วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

คม ชัด ลึกก้าวสู่ปีที่ 9

จดจำผู้เข้าใช้ ลงทะเบียนใหม่ ? ลืมรหัสผ่าน?

การเมือง

วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม 2553

ส่งต่อ ส่งต่อให้ผู้อื่น พิมพ์ พิมพ์ข่าวหน้านี้ ขนาดตัวอักษร Reset

อภิสิทธิ์ยันไม่ปิดทีวีแดงจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วดูแลม็อบ

คมชัดลึก : “อภิสิทธิ์" วอน ปชช.กลั่นกรองข่าวสารอย่าเชื่อข่าวปล่อย ยันไม่ปิดพีเพิลแชลแนลหากไม่ทำผิดกฎหมาย แจงตั้งด่านช่วยดูแลรปภ. ผู้ชุมนุม หวั่นมือที่สามสวมรอยสร้างสถานการณ์ ปัดสกัดเข้ากรุง ตั้ง กอร์ปศักดิ์ เจรจาเสื้อแดง พร้อมจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าถึงชุมชุน จุดเสี่ยง "โคทม" วอนรัฐบาล ยุติใช้ความรุนแรง หาลู่ทางเจรจาเพื่อสันติ

ที่โรงเเรมเเมนดาริน โอเรียนเต็ลเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีคำสั่งปิดสถานีโทรทัศน์พีเพิลแชลแนล (พีทีวี) ว่า นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงไปแล้ว แต่โดยส่วนตัวยังไม่เห็นว่ามีเรื่องนี้ ทั้งนี้เห็นว่าขณะนี้มีการออกข่าวแปลกๆ อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งตนก็ถูกสอบถามมาบ่อยครั้งว่าจะมีการหยุดงานหรือไม่ จึงขอย้ำกับทุกคนว่าขอให้ช่วยกลั่นกรองข่าวสารต่างๆ

 “รัฐบาลจะชี้แจงสิ่งที่จะดำเนินการต่างๆ แบบเปิดเผย โปร่งใส ฉะนั้นการดำเนินการใดๆ ก็ตามตรวจสอบได้ และจะมีการชี้แจงไป ขออย่าตื่นตระหนกกับข่าวสารที่นี้มีการปล่อยอยู่ตอนนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันว่าจะไม่ปิดสถานีพีเพิลแชลแนลใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “หากไม่กระทำผิดกฎหมายนะครับ” ถามต่อว่าการระดมมวลชนมาชุมนุมถือเป็นสิ่งผิดฎหมายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า การเชิญชวนประชาชนมาชุมนุมนั้นไม่ผิดกฎหมาย เพราะรัฐบาลไม่ได้ห้ามชุมนุม ทั้งนี้การชุมนุมถือเป็นเรื่องของการสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่หากใครไปเชิญชวนให้กระทำผิดกฎหมายย่อมถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

 “ไม่ว่าจะเป็นสื่อทีวีหรือไม่ใช่ก็ตาม ไม่มีใครมีสิทธิไปเชิญชวนให้ประชาชนกระทำผิดกฎหมาย หรือใช้ความรุนแรง หรือไปทำลายทรัพย์สินทางราชการ หรือไปเอาชีวิตใครได้ พฤติกรรรมแบบนี้กระทำไม่ได้ ซึ่งหากเป็นกรณีสื่อปกตินั้น ก็จะต้องดูไปที่บุคคลที่ออกมาพูด หรือบุคคลที่กระทำก่อน ยกเว้นแต่ว่าสื่อนั้นมีบทบาทและเกี่ยวข้องด้วย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามถึงกรณีสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยได้ลุกลามไปยังศาสนสถาน อาทิ มัสยิดทั่วกทม.ได้ออกคำเตือน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาจากประสบการณ์ของปีที่แล้ว โดยรัฐบาลได้ซักซ้อมทำความเข้าใจ ทั้งนี้ตนได้คุยกับผู้แทนที่ห่วงใยในเรื่องนี้ และได้อธิบายไปว่าทุกคนต้องช่วยกันดูแล

 “ขอย้ำว่าอย่าตื่นตระหนก และขอให้ทุกคนคิดว่าต่างคนต่างช่วยกัน ก็จะทำให้บ้านเมืองเรียยบร้อย และสามารถดูแลสถานการณ์ได้” นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าจุดใดที่เป็นจุดอ่อนไหว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของวันที่ 12 มี.ค. นั้น สิ่งที่ต้องดูเป็นสิ่งแรกคือการคมนาคม เพราะเมื่อรถเริ่มสัญจรเข้ามาหรือมีมวลชนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ก็อาจทำให้เกิดปัญหาการจราจรหรือความสับสนได้ในบางพื้นที่ ส่วนในวันที่ 13-14 มี.ค.ก็จะดูการชุมนุมใหญ่ โดยสถานที่ราชการและสถานที่เป้าหมายนั้นได้มีการดูแลอยู่แล้ว

 เมื่อถามว่า ตั้งแต่วันที่ 12 -14 มี.ค.ได้ประเมินสถานการณ์ว่าวันใดจะเกิดความรุนแรงมากที่สุด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้รุนแรงสักวัน แต่ประชาชนจะมาชุมนุมกันมากในวันที่ 14 มี.ค.ซึ่งเริ่มเดินทางมาตั้งแต่วันที่ 12-13 มี.ค. ทั้งนี้ต้องบริหารสถานการณ์ไป โดยในแต่ละวันก็จะไม่เหมือนกัน

 เมื่อถามว่า แสดงว่าต้องติดตามสถานการณ์แบบรายวันใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้ติดตามแบบวันต่อวัน แต่จะติดตามตลอด ถามต่อว่าวันที่ 15 มี.ค.การชุมนุมจะยุติได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องไปถามผู้ชุมนุม เมื่อถามถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนตามชุมชนต่างๆ ซึ่งชุมชนระบุว่าอาจต้องดูแลตัวเอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ชุมชนได้ขอมาบ้างแล้ว อาทิ อุปกรณ์ดับเพลิง และตนขอให้ทุกหน่วยงานไปช่วยดูแลให้

 เมื่อถามว่าหลังวันที่ 14 มี.ค.รัฐบาลจะสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ตามปกติหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตั้งใจไว้อย่างนั้น โดยจะต้องดูสถานการณ์และงานที่ต้องทำก็ต้องทำต่อ เพราะปัญหาของประชาชนไม่ได้มีเฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว แต่ยังมีอีกหลายเรื่องซึ่งทุกเรื่องก็ต้องทำงานต่อ

 “เมื่อเช้าผมก็ไปประชุมเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้มา ผมจะพยายามไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่จะมีความยืดหยุ่นอยู่บ้าง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า รับทราบและกังวลในเรื่องที่สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวียื่นหนังสือต่อนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อให้รัฐบาลช่วยคุ้มครองความปลอดภัย ซึ่งหากรัฐบาลทำไม่ได้ทางเอเอสทีวีจะอ้างสิทธิป้องกันตัวเอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมีมาเป็นระยะ ซึ่งรวมถึงในส่วนของผู้ชุมนุมด้วย โดยรัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานขึ้นมา ด้วยเหตุผลคือหากมีผู้ไม่หวังดีต้องการสร้างเหตุการณ์ขึ้นมา ทำให้เกิดความขัดแย้งเข้าใจผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่บางกลุ่มต้องการ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีคณะทำงานเพื่อเข้าไปทำความเข้าใจ

 “ขอย้ำอีกครั้งว่าเรามีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และซักซ้อมกับเจ้าหน้าที่ของทุกกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ แล้ว ฉะนั้นขอความกรุณาว่าอย่านำตัวเองเข้าไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง แต่หากจะป้องกันตัวเองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เช่นหากกลัวว่าจะมีการเข้ามาเผานั้น ก็ไประงับยับยั้งเหตุได้ แต่ทั้งนี้ขอให้รีบแจ้งเหตุเข้ามา แล้วรัฐบาลจะรีบเคลื่อนที่ และส่งเจ้าหน้าไปคลี่คลาย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าคณะทำงานเริ่มทำงานแล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ปฏิเสธว่า ยัง ขณะนี้ยังไม่มีการชุมนุมใดๆ และทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละจุด อาทิ วันที่ 12 มี.ค. ซึ่งมีการชุมนุมหลายจุด เราจะต้องดูว่าสถานที่ใดมีปัญหาหรือไม่

 เมื่อถามว่ากลไกนี้จะมีประโยชน์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ดีกว่าไม่มี” เมื่อถามถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่าหากเจ้าหน้าที่รัฐตั้งด่านตรวจสกัดก็จะมีการแหกด่าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอย้ำว่าการตั้งด่านเพื่อประโยชน์ของผู้ชุมนุมเองด้วย เพราะอาจมีบางฝ่ายที่ต้องการสร้างความวุ่นวาย และรัฐบาลก็ไม่ต้องการให้ผู้ชุมนุมตกเป็นเหยื่อ ฉะนั้นการตรวจตราต่างๆ ก็เพื่อไม่ให้มีการแทรกซ้อน

 “อาจมีแรงงานต่างด้าวที่ไม่ควรเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แฝงเข้ามา หรืออาจมีผู้ไม่หวังดีนำอาวุธเข้ามา หรือมีการสวมรอย รวมทั้งเรื่องยาเสพติดต่างๆ ด้วย ฉะนั้นจึงต้องมีการตรวจตรา ซึ่งไม่ใช่เป็นการขัดขวาง แต่เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าขณะนี้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงมีการปลุกระดมให้ผู้ชุมนุมละเมิดกฎหมาย และพ.ร.บ.มั่นคง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากมีการละเมิดกฎหมายก็จะต้องดำเนินการ เมื่อถามว่า ในวันที่ 12 มี.ค. นายกฯ ยังปฏิบัติภารกิจตามปกติหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังทำงานตามปกติ โดยวันดังกล่าวตนจะทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลและพบกับผู้ช่วยรัฐมนตรีสหรัฐอเมริกา

 เมื่อถามว่านายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์การศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล จะมาหารือกับนายกฯ ในช่วงบ่ายวันนี้ หลังจากไปพบกับแกนนำคนเสื้อแดงแล้ว เพื่อมายื่นข้อเสนอของคนเสื้อแดง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ ตนเห็นว่านายโคทมมีเอกสารข้อเรียกร้องไปยังผู้ชุมนุมและรัฐบาลด้วย แต่อย่างไรก็ตามเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นปัญหา เพราะข้อเสนอหลักของนายโคทมคือสันติวิธี ซึ่งตรงตามแนวทางที่รัฐบาลประกาศมาตลอดอยู่แล้ว

 เมื่อถามว่าการแต่งตั้งนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะทำงานประสานกับกลุ่มคนเสื้อแดง จะได้รับการยอมรับจากกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราคงไม่มาตั้งแง่กันว่าใครจะยอมรับใคร ไม่เช่นนั้นก็ต้องมาถามว่ารัฐบาลยอมรับแกนนำผู้ชุมนุมหรือไม่ แต่หากมีความจริงใจว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ จะกระทำภายใต้กฎหมายและไม่นิยมความรุนแรง เราก็ต้องนำคนที่สามารถสื่อสารทำความเข้าใจมาคุย เพื่อทำความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อปรับแนวทางการเดินหน้าต่อไป

 ต่อข้อถามว่านายกอร์ปศักดิ์ประสานงานไปได้เท่าใดแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีเหตุ แต่เมื่อถึงเวลาก็จะเฝ้าระวังโดยนายกอร์ปศักดิ์จะอยู่กับตนด้วย เช่น หากบางจุดเกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ชุมนุมกับผู้ที่ใช้ถนน หรือที่ด่านต่างๆ นายกอร์ปศักก็จะไปคุยและประสานงานเพื่อไม่ให้มีปัญหา

 เมื่อถามว่า มีปัจจัยแทรกซ้อนใดที่กังวลบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ตนบอกไปแล้วว่ามีคนบางกลุ่มที่อยากให้เกิดความรุนแรงและวุ่นวาย ซึ่งเราได้จับตาติดตามอย่างใกล้ชิด และต้องป้องกันไม่ให้กระทำได้สำเร็จ เมื่อถามต่อว่าเป็นคนกลุ่มใด นายกฯ กล่าวว่า กลุ่มที่นิยมความรุนแรง

 เมื่อถามว่าการรักษาความปลอดภัยของนายกฯ ในช่วงนี้มีการเพิ่มกำลังหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เหมือนเดิม เมื่อถามว่าวันที่ 13-14 มี.ค. นายกฯ จะอยู่ที่ ร.11รอ. บางเขน หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนจะอยู่ที่ศูนย์บัญชาการ

"โคทม"วอนรบ.ยุติใช้ความรุนแรงหาลู่ทางเจรจาเพื่อสันติ

 เมื่อเวลา15.00 น. นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติ มหาวิทยาลัยมหิดล เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่อาคารรัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือขอให้รัฐบาลหาทางออกของปัญหาการชุมนุมทางการเมืองด้วยวิธีการเจรจาและยุติความรุนแรง 
 
 ด้าน นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่มีการสลายการชุมนุมหรือบิดเบือนสถานการณ์เพื่อประโยชน์ในการใช้ความรุนแรง ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำให้เห็นแล้วว่าเคารพสิทธิการชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้กำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ก็เพื่อต้องการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองตามหน้าที่ในการรักษากฎหมาย ขณะเดียวกันการเจรจากับผู้ชุมนุมได้มีการแต่งตั้ง นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นคณะเจาจากับผู้ชุมนุมแล้ว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้หรือ สมัครสมาชิก