วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

คม ชัด ลึกก้าวสู่ปีที่ 9

จดจำผู้เข้าใช้ ลงทะเบียนใหม่ ? ลืมรหัสผ่าน?

การเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2553

ส่งต่อ ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ พิมพ์ข่าวหน้านี้ ขนาดตัวอักษร Reset

กก.สิทธิฯออกแถลงการณ์วอนไม่ใช้ความรุนแรง

คมชัดลึก :กก.สิทธิฯออกแถลงการณ์วอนไม่ใช้ความรุนแรง พร้อมเปิดสายด่วนรับเรื่องละเมิดสิทธิในการชุมนุม

 (11 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นำโดยนางอมรา พงศาพิชญ์   ประธาน กรรมการสิทธิได้ออกแถลงการณ์ “ วอนทุกฝ่ายเคารพสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุม” โดยมีเนื้อหาว่า   กรรมการสิทธิฯมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อการนัดชุมนุมในวันที่ 12 มี.ค.   ซึ่งกำลังเป็นที่วิตกและหวั่นเกรงในหมู่ประชาชนอย่างกว้างขวางว่า อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่รุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ ในสังคมประชาธิปไตย การแสดงความเห็น การรวมตัว และการชุมนุม เป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานของบุคคลซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ . ศ . 2550 มาตรา 63 ได้ประกันเสรีภาพไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ต้องเป็นไปโดยสงบและปราศจากอาวุธ

 ดังนั้น กรรมการสิทธิฯ   ขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง เคารพสิทธิและเสรีภาพซึ่งกันและกัน โดยสมควรปฏิบัติหน้าที่ของตน ดังนี้ โดยในส่วนของรัฐบาล   หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพการชุมนุมของประชาชนโดยหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธและความรุนแรงในการปฏิบัติหน้าที่ การจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมต้องเป็นไปตามหลักการสากล โดยขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐยึดหลักการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ได้สัดส่วนเหมาะสม เท่าที่จำเป็นตามสถานการณ์ และคำนึงถึงผลลัพธ์ในทางสันติ     

 ขณะที่ผู้นำและผู้เข้าร่วมการชุมนุม ย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ แต่การใช้เสรีภาพดังกล่าวต้องไม่ละเมิดกฎหมาย อาทิ ไม่กระทบต่อความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย หรือสิทธิ
และเสรีภาพของบุคคลอื่น ผู้นำและผู้เข้าร่วมชุมนุมต้องไม่กระทำการใดๆ ที่ยั่วยุให้เกิดความเกลียดชัง
อันอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรง

 ด้านประชาชนที่มิได้มีส่วนร่วมในการชุมนุม   ขอได้โปรดเข้าใจว่า การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานในทุกประเทศที่เป็นสังคมประชาธิปไตย   จึงขอให้มีความอดทนและอดกลั้น   นอกจากนี้ขอให้ทุกคนได้ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่พลเมืองที่ดี   ด้วยการช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกันความปลอดภัยของเคหสถานและชุมชนโดยรอบ หากมีบุคคลหรือกลุ่มคนที่มีแนวโน้มจะกระทำการที่เห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิหรือกฎหมาย   โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงทันที และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือการปะทะระหว่างกัน อันนำ ไปสู่ภาวะความวุ่นวายและไร้ระเบียบ

 ทั้งนี้หากผู้ใดหากพบการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจากเหตุการณ์นี้   แจ้งได้ที่สายด่วน 1377 หรือตู้ ปณ . 123 ปณ . ศูนย์ราชการฯ   ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ 10210 หรือทางอีเมล์ 12march@nhrc.or.th

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ทหารและ ตำรวจตั้งด่านสกัดคนเสื้อแดงที่จะเข้ามาชุมนุมถือเป็นการละเมิดสิทธิหรือไม่ นางอมรากล่าวว่า คงเป็นการจำกัดสิทธิแต่ไม่ถึงขั้นละเมิดสิทธิ และต้องมาดูว่าการตั้งด่านเป็นการตรวจอาวุธหรือสกัดกั้น หากเป็นการตรวจอาวุธก็ถือเป็นการป้องกันก็สามารถทำได้ แต่หากเป็นการสกัดไม่ให้มาชุมนุมก็ทำไม่ได้เพราะการชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญรองรับได้

 ด้านนายปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิฯกล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่าคนเสื้อแดงได้ใช้วิทยุชุมชนในการปลุกปั่นและมีการใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ แต่อย่างไรก็ตามก็ถือว่ายังไม่ถึงขั้นละเมิดสิทธิ

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังสร้างภาพให้คนเสื้อแดงเป็นปิศาจหรือไม่ นางอมรากล่าเพียงว่า “ไม่ทราบเหมือนกัน”

            ด้าน นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการ กรรมการสิทธิ กล่าวว่า กรรมการสิทธิฯได้รับข้อมูลจากที่ต่างๆว่าประชาชนตื่นตระหนกว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่สงบจะมีการใช้อาวุธ ใช้ความรุนแรง   จึงทำให้ กรรมการหารือและเน้นเรื่องการให้เจ้าหน้าที่รัฐควบคุมสถานการณ์โดยหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธ แต่หากสถานการณ์มีการพัฒนาในแต่ละขั้นตอนก็เป็นเรื่องที่กรรมการสิทธิจะประชุมวิเคราะห์ก่อนที่จะออกแถลงการณ์   

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้หรือ สมัครสมาชิก