วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553
ส่งต่อ
พิมพ์
ขนาดตัวอักษร
Reset
คมชัดลึก :กลุ่มเสื้อแดงหลักสี่ปิดล้อมทางเข้าราบ 11 ขณะที่เสื้อแดงสนามไทย-ญี่ปุ่นเคลื่อนตัวไปอนุสาวรีย์ชัยถนนวิภาวดีติดขัด ลูกสาว"ชัจจ์" ฟ้องยูเอ็น หลังรัฐบาลตั้งด่านสกัดการเดินทางร่วมชุมนุมใหญ่กทม.
(12มี.ค.) เวลา 13.50 น. กลุ่มเสื้อแดงจากอนุสาวรีย์หลักสี่ ได้เคลื่อนขบวนมาหยุดที่ประตูทางเข้าหลักของกรมทหารราบที่ 11 และปิดล้อมทางเข้าทั้หมดไว้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารปิดประตู และวางกำลังคุมเข้มอย่างแน่นหนา นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่มนี้ ขึ้นไปบนรถปราศรัยเคลื่อนที่ ประกาศแจ้งต่อผู้ชุมนุมว่า นายกฯและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ยังปักหลักบัญชาการอยู่ภายในศูนย์อำนวยการรักษาความมั่นคงฯภายในกรมทหารราบที่ 11 ทำให้ผู้ชุมนุม ซึ่งบางส่วนขึ้นไปยืนอยู่บนสะพานลอยคนข้าม ต่างตะโกนด่าทอนายกฯและนายสุเทพ อย่างมีอารมย์
ด้านการจราจรบนถนนพหลโยธิน ขณะนี้ติดขัดอย่างหนัก โดยเฉพาะฝั่งขาเข้า ซึ่งผู้ชุมนุมปิดการจราจรไปถึงแยกบางบัว ขณะที่ฝั่งขาออกยังเปิดให้ใช้งานได้ แต่ไม่สะดวกนัก ขณะที่หน่วยราชการที่อยู่บริเวณนั้น ต้องปิดประตูรั้ว และติดป้ายประกาศห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าเด็ดขาด โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ คอยรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่น
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจากสวนป่าวิภาวดีรังสิต เมื่อเวลา 12.10 น. แกนนำเสื้อแดงโดยนายชินวัตร หาบุญพาด นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ นายวิสา คัญทัพ ได้กล่าวประกาศรวมพลคนเสื้อแดงบนรถเวทีปราศรัยชั่วคราว พร้อมทำพิธีบวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัยในการเตรียมเคลื่อนขบวนเดินทางจากสวนป่าสนามไทยญีปุ่น-ดินแดง เดินทางไปตามถนนวิภาวดีเข้าสามเหลี่ยมดินแดง ไปอนุสาวรีย์ชัยโดยมีรถตุ๊กตุ๊ก รถแท๊กซี่ จยย. รอสองแถวโดยสารขนาดเล็ก นำขบวนร่วมร้อยคัน โดยผู้ชุมนุมได้ขึ้นรถ ดังกล่าว และบางส่วนขี่รถจยย.ส่วนตัวตามไปด้วย โดยการจรจาจรบนถนนวิภาวดีรังสิตได้เริ่มติดขัดแล้ว
ก่อนหน้านั้น เวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณอนุสาวรีย์ปราบกบฎ (หลักสี่) มีผู้ชุมนุมเสื้อแดง ทยอยมาร่วมการชุมนุมอย่างหนาแน่น 2,000-3,000 คน โดยเดินทางมาจากทั่วสารทิศ ส่งผลให้การจราจรโดยรอบเริ่มติดขัด ก่อนที่จะมีการเคลื่อนขบวนทางกลุ่มนปช. ได้ทำพิธีทางพราหมณ์ เพื่อบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยถือฤกษ์ วันที่ 12 มีนาคม เวลา 12.12 น.
จากนั้นได้มีการปราศรัย จากบรรดาแกนนำนายวีระ มุสิกพงศ์ ,นพ.เหวง โตจิรการ โดยใช้เวลาไม่นานนัก ก่อนจะมีการเคลื่อนขบวน โดยทางกลุ่มนปช.ใช้เส้นทางจากอนุสาวรีย์ปราบกบฎ ผ่านไปยัง กรมทหารราบที่ รักษาพระองค์ มุ่งหน้าไปทางแยกเกษตร จากนั้นจะเดินขบวนเข้าสู่แยกรัชโยธิน ผ่านไปทางห้าแยกลาดพร้าว และไปสิ้นสุดที่ สถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส หมอชิต ก่อนที่จะมีการสลายตัว ซึ่งคาดว่าจะเป็นเวลา 17.00 น. โดยระหว่างเส้นทางได้มีการปราศรัยโจมตีรัฐบาล เรียกร้องให้พี่น้องประชาชนออกมารวมกลุ่มนปช.
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดงที่ร่วมชุมนุมหน้า สน.ทุ่งสองห้อง กว่า 5,000 คน กำลังมาร่วมสมทบกับกลุ่มนปช.บริเวณหน้าอนุสาวรีย์ปราบกบฎ เพื่อมุ่งหน้าไปทางแยกเกษตร
ก่อนหน้านั้นที่อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ(อนุสาวรีย์หลักสี่) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ (อนุสาวรีย์ปราบกบฎ) ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.ได้มีบรรดากลุ่มคนเสื้อแดงทยอยมารวมตัวกันประมาณกว่า 200 คน ซึ่งจุดนี้จะมีนายวีระ มุสิกพงษ์ และ นพ .เหวง โตจิราการ เป็นแกนนำ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ยังคงเกาะกลุ่มรวมตัวอยู่ตามปั๊มน้ำมัน บนถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดี ถนนรามอินทรา เพื่อมารวมตัวกันตามเวลานัดหมายวันนี้ .ส่วนการจราจรบริเวณพื้นที่โดยรอบยังคงสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
เสื้อแดงจากรราบที่11เคลื่อนพลหยุดทีวีNBT
เมื่อเวลา 15.05 น.แกนนำเสื้อแดงพร้อมกลุ่มนปช.ที่ปักหลักหน้ากองทหารราบที่11 ได้มีการมอบดอกไม้ให้กับทหารที่ยืนเฝ้าหน้ากองทหารราบ11 พร้อมปราศัย โดยขอให้ทหารไม่ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมก่อนที่จะเคลื่อนย้ายกันไปที่หน้าสถานีโทรทัศน์ NBT เพื่อเรียกร้องให้เสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา10.30 น.วันนี้ น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก บุตรสาวพล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก เเกนนำเสื้อเเดง นำหนังสือร้องเรียนเรื่องการใช้สิทธิชุมนุมของคนเสื้อเเดงรวมทั้งคัดค้านการที่รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรต่อตัวเเทนองค์การสหประชาชาติ ที่อาคารสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน
โดยนส.จารุพรรณ กล่าวว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้เพื่อยืนยันต่อนานาชาติว่าคนเสื้อเเดงชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ เเต่รัฐบาลกลับประโคมข่าวเพียงด้านเดียว เเละนำพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมาใช้หลายครั้ง รวมทั้งในช่วงนี้ด้วย ทั้งๆที่คนเสื้อเเดงชุมนุมโดยสงบ ทำให้วันนี้คนเสื้อเเดงต้องเรียกร้องสิทธิการชุมนุมรวมทั้งสิทธิในการเดินทางตามถนนสายต่างๆหลังจากที่รัฐบาลสั่งตั้งด่านสกัดหลายเเห่ง เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นสิทธิของประชาชนที่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ
พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 ซึ่งเดินทางมาตรวจพื้นที่ดูแลรักษาความปลอดภัย กล่าวว่า บริเวณพื้นที่ที่มีการชุมนุมกันนั้น ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 300 นาย โดยแบ่งเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรจำนวน 50 นาย และชั้นประทวนอีก 250 นาย เพื่อคอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณโดยรอบให้กับผู้ที่ใช้เส้นทางสัญจรผ่านบริเวณนี้ ขณะเดียวกันยังมีการตั้งจุดตรวจอีก 4 จุด ที่บริเวณเส้นทางขาเข้าอนุสาวรีย์ฯ โดยเน้นการตรวจค้นอาวุธและบุคคลต้องสงสัย
"เท่าที่ประเมินสถานการณ์แล้วเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดเหตุรุนแรงและเชื่อว่าในจุดนี้เมื่อถึงเวลานัดหมายน่าจะมีผู้ชุมนุมไปเกิน 5,000 คน แต่หากมีผู้มาร่วมชุมนุมมากกว่านี้จนล้นลงมาสู่พื้นถนน กรณีจำเป็นต้องปิดเส้นทางการจราจรก็จะประชาสัมพันธ์ โดยนำป้ายบอกเส้นทางหลีกเลี่ยงมาติดตั้งให้กับประชาชนได้รับรู้ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมพร้อมทุกอย่างไว้เรียบร้อย" พล.ต.ต.สาโรจน์ กล่าว
แดงบางนาเคลื่อนขบวนเข้ากทม.
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 12 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่บริเวณแยกบางนา ได้มีการจัดขบวนเคลื่อนตามถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าไปยังแยกอโศก โดยมีรถจักรยานยนต์ กว่า 200 คัน นำหน้าขบวนและตามด้วยรถยนต์ ซึ่งมีทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถโดยสารสองแถว รถบรรทุก 6 ล้อ และรถแท็กซี่ รวมกว่า 100 คัน เคลื่อนขบวนเป็นระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร โดยมีแกนนำกล่าวปราศรัยโจมตีรัฐบาล และนายสนธิ ลิ้มทองกุล หัวหน้าพรรคการเมืงใหม่ และสถานีโทรทัศน์ เอเอสทีวี ชักชวนให้ประชาชนที่อยู่ริมถนนออกมาร่วมกันชุมนุมขับไล่รัฐบาลในวันที่ 14 มี.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ตลอดเส้นทางการเคลื่อนขบวนปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ต่างตบมือให้กำลังใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม แม้จะมีส่วนที่ไม่เห็นด้วยก็เป็นเพียงส่วนน้อย ที่มีการตะโกนโห่ด่ากลุ่มผุ้ชุมนุมบ้าง แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอย่างใด ส่วนการราจรตามเส้นทางที่กลุ่ม นปช.เคลื่อนขบวนผ่านไป ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในเขตพื้นที่รับผิดได้ออกมาคอยดูแลอำนวยความสะดวกให้ตลอดเส้นทาง โดยพยายามกันให้ขบวนผู้ชุมนุมใช้ช้องทางด้านซ้ายเพียงช่องทางเดียว จึงทำให้การจราจรโดยทั่วไปสามารถเคลื่อนตัวไปได้ไม่เกิดปัญหามากนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับจุดการชุมนุมที่บริเวณแยกบางนา ยังคงมีกลุ่มผู้ชุมนุมปักดหลักปราศรัยกันอยู่อีกกว่า 200 คน ทั้งนี้เพื่อรอให้กลุ่มผู้ชุมนุมชุดใหญ่ที่เคลื่อนขบวนไปตามถนนสุขุมวิทย้อนกลับมารวมตัวกันอีกครั้งก่อนจะเคลื่อนขบวนไปรวมตัวกันที่ สนามกีฬาการเคหะบางพลี จ.สมุทรปราการ ในช่วงเย็นนี้
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนขบวนไปตามถนนสุขุมวิท นายก่อแก้ว ได้กล่าวเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมว่าให้ชุมนุมด้วยความระมัดระวัง เพราะทราบข่าวมาว่ากลุ่มคนเสื้อนำเงินได้มีการวางแผนที่จะสร้างสถานการณ์และป้ายความผิดให้กับคนเสื้อแดง โดยในวันที่ 14 มี.ค.จะมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางโดยทางเรือไปขึ้นที่ท่าพระจันทร์ แต่กลุ่มคนเสื อสีน้ำเงินจะไปก่อเหตุไม่ให้หคนเสื้อแดงขึ้นที่ท่าเรือท่าพระจันทร์ โดยผลักดันให้ไปขึ้นที่ท่าเรือศิริราช จากนั้นจะมีพวกเสื้อแดงหัวใจสีน้ำเงินก่อเหตุความวุ้นวายและป้ายความผิดให้กับคนเสื้อแดง ฉะนั้นการชุมนุมของคนเสิ้อแดงจะต้องระวังมือที่สามอย่าให้มาสร้างสถานการณ์