(11มี.ค.ม.) ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร อาทิ นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯกทม. ลงพื้นที่เยี่ยมข้าราชการและลูกจ้างของสำนักงานเขตและชุมชนที่เป็นพื้นที่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) อาทิ สำนักงานเขตพระนคร สำนักงานเขตธนบุรี สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ชุมชนนางเลิ้ง ชุมชนแฟลตดินแดง เขตดินแดง เพื่อสร้างขวัญและกำลังให้กับผู้ปฏิบัติงาน โดยคณะผู้บริหารได้ย้ำเป็นเสียงเดียวกันว่าขอให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พูดคุยและรับฟังปัญหาของประชาชนให้มากยิ่งขึ้นในช่วงสถานการณ์ม็อบเสื้อแดงชุมนุม พร้อมกันนั้นอยากเรียกร้องให้คนในชุมชนที่ต้องเจอกับเหตุการณ์การเข้ามาก่อกวนของผู้ไม่หวังดี ให้ใช้ความอดทนและใจเย็น อย่าใช้กำลัง ซึ่งกทม.พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง
โดยเมื่อช่วงเช้าคณะรองผู้ว่าฯกทม. ทั้งนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ และนายพรเทพ เตชะไพบูลย์และคณะที่ปรึกษา ลงพื้นที่ที่สำนักงานเขตธนบุรี มี ม.ล.วิณา สุบรรณ ผอ.เขตธนบุรี ได้รายงานว่าทางสำนักงานเขตได้ประเมินราคาสิ่งของที่ประดับบริเวณอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน (วงเวียนใหญ่) รวมทั้งหมด 23 ล้านบาท ซึ่งหากการชุมนุมในพื้นที่ทางกลุ่มเสื้อแดงทำความเสียหายให้กับต้นไม้ ไม้ประดับ ระบบสาธารณูปโภค ทางสำนักงานเขตเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำทันที ด้านการดูแลพื้นที่นั้นได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จำกัดพื้นที่ชุมนุม คือ บนถนนอินทรพิทักษ์ ถึงสามแยกบางยี่เรือ บนถนนลาดหญ้า ถึงสามแยกลาดหญ้า บนถนนประชาธิปกถึงแยกบ้านแขก และถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินถึงแยกตากสิน สำหรับพื้นที่จอดรถได้กำหนดให้จอดริมทางเท้าถนนลาดหญ้าจำนวน 2 ฝั่งเท่านั้น ซึ่งการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และความเป็นระเบียบได้มีกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 1,080 นาย มาร่วมดูแล และหากมีการนำรถมาปิดเส้นทางการจราจรเจ้าหน้าที่จะนำรถยกมายกรถที่กีดขวางออกไปทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เตรียมรถยกไว้ทั้งหมด 29 คัน
จากนั้นเมื่อเวลา 11.20 น. เดินทางต่อไปที่แฟลต 3 เขตดินแดง เพื่อตรวจเยี่ยมความปลอดภัยและพบปะประชาชนสร้างความมั่นใจ ทั้งนี้นายพูนผล สังข์สูงเนิน ประธานชุมชนเคหะดินแดง 1 (แฟลต 1-20) กล่าวระหว่างคณะผู้บริหาร กทม. ตรวจเยี่ยมพื้นที่ว่า อยากให้ กทม. ส่งกำลังเจ้าหน้าที่มาช่วยรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชุมชน เนื่องจากเมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์สงกรานต์เลือด 13 เมษายน 2552 นั้นประชาชนต้องเสี่ยงกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่นำรถแก๊สมาตั้งที่สี่แยกประชาสงเคราะห์ ดังนั้นจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ของกทม. มาช่วยสนับสนุนกำลังรักษาความปลอดภัยกับชุมชนด้วย ส่วนการเตรียมตัวป้องกันมีการขอความร่วมมือชาวแฟลตทุกห้องให้เตรียมผ้าไว้หากเกิดเหตุก็ให้ชุบน้ำเพื่อใช้ระงับเหตุ รวมทั้งให้ช่วยกันสอดส่องดูแลคนแปลกหน้าไม่ให้ขึ้นไปบนแฟลต รวมทั้งเตรียมของมีค่าใส่กระเป๋าหากจำเป็นจะต้องอพยพออกจากแฟลต เป็นต้น
จากนั้นเมื่อเวลา 10.30 น. คณะผู้บริหาร กทม. เดินทางตรวจเยี่ยมชุมชนนางเลิ้ง โดยนางนิภาภรณ์ แซ่โค้ว รองประธานกรรมการชุมชนนางเลิ้ง กล่าวว่า ขณะนี้ชุมชนได้เตรียมความพร้อมในการป้องกันตนเอง เบื้องต้นได้ให้พ่อค้า แม่ค้า ช่วยกันสอดส่องดูแล เก็บถังแก๊ส ถังดับเพลิงให้ปลอดภัย รวมทั้งให้ชาวบ้านและเด็กวัยรุ่นในชุมชนร่วมกันผลัดเปลี่ยนเป็นเวรยามในช่วงกลางคืน อย่างไรก็ตาม ในวันนี้(11มี.ค.) ได้มีทหารมาช่วยดูแลชุมชนแล้ว โดยพักอยู่ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร และวัดสุนทรธรรมทาน(วัดแคนางเลิ้ง) จุดละ 30 นาย ซึ่งทำให้ชุมชนรู้สึกอุ่นใจขึ้น แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือไม่อยากให้เหตุการณ์มีความรุนแรงเกิดขึ้นอีก แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาทำอะไรรุนแรงชาวบ้านก็ต้องลุกขึ้นสู้ เพราะชุมชนเรามีเด็กเล็กและคนแก่อาศัยอยู่จำนวนมาก รวมทั้งบ้านเก่าที่มีคุณค่าหลายหลังคาเรือนด้วย
ด้านนายเอก จึงเลิศศิริ ส.ก.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวเป็นห่วงเรื่องกล้องวงจรปิด(ซีซีทีวี) ที่ไม่มีติดตั้งภายในชุมชนเลย ทั้งที่ชุมชนเป็นชุมชนใหญ่ที่ล่อแหลมเสี่ยงภัย อีกทั้งมีทางเข้าออกกว่า 20 ทาง ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์เมษาเลือดปีที่แล้ว ได้มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาสอบถามและจะให้ความช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าทางชุมชนได้ทำเรื่องไปตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค.ปีที่แล้ว จนขณะนี้ยังไม่มีการติดตั้งในชุมชนแต่อย่างใด
ขณะที่ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า ทางชุมชนได้ทำเรื่องขอติดตั้งกล้องซีซีทีวี ปรากฏว่าผู้บริหารฯ ได้อนุมัติติดตั้งกล้องในพื้นที่เขตป้อมปราบฯ จำนวน 30 ตัว แต่ปรากฏว่า ผอ.เขตป้อมปราบฯ กลับไปติดตั้งกล้องในจุดอื่นๆ ขณะที่ชุมชนนางเลิ้งกลับตกสำรวจ ทั้งที่เป็นชุมชนขนาดใหญ่และมีความเสี่ยงมากที่สุด เมื่อสอบถามไปที่เขตก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด
นายธีระชน กล่าวว่า กทม.ตระหนักดีว่าเมื่อเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ชุมชนนางเลิ้งมีความสูญเสียมาก ครั้งนี้จึงไม่มีใครต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก เพราะทราบดีว่าการชุมนุมจะกระทบต่อการค้าและความเป็นอยู่ของชุมชน ซึ่งการป้องกันจะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยขณะนี้กองทัพได้ส่งทหารเข้ามาร่วมกับ กทม. ในการสอดส่องดูแล ขณะเดียวกันคนในชุมชนจะต้องดูแลความปลอดภัยของตนเอง ด้วยการหากพบเห็นอะไรที่แปลกปลอมหรือเป็นอันตรายอย่าได้เข้าไปเสี่ยง ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ทั้งนี้อยากให้ประชาชนที่มีโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปได้ หรือเตรียมกล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ ไว้ใช้บันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันควรเตือนลูกหลานให้ต้องใจเย็น ส่วนการติดตั้งกล้องซีซีทีวี ยืนยันว่า กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่การประกวดราคาจำเป็นต้องใช้เวลา เพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเปิดกว้างและโปร่งใสเป็นธรรม
ต่อมาเวลา 13.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และนายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกทม. เดินทางลงพื้นที่เขตบางกอกน้อย เพื่อให้กำลังใจและมอบนโยบายการทำงานในช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า ตนได้มอบนโยบายให้ข้าราชการและลูกจ้าง กทม.เขตบางกอกน้อยให้ทำงานอย่างเต็มที่ รวมทั้งต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยเป็นหูเป็นตาด้วย เนื่องจากพื้นที่บางกอกน้อยเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่รักษาพระองค์อยู่ ที่เป็นดั่งดวงใจของเราคนไทยทุกคน จึงไม่ควรมีเรื่องใดให้เกิดการระคายเบื้องพระยุคลบาท ไม่แม้กระทั่งการใช้เครื่องขยายเสียงที่จะสร้างเสียงรบกวน และหากพบว่ามีการกระทำใดที่ไม่เหมาะสมก็ให้ประชาชนช่วยกันตักเตือนกันด้วย ส่วนการที่มีข่าวว่ากลุ่มเสื้อแดงจะเข้ายึดพื้นที่ศาลาว่าการ กทม.นั้น ตนคิดว่า การจะเข้ายึดหรือทำลายสถานที่ราชการใด ๆ นั้นไม่เพียงแค่ข้าราชการหรือลูกจ้างที่จะไม่สามารถทำงานได้ แต่สถานที่ราชการต่าง ๆ เป็นทรัพย์สินที่มาจากเงินภาษีของประชาชนด้วยเหมือนกัน
ส่วนการอำนวยความสะดวกให้คนเสื่อแดงทั้งเรื่องเจ้าหน้าที่ เทศกิจและรถสุขาเคลื่อนที่นั้น ตนคงอำนวยความสะดวกให้เท่าที่ทำได้ เพราะเจ้าหน้าที่ของ กทม.นั้นก็ต้องดูแลส่วนอื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนรถสุขาที่มีอยู่ทั้งหมด 24 คัน ก็จะกระจายไปดูแลในทุกที่ที่มีความจำเป็นเท่า ๆ กัน ซึ่งจำนวนที่มีอยู่อย่างจำกัดอาจจะทำให้ไม่สามารถให้ความสะดวกให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ ทั้งนี้ในช่วงที่มีการชุมนุมตนก็จะทำงานปกติ แต่ตอบไม่ได้ว่าจะประจำอยู่ที่ใดเพราะคงต้องแล้วแต่ภารกิจ แต่ยืนยันว่าพร้อมที่จะทำงานและสั่งการข้าราชการได้ตลอดเวลา