ.สมเพียร แต่หน้าห้องของ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.ปฏิเสธ ที่จะให้พบ อ้างว่าเรื่องร้องเรียนการแต่งตั้งไม่เป็นธรรมเป็นเรื่องของคณะกรรมการ ก.ตร.ซึ่งมีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาดูแลแล้วให้ไปร้องเรียนที่นั้น ซึ่งในระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวบางคนได้โทรศัพท์ติดต่อ พล.ต.ท.พงศพัศ แต่ได้รับคำตอบว่าอยู่สำนักงานแต่ไม่ว่าง ให้ไปร้องเรียนที่ ผู้บัญชาการ ก.ตร.ซึ่งอยู่ที่ชั้น18 อาคาร

 พ.ต.อ.สมเพียร บอกว่าไม่เป็นไรขอฝากหนังสือร้องเรียนไว้ก็แล้วกัน จึงได้ขึ้นลิฟต์ไปชั้น18 พร้อมผู้สื่อข่าว โดยเมื่อจะเข้าลิฟต์ พ.ต.อ.สมเพียรยังพูดติดตลกว่าลิฟต์จะหนีบเท้าเปล่าเนี้ยเพราะไม่ค่อยเคยขึ้นลิฟต์ ประกอบกับข้อเท้าซ้ายใช้งานไม่สะดวกเพราะเคยถูกยิงมา ภาพนี้เป็นภาพที่น่ารักสดใสที่ผู้สื่อข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ไม่ค่อยเคยเห็นบ่อยนักจากตำรวจในกรุง จึงพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อถึงสำนักงาน ก.ตร.ได้รับคำตอบว่า ผู้บัญชาการ ก.ตร.ติดประชุมไม่ว่างจึงส่ง นายตำรวจยศพันตำรวจโท มารับหนังสือร้องเรียนของความเป็นธรรมของ พ.ต.อ.สมเพียร นี่เป็นเรื่องจริงที่ผู้สื่อข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกคนรู้เห็น และได้แต่ส่ายหน้ากับการปฏิบัติของผู้ใหญ่ที่ไม่เคยใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชา

 นับจากวันนั้นถึงวันที่ พ.ต.อ.สมเพียร เสียชีวิต สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เคยดำเนินการอะไรเพื่อช่วยเหลือ ตำรวจที่เดือดร้อนและเสียสละอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแต่อย่างใดทั้งสิ้น มีเพียงภาพ โฆษก.ตร.ออกมาแถลงข่าวเพียงว่า จะเยียวยาช่วยเหลือ พ.ต.อ.สมเพียร อย่างเร่งด่วน ทั้งๆที่ในหนังสือร้องเรียนก็ระบุว่า พ.ต.อ.สมเพียร กำลังตกอยู่ในอันตราย พล.ต.อ.ปทีป รรท.ผบ.ตร.มีอำนาจเต็มที่ๆจะช่วยเหลือได้ โดยออกคำสั่งให้ พ.ต.อ.สมเพียรมาช่วยราชการ แต่ท่านก็ไม่ทำ หรือไม่สนใจเลย จนมาถึงวันที่ พ.ต.อ.สมเพียรเสียชีวิต ก็ออกมาแถลงว่าได้ดำเนินการจะให้ พ.ต.อ.สมเพียร เลื่อนเป็น รอง.ผบก.จ.ตรัง แล้วแต่ไม่ทัน ท่านมาเสียชีวิตไปเสียก่อน เป็นข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้น

 เมื่อข่าว พ.ต.อ.สมเพียร เสียชีวิตได้ถูกรายงานออกมาตามสื่อมวลแขนงต่างๆ ผู้สื่อข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกคนหวนไปคิดถึงภาพที่ พ.ต.อ.สมเพียร ตำรวจบ้านนอกเดินโยกเยกมาร้องเรียน แล้วทุกคนก็หันมามองหน้ากันน้ำตาซึม เพราะสงสารและสมเพช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ไม่เคยเป็นที่พึงของตำรวจที่ไม่มีเส้น

 "พท."จี้"นายกฯลงดาบนักการเมืองฆ่ามือปราบบันนังสตา

 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เลื่อนยศให้พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา 7 ขั้น พร้อมให้เงินชดเชย หลังเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ว่า การเลื่อนยศและให้เงินชดเชยเป็นเรื่องที่ดี แต่เป็นเพียงปลายเหตุ ต้นเหตุที่พ.ต.อ.สมเพียรต้องจบชีวิตลง มีสาเหตุใหญ่มาจากการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม เมื่อพ.ต.อ.สมเพียรไปร้องเรียนต่อนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกฯ ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง ชีวิตข้าราชการที่ดี ปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์กล้าหาญกว่า 40 ปี ต้องปิดฉากลงอย่างเจ็บปวด จากระบบการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องนี้ถ้านายอภิสิทธิ์และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะหาผู้รับผิดชอบ

นายกฯไปร่วมงานศพพ.ต.อ.สมเพียรเย็นนี้

 เย็นวันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปร่วมงานศพ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ที่ถูกกลุ่มก่อการร้ายภาคใต้ลอบวางระเบิด และยิงต่อสู้จนเสียชีวิต