ปธ.วุฒิห่วงเสื้อแดงป่วนเมืองรับสภาบ้อท่าไกล่เกลี่ยศึก

“ประธานวุฒิ” ห่วงเสื้อแดงป่วนเมือง รับเวทีสภาบ้อท่าไกล่เกลี่ยศึก หวั่นประชุมไอพียูล่ม ซ้ำรอยอาเซียนซัมมิต พัทยา เม.ย.52 ด้าน “เสธ.อู้” วอนทุกฝ่ายคำนึงถึงความสงบของบ้านเมือง หวั่นเสื้อแดงชุมนุมรุนแรง แนะแกนนำไม่แสวงหาผลประโยชน์ในการชุมนุม

 (11 มี.ค.)นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 12-14 มีนาคม ว่า ตนเป็นห่วงมาก ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพยายามคุยกันกับสมาชิกว่าทำอย่างไรถึงจะสงบเรียบร้อยได้ เพราะยังเห็นว่าน่าจะมีช่องทางที่คู่ขัดแย้งจะมาเจรจากันได้ แต่อย่างที่บางคนบอกว่ายอมย้อนกลับไปในสถานะก่อนเหตุการณ์วันที่ 19 กันยายน 2549 ไม่ได้ ถ้าไปตั้งธงไว้อย่างนี้ก็เจรจากันไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดต้องไปคุยกันก่อนว่าสามารถยอมอะไรกันได้บ้าง

 เมื่อถามว่าหากเกิดการเผชิญหน้ากันแล้วรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เวทีรัฐสภาจะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่ ประธานวุฒิสภาถอนหายใจ ก่อนกล่าวว่า เมื่อก่อนตนเชื่อว่าทำได้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่คอยเชื่อแล้ว เพราะเวทีสภาก็เอาคนไว้ไม่อยู่ ที่น่าเป็นห่วงมากเพราะเดาไม่ออกว่าเหตุการณ์จะจบลงอย่างไร ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ใช้เหตุและผลกัน และกลับที่ตั้ง รัฐบาลก็พยายามทำให้ดีที่สุด อย่าใช้ความรุนแรงเกินความจำเป็น ถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมยอมกลับที่ตั้งได้ การทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ฝ่ายค้านสามารถยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ อาจเป็นช่วงหลังสงกรานต์ก็ได้ มาสู้กันต่อในสภา ถ้าพูดกันในสภาได้ก็ยังดี แต่หากมาเคลื่อนไหวนอกสภาจะทำให้คนตื่นกลัว

 “ผมยังไม่แน่ใจว่าการประชุมสหภาพรัฐสภา (ไอพียู) ในปลายเดือนมีนาคมนี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ถ้าการประชุมต้องล้มไปเหมือนกับการประชุมอาเซียนซัมมิตที่พัทยา เมื่อปีที่ผ่านมาจะทำอย่างไร หากรัฐสภาไทยจัดการประชุมครั้งนี้ไม่ได้จะส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน อีกทั้งเสียชื่อด้วย ทั้งที่ก่อนหน้าจะมีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง มีสมาชิกรัฐสภาจากประเทศต่างๆ ตอบรับที่จะมาร่วมประชุมแล้วจำนวนกว่า 1 พันคน แต่ผมเชื่อว่าวันนี้เขารอจังหวะอยู่ ถ้าเกิดเหตุการณ์วุ่นวายในบ้านเมืองเรา เขาไม่มาแน่” นายประสพสุข กล่าว

 พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา กล่าวว่า มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การชุมนุมที่จะเกิดขึ้นสุดสัปดาห์ อยากขอวิงวอนต่อทุกกลุ่มให้คำนึงถึงความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพราะขณะนี้เริ่มมีสัญญาณที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมของประเทศ จะเห็นได้จากการยกเลิกจองห้องพักของโรงแรมหลายพันห้อง การยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทยของชาวต่างชาติ ซึ่งตนเกรงว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆจะนำไปสู่ความไม่สงบของบ้านเมือง จึงอยากให้ทุกฝ่ายใช้สติและคำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

 “ขอเรียกร้องให้ผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุมขอให้ยึดมั่นในการแสดงออกอย่างสันติ อหิงสาโดยไม่พกพาอาวุธใดๆ และไม่เข้าร่วมการกระทำใดๆที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ผม.ไม่สนับสนุนและไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองด้วยวิธีใดๆ ที่ไม่เป็นไปตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว

 พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวอีกว่า แกนนำต้องควบคุมมวลชนอย่างเข้มงวด ไม่แสวงหาประโยชน์อื่นใดในการชุมนุมพร้อมปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ส่วนเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการควบคุมการชุมนุมต้องใช้ความอดทน อะลุ่มอล่วย และเมตตาธรรมโดยระลึกเสมอว่าผู้ชุมนุมคือคนไทยด้วยกันไม่ใช่ศัตรู ต้องยึดมั่นรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของรัฐ ส่วนประชาชนในกรุงเทพฯและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมขอให้ติดตามเหตุการณ์และข้อเท็จจริงอย่างรอบครอบ โดยไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความรุนแรง เกรงว่าอาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครพึงปารถนา นอกจากนี้อยากให้ทุกฝ่ายยึดมั่นสถาบันหลักของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความจงรักภักดีและเทิดทูนพระมหากษัตริย์ ร่วมกันแก้ปัญหาความขัดแย้ง