อภิสิทธิ์แจงนักลงทุนญี่ปุ่นการชุมนุมไม่ใช่ปัญหาใหญ่

"อภิสิทธิ์" แจงนักลงทุนญี่ปุ่น การชุมนุมไม่ใช่ปัญหาใหญ่ รัฐบาลจะพยายามดูแลทุกอย่างภายใต้ขอบเขตกฎหมาย ชี้เป็นปรากฎการณ์ที่ ยืนยันว่า สังคมไทยเป็นสังคมเปิด และที่พร้อมจะบริหารจัดการด้วยความประนีประนอม

ที่โรงเเรมเเมนดาริน โอเรียนเต็ล เมื่อเวลา  13.00 น. วันที่ 11 มี.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ( JETRO ) ตอนหนึ่งว่า ในนามของรัฐบาลไทยขอชื่นชมบทบาทของ JETRO กรุงเทพฯในฐานะที่เป็นองค์กรกลางในการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า แม้ว่าในบางช่วงเป็นเรื่องปกติที่ญี่ปุ่นหรือไทย ต้องเผชิญ กับ ปัญหาอยู่บ้าง เช่น เวลาเกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้เกิดช่วงที่เรียกว่า ชะลอตัว หรือบางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นเช่นปัญหาทางการเมือง ภายในประเทศ หรือ ปัญหากรณีมาบตาพุดที่ส่งผลต่อ การดำเนินธุรกิจ แต่ตนมั่นใจว่า โดยพื้นฐานของความแนบแน่น การขยายตัวทางด้านการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ก็ยังดำเนินการต่อไป สิ่งที่น่าจะยืนยันได้ว่า ปีที่ผ่านพ้นมาเป็นปีที่ต้องร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ในระดับโลก แต่ญี่ปุ่นก็ ดำรงความเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย สัดส่วนร้อยละ 14 ระหว่างมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ และที่สำคัญคือนักลงทุนญี่ปุ่นยังคงเป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งสำหรับประเทศไทยและรวมถึงประชาชาวญี่ปุ่นที่เดินทางมาไทยในฐานะนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า กับภาพรวมของสถานการณ์ในปัจจุบันและความห่วงใยที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองยังอยู่ในใจทุกคน และตนคิดว่ารัฐบาลยืนยันได้ คือ ตลอดระยะเวลาปีเศษที่ผ่านมา เราได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่ว่าปัญหาทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ความมุ่งมั่น ความแน่วแน่และการเดินหน้าในการกู้เศรษฐกิจ รวมทั้งการจัดความสำคัญของชาวต่างประเทศที่มีต่อเศรษฐกิจไทยนั้นรัฐบาลทำอย่างต่อเนื่อง ไม่เสียสมาธิ ไม่ชะลอ และยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะคือการสนับสนุนให้คนไทยได้รับประโยชน์จากการมีส่วนรวมของชาวต่างประเทศ ในการขบวนการ การพัฒนาประเทศ

 “ ในช่วงระยะเวลา อีกไม่กี่วันข้างหน้า แม้ว่าจะมีการชุมนุมใหญ่ทางการเมือง ผมขอยืนยันว่ารัฐบาลจะใช้แนวทางของการรักษากฎหมาย ไม่ปล่อยให้สถานการณ์ลุกลามบานปลาย  แล้วจะนำพี่น้องประชาชนในกทม.และจังหวัดต่างๆได้มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติมากที่สุด ด้วยความพยายามในการใช้กฎหมายต่างๆเข้าจัดระเบียบ โดยจะต้องเคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชานที่มาชุมนุม โดยเฉพาะผู้ที่มาใช้สิทธิภายใต้ขอบเขตของรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่า การที่เรามีปรากฎการณ์เช่นนี้เป็นการยืนยันว่า  สังคมไทยเป็นสังคมเปิด และเป็นสังคมที่พร้อมจะบริหารจัดการด้วยความอะลุ้มอล่วย ประนีประนอม เป็นแนวทางที่มีความยั่งยืน แม้บางช่วงอาจจะไม่มีความสะดวกอยู่บ้าง แต่แนวทางนี้ก็จะเป็นแนวทาง  ที่ทำให้นักธุรกิจที่อยู่ที่นี่ และที่จะเข้ามา มีความสบายใจได้ว่ารัฐบาลจะไม่เปลี่ยนแปลงพื้นฐานของสังคมไทย” นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องของการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสและลู่ทางในการประกอบธุรกิจที่สอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกและจะเดินหน้าในการอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนทุกคนที่สนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย