วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

คม ชัด ลึกก้าวสู่ปีที่ 9

จดจำผู้เข้าใช้ ลงทะเบียนใหม่ ? ลืมรหัสผ่าน?

การเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2553

ส่งต่อ ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ พิมพ์ข่าวหน้านี้ ขนาดตัวอักษร Reset

มหาดไทยหวั่นเสื้อแดงบุกสั่งอส.เฝ้ากระทรวง24ชม.

    คมชัดลึก : มท.เข้ม หวั่นแดงบุก ซื้อแผงเหล็กใหม่ เสริมอีก 480 แผง ระดม อ.ส.เฝ้า 24 ชั่วโมง ปลดป้ายชื่อ หน้าห้อง รมต. สั่ง ขรก.เก็บเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย จนกว่าสถานการณ์สู่ภาวะปกติ ด้าน “ชวรัตน์” ขอรถกันกระสุนจากทหารเพื่อความปลอดภัย “ระเบียบรัตน์”ออกแถลงการณ์ไม่ใช้ความรุนแรง

    ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่กระทรวงมหาดไทยว่า ภายหลังที่หน่วยความมั่นคง หลายฝ่ายประเมินสถานการณ์การว่า สถานที่ราชการเป็นจุดเสี่ยงที่อาจจะมีการวินาศกรรม รวมถึง การที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร พร้อมทั้งให้หน่วยงานราชการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการอย่างเข็มงวดนั้น ปรากฏว่า ที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีเจ้าหน้าที่เริ่มมีการปรับปรุงซ่อมแซมประตูเหล็กเลื่อนบริเวณประตูทางเข้า – ออก ภายในตัวอาคารทุกด้าน เพื่อให้เกิดความแข็งแรงมากขึ้น รวมทั้งได้มีการซื้อแผงกั้นเหล็กชุดใหม่ จำนวน 480 แผง เพื่อเตรียมการเฝ้าระวังเหตุ นอกจากนี้ ยังมีการปลดป้ายชื่อรัฐมนตรีและห้องสำคัญทุกห้องด้วย ซึ่งตลอดทั้งวันบริเวณห้องทำงานของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เริ่มให้เจ้าหน้าที่เก็บเอกสารและของใช้ต่างๆ ไปเก็บไว้ในสถานที่ปลอดภัย ขณะที่ห้องทำงานของของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และนายถาวร เสนเนียม 2 รมช.มหาดไทย ได้ทยอยเก็บเอกสารตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะเดียวก็มีการกั้นลวดหนามที่ริมกำแพงบริเวณริมถนนเฟื่องนคร เป็นทางยาวด้วย

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายขวัญชัย วงศ์นิติกร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำบันทึกข้อความลับให้หน่วยงานในสังกัดสำรวจข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นในการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน แล้วดำเนินการจัดเก็บ หรือสำรองข้อมูลดังกล่าวไว้ในอุปกรณ์สำรองข้อมูล เช่น แผ่น ซีดี. แผ่นดิสต์เก็ต แฮนดี้ไดร์ฟ หรืออุปกรณ์ข้อมูลอื่น ๆ ทั้งนี้การสำรองข้อมูลในกรณีข้างต้น ควรระบุตัวผู้เก็บรักษาข้อมูลและประเภทไว้อย่างชัดเจนให้สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงควรคำนึงถึงความถูกต้องครบถ้วนที่มีการจัดเก็บหรือสำรองข้อมูลไว้ด้วย ตลอดจนควรมีการดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ พิจารณากำหนดความถี่ในการสำรองข้อมูลดังกล่าวตามความเหมาะสมของลักษณะการปฏิบัติงาน

     ขณะที่ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ อธิบกรมการปกครอง ได้มีคำสั่งเป็นหนังสือเวียนเรื่องการดูแลรักษาสถานที่ และทรัพย์สินของทางราชการในห้วงเวลาการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช. โดยระบุว่า เพื่อป้องกันความเสียหาย อันอาจเกิดขึ้นจากการทำลายทรัพย์สิน หรือ การก่อวินาศกรรมของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ในห้วงเวลาดังกล่าว จึงขอให้ทุกสำนัก / กอง ดูแลเก็บรักษาทรัพย์สินของทางราชการ รวมทั้งเอกสารสำคัญของทางราชการ และวัสดุสิ่งของต่าง ๆ ให้อยู่ในที่ปลอดภัย จนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย ยังได้ระดมอาสาสมัครรักษาดินแดน (อ.ส.) ของกรมการปกครอง กว่า 600 นาย มาคอยเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยทั้งในบริเวณกระทรวง และรอบนอกกระทรวงด้วย โดยจะมีการสับเปลี่ยนกำลังวันละ 2 กองร้อย ตลอด 24 ชั่วโมง

     รวมถึงให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยเฉพาะระดับผู้บริหารสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ประมาณ 20 คน มาคอยเตรียมความพร้อมรักษากระทรวงมหาดไทย หากมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาปิดล้อม เนื่องจากต้องการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  ขอร้องให้ผู้ชุมนุมอย่าทำลายสถานที่ราชการ

     รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้ทำเรื่องขอเบิกรถกันกระสุนจากกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อเป็นการป้องกันความปลอดภัยให้กับตนเองในระดับหนึ่ง เพราะต้องอยู่ติดตามสถานการณ์ภายใน กทม. และนายกรัฐมนตรีอาจมีการเรียก ครม.ฉุกเฉินขึ้น ซึ่งนายชวรัตน์เป็น 1 ใน 9 รมต. ที่ต้องเข้าร่วมประชุมด้วย ทำให้ต้องมีการเดินทางระหว่างที่มีการชุมนุม ซึ่งหากไม่มีการเตรียมพร้อม อาจเกิดความไม่ปลอดภัยได้

    “ระเบียบรัตน์”ออกแถลงการณ์ไม่ใช้ความรุนแรง
     
     นางระเบียบรัตน์ พงศ์พาณิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข แถลงว่า ทางสมาคม ได้ออกแถลงการณ์เรื่องความเป็นห่วงต่อปัญหาวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง เพื่อยื่นต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐนตรี และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะทางสมาคมมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การชุมนุมขณะนี้ เพราะทางสมาคมเห็นว่าการใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ย่อมไม่ใช่แนวทางในการแก้ปัญหา มีแต่จะสร้างความร้าวฉานเป็นบาดแผลที่ยิ่งลึกและกว้างของประเทศ ซึ่งการเจรจาหันหน้าพูดคุยกันเท่านั้นจะเป็นทางออกของทุกฝ่าย

     “ทุกฝ่ายต้องหันกลับมาทบทวนสิ่งต่างๆ โดยเริ่มจากรัฐบาลต้องพร้อมเป็นผู้นำในการเปิดการเจรจา ก่อนที่จะการชุมนุมจะเริ่มขึ้น เพื่อทำให้เกิดความปรองดองซึ่งกันและกัน หากกลุ่มคนเสื้อแดงต้องการให้รัฐบาลยุบสภาฯ ก็ต้องดูว่าวาระของรัฐบาลเหลืออยู่เท่าไหร่ แล้วหารให้เหลือครึ่งหนึ่งของอายุที่เหลืออยู่ แล้วยุบสภาฯ เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ และรัฐบาลไม่ควรยึดสื่อโทรทัศน์ และวิทยุของ นปช. เพราะเสมือนปิดกั้นช่องทางของคนเสื้อแดง อาจทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น”นางระเบียบรัตน์ กล่าว

     นางระเบียบรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้การเตรียมการของรัฐบาลในหลายๆ ด้าน ประกอบกับการให้ข่าวตอบโต้กันไปมาไปยังประชาชน ราวกับว่ารัฐบาลกำลังทำศึกสงครามกับศัตรูของประเทศ จึงรู้สึกไม่สบายใจ เพราะจะไม่ยอมให้มีการใช้ความรุนแรง ปฏิบัติโดยขาดเมตตาธรรม ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมีมือที่ 3 เข้ามา รวมถึงมีการปฏิวัติขึ้น ทั้งนี้ ความเห็นต่างถือเป็นความสวยงามในระบบประชาธิปไตย ดังนั้นทุกฝ่ายต้องมีสติ ต้องไม่ทำให้เกิดความรุนแรงและไม่ทำให้ประเทศชาติบอบช้ำ

     ส่วนเมื่อออกแถลงการณ์จะทำให้สถานการณ์เบาลงหรือไม่นั้น นางระเบียบรัตน์ กล่าวว่า เราเป็นเจ้าของประเทศ เมื่อประชาชนเรียกร้องขอความเมตตาจากผู้ปกครอง จะไม่ฟังเสียงกันเลยหรือ ไม่มีใครอยู่ได้ด้วยปลายกระบอกปืน แม้อาจจะอยู่ได้ แต่ก็ไม่นาน เพราะไม่ได้ใจประชาชน ซึ่งทุกคนก็มีการเสียภาษี มีสิทธิในถนนหลวง มีสิทธิจะเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริงตามที่กลุ่มคนเสื้อแดงบอก เมื่อประชาชนทุกสารทิศมาชุมนุม ชาว กทม.ก็ต้องเข้าใจ ไม่มีใครอยากออกจากบ้านมาตากแดดหรอก ซึ่งตนเชื่อว่ากลุ่มเสื้อแดงจะไม่ใช้ความรุนแรง เพราะการชุมนุมทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อแกนนำบอกว่าไม่ใช้ความรุนแรงก็ไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น และบอกว่าการชุมนุมจะยุติเมื่อใดก็ยุติตามที่บอก ไม่มียืดเยื้อ

    มหาดไทยหวั่นเสื้อแดงบุกสั่งอส.เฝ้ากระทรวง24ชั่วโมง

     มท.เข้ม หวั่นแดงบุก  ซื้อแผงเหล็กใหม่ เสริมอีก 480 แผง ระดม อ.ส.เฝ้า 24 ชั่วโมง  ปลดป้ายชื่อ หน้าห้อง รมต.  สั่ง ขรก.เก็บเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย จนกว่าสถานการณ์สู่ภาวะปกติ  ด้าน “ชวรัตน์” ขอรถกันกระสุนจากทหารเพื่อความปลอดภัย “ระเบียบรัตน์”ออกแถลงการณ์ไม่ใช้ความรุนแรง

     ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่กระทรวงมหาดไทยว่า ภายหลังที่หน่วยความมั่นคง หลายฝ่ายประเมินสถานการณ์การว่า สถานที่ราชการเป็นจุดเสี่ยงที่อาจจะมีการวินาศกรรม รวมถึง การที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร พร้อมทั้งให้หน่วยงานราชการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการอย่างเข็มงวดนั้น ปรากฏว่า ที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีเจ้าหน้าที่เริ่มมีการปรับปรุงซ่อมแซมประตูเหล็กเลื่อนบริเวณประตูทางเข้า – ออก ภายในตัวอาคารทุกด้าน เพื่อให้เกิดความแข็งแรงมากขึ้น รวมทั้งได้มีการซื้อแผงกั้นเหล็กชุดใหม่ จำนวน 480 แผง เพื่อเตรียมการเฝ้าระวังเหตุ นอกจากนี้ ยังมีการปลดป้ายชื่อรัฐมนตรีและห้องสำคัญทุกห้องด้วย ซึ่งตลอดทั้งวันบริเวณห้องทำงานของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เริ่มให้เจ้าหน้าที่เก็บเอกสารและของใช้ต่างๆ ไปเก็บไว้ในสถานที่ปลอดภัย ขณะที่ห้องทำงานของของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และนายถาวร เสนเนียม 2 รมช.มหาดไทย ได้ทยอยเก็บเอกสารตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะเดียวก็มีการกั้นลวดหนามที่ริมกำแพงบริเวณริมถนนเฟื่องนคร เป็นทางยาวด้วย

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายขวัญชัย วงศ์นิติกร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำบันทึกข้อความลับให้หน่วยงานในสังกัดสำรวจข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นในการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน แล้วดำเนินการจัดเก็บ หรือสำรองข้อมูลดังกล่าวไว้ในอุปกรณ์สำรองข้อมูล เช่น แผ่น ซีดี. แผ่นดิสต์เก็ต แฮนดี้ไดร์ฟ หรืออุปกรณ์ข้อมูลอื่น ๆ ทั้งนี้การสำรองข้อมูลในกรณีข้างต้น ควรระบุตัวผู้เก็บรักษาข้อมูลและประเภทไว้อย่างชัดเจนให้สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงควรคำนึงถึงความถูกต้องครบถ้วนที่มีการจัดเก็บหรือสำรองข้อมูลไว้ด้วย ตลอดจนควรมีการดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ พิจารณากำหนดความถี่ในการสำรองข้อมูลดังกล่าวตามความเหมาะสมของลักษณะการปฏิบัติงาน

     ขณะที่ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ อธิบกรมการปกครอง ได้มีคำสั่งเป็นหนังสือเวียนเรื่องการดูแลรักษาสถานที่ และทรัพย์สินของทางราชการในห้วงเวลาการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช. โดยระบุว่า เพื่อป้องกันความเสียหาย อันอาจเกิดขึ้นจากการทำลายทรัพย์สิน หรือ การก่อวินาศกรรมของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ในห้วงเวลาดังกล่าว จึงขอให้ทุกสำนัก / กอง ดูแลเก็บรักษาทรัพย์สินของทางราชการ รวมทั้งเอกสารสำคัญของทางราชการ และวัสดุสิ่งของต่าง ๆ ให้อยู่ในที่ปลอดภัย จนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย ยังได้ระดมอาสาสมัครรักษาดินแดน (อ.ส.) ของกรมการปกครอง กว่า 600 นาย มาคอยเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยทั้งในบริเวณกระทรวง และรอบนอกกระทรวงด้วย โดยจะมีการสับเปลี่ยนกำลังวันละ 2 กองร้อย ตลอด 24 ชั่วโมง

    สภาเพิ่มมาตรการคุมเข้มพร้อมรับมือม็อบแดง

     นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กำกับดูแล สำนักประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา เผยว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เตรียมพร้อมในการดูแลความปลอดภัยของรัฐสภาทั้งในการกำชับมาตรากับบุคคลทุกส่วนไม่ให้ตื่นตระหนก รวมถึงจัดเตรียมการดูแลเอกสารสำคัญ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆเพื่อความไม่ประมาท โดยเฉพาะในส่วนของรายการวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ส่วนใหญ่ได้สั่งให้มีการอัดเทปรายการในการออกอากาศไว้ล่วงหน้า เพราะไม่ทราบว่าเหตุการณ์จะยุติลงอย่างไร จึงต้องมีความพร้อมรับสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่อยู่ดูแลเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

                    ด้าน นายทวีเกียรติ เชาวลิตถวิล ผอ.สำนักรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เผยว่า เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเป็นที่น่าเป็นห่วงขณะนี้ ได้คำสั่งให้เพิ่มมาตรการในการดูแลความปลอดภัย โดยจะมีการตรวจการ เข้า-ออก บริเวณรัฐสภาอย่างเข้มงวดในวันวันเสาร์ที่ 13และวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคมนี้ พร้อม ห้ามบุคคลภายนอกเข้าออกในรัฐสภา ปกติในวันเสาร์ อาทิตย์จะมีการปิดอยู่แล้ว ดังนั้น จึงเพิ่มมาตร เข้มงวด การดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่รวมทั้งจะมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพลัดเข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยอีก 1 กองร้อย นอกจากนี้ ได้งดการจัดอบรมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในโครงการเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจทางการเมือง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในสัปดาห์นี้ออกไปก่อนเพื่อสะดวกในการดูแลความปลอดภัย

     


    ข่าวที่เกี่ยวข้อง
    ความคิดเห็น

    คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้หรือ สมัครสมาชิก