เอ็นจีโอเหนือมองรัฐบาลได้เปรียบเสื้อแดงชุมนุมใหญ่

ประธานภาคีคนฮักเชียงใหม่ เผยอุณหภูมิการเมืองไทยสูงขึ้น หวั่นหน่วยจรยุทธเสื้อแดงสร้างความปั่นป่วน ขณะที่ผอ.สถาบันสิทธิมนุษยชน เชื่อเคลื่อนไหวสันติวิธีไม่เกิดผล-ชุมนุมได้ไม่เกิน 7 วัน ระบุรัฐบาลได้เปรียบหลายต่อ-ชุมนุมในพื้นที่ควบคุม เชื่อหากเสื้อแดงใช้ความรุนแรงเหตุการณ์ปั่นป่วนกว่าเดือนเมษาแน่นอน

 ศ.เฉลิมพล แซมเพชร ประธานภาคนฮักเจียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองไทยขณะนี้มีอุณหภูมิสูงขึ้นก่อนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 มีนาคม เฐพราะทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมเสื้อเองและรัฐบาลเองก็แสดงความเคลื่อนไหวเป็นข่าวกันอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในส่วนของคนเสื้อแดงเองก็มีการเผาบ้านเผาเมืองกันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลสามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ เพราะมีประสบการณ์เมื่อเดือนเมษายนปี 2552

 ทั้งนี้ ส่วนตัวผมก็มีความกังวลเช่นกันว่าความจริงจังในการแก้ปัญหาดังกล่าวนี้จะมาแค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้เสื้อแดงเองก็มีการกระทำที่ผิดกฎหมายมากมาย แต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะได้รับโทษตามกฎหมาย แต่จากการฟังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงมาตรการในการรับมือ ก็พอจะทำให้เชื่อมั่นในความพร้อมในการควบคุมสถานการ์ได้ อย่างไรก็ตาม การชุมนุมคนเสื้อแดงนี้เชื่อว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก

 "ผมกลัวว่าจะมีกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนที่นิยมใช้ความรุนแรง หรือหน่วยจรยุทธ สร้างความปั่นป่วนให้กับบ้านเมือง ซึ่งจะทำให้ซ้ำรอยกับเหตุการณ์เดือนเมษายน และจะทำให้รัฐบาลควบคุมได้ยากลำบาก" ศ.เฉลิมพล กล่าว

 ขณะที่นายชัยพันธุ์ ประภาสะวัต ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวทางการเมืองผมมองว่าตอนนี้รัฐบาลได้เปรียบเป็นต่อกลุ่มเสื้อแดงมาก จริงอยู่ที่กลุ่มเสื้อแดงเป็นคนกำหนดเกม แต่สถานที่เล่นรัฐบาลเป็นผู้กำหนดขึ้นซึ่งคือที่กรุงเทพเป็นสถานที่ที่รัฐบาลเป็นผู้คุม การที่กลุ่มเสื้อแดงระดมต่างจังหวัดเข้าไปอยู่ในกรุงเทพอาจจะทำได้ แต่หากจะชุมนุมยาวนาน ยืดเยื้อคงจะทำได้ลำบาก ผมเชื่อว่าหากใช้สันติวิธีกลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมได้ไม่เกิน 7 วันแน่นอน

 "กลุ่มเสื้อแดงอ้างว่าจะเคลื่อนไหวโดยสันติวิธีผมเชื่อว่าจะไม่ได้อะไรเลย จะไม่เกิดความเปลี่ยนแปลง และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็จะถูกหลอกอีกครั้ง จนหมดเนื้อหมดตัวในที่สุด เว้นแต่จะมีคนพยายามก่อให้เกิดความรุนแรง สร้างสถานการณ์ ซึ่งจะเป็นตัวแปรให้รัฐบาลใช้มาตรการในการควบคุม สร้างอารมณ์ร่วมให้กับประชาชน ส่วนเรื่องที่คนในครอบครัรวชินวัตรทั้งคุณหญิงพจมาน ลูกชายและลูกสาว เดินทางออกไปนอกประเทศหมด นั้นมีนัยยะแสดงให้เห็นว่าต้องการหลอกให้คนอื่นเข้ามาชุมนุมแต่ให้ลูกและภรรยาตัวเองออกนอกประเทศ เพราะต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้น ผมเชื่อว่าหากเกิดความรุนแรงจะมากกว่าเดือนเมษายนแน่นอน" นายชัยพันธุ์ กล่าว