นักสันติวิธีชี้ม็อบรุนแรงอาจเกิดเหตุคาดไม่ถึง

“นักสันติวิธี” ชี้ ปัจจัย “ม็อบรุนแรง” เตือนเหตุการณ์คาดไม่ถึง จี้ “รัฐ-เสื้อแดง” ต่อสายตรงระงับเหตุ

 (11มี.ค.) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  คณะทำงานยุทธศาสตร์สันติวิธี อาทิ นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. นางจิราพร บุนนาค อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) นายมาร์ค ตามไท ผ.อ.สถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ ได้ประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง

 หลังการประชุมนายมาร์ค เปิดเผยว่า ที่ประชุมเป็นห่วงว่าการชุมนุมครั้งนี้จะมีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงเกิดขึ้นจาก  ปัจจัยคือ 1.แม้ทั้งสองฝ่ายจะประกาศว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง แต่จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาความรุนแรงมักจะเกิดจากเหตุที่ไม่คาดการณ์ดังนั้นผู้นำทั้งสองฝ่ายทั้งรัฐบาลและผู้ชุมนุมต้องสร้างช่องทางการสื่อสารกันโดยตรง เพื่อระงับเหตุไม่ให้บานปลาย แต่ถ้าคุยกันไม่ได้หรือไม่คุยกันก็จะเกิดปัญหาที่รับมือไม่ทัน

 ส่วนปัจจัยที่ 2 คือการควบคุมไม่ให้มีการพกพาอาวุธ ซึ่งทางรัฐบาลประกาศชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ติดอาวุธยกเว้นหน่วยพิเศษหรือในจุดสำคัญของทางราชการ แต่ฝ่ายผู้ชุมนุมนั้นเป็นการยากที่จะตรวจตราอาวุธเพราะการชุมนุมกระจายในหลายจุด และแต่ละจุดก็เป็นสถานที่เปิดโล่งสามารถเข้าได้ทุกทิศทาง ดังนั้นการตรวจตราอาวุธจึงเป็นไปได้ยาก ไม่เหมือนกับการชุมนุมรวมศูนย์อยู่ในจุดเดียวที่สามารถกำหนดทางเข้าออกเพื่อตรวจอาวุธได้ ส่วนปัจจัยสุดท้าย คือ ประชาชนในพื้นที่ที่อาจจะรำคาญผู้ชุมนุมเข้ามาทำร้ายก็อาจจะเป็นอีกชนวนหนึ่งของความรุนแรง

 “สถานการณ์ที่มีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้เหล่านี้ เป็นแนวโน้มที่ทำให้เกิดความรุนแรง ยอมรับว่าข้อเสนอของฝ่ายสันติวิธีอาจจะสายเกินไปในช่วงเวลานี้ ดังนั้นในอนาคตต้องมีการตกลงกันล่วงหน้าระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาสังคมว่าหากจะเกิดการชุมนุมต้องมีหลักเกณฑ์อย่างไรให้ต้องยึดถือกันทั้งฝ่าย” หนึ่งในคณะทำงานด้านสันติวิธี กล่าว

 ยีเอ็มซีขนทหารเข้าทำเนียบฯแล้ว

 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า กำลังพลจากกองพันทหารปืนใหญ่รักษาพระองค์ หลายคันรถยีเอ็มซี ได้ทยอยกันมาประจำการรักษาความปลอดภัยทำเนียบฯ โดยได้นำลวดหนามมาตรึงที่แนวรั้วทุกด้าน ขณะเดียวกันได้มีการนำเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่มาติดตั้งเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินด้วย