นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ เลขาธิการสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวนาปรัง 2553 ว่า สมาคมเสนอในที่ประชุมให้เพิ่มอัตรารับฝากข้าว จากเดิมที่ตันละ 55 บาทต่อเดือน เป็นตันละ 75 บาทต่อเดือน เนื่องจากโครงการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าวรอบนี้ รัฐไม่มีแผนให้แปรสภาพข้าว รายได้โรงสีจึงลดลง ประกอบกับโรงสีที่เข้าร่วมโครงการต้องมีภาระอัตราดอกเบี้ยค่าประกันข้าว และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
กลุ่มโรงสีต้องการความชัดเจนของแผนจัดการข้าวจากโครงการตั้งโต๊ะรับซื้อว่าจะฝากเก็บนานเท่าไร ซึ่งต้องการให้รัฐฝากเก็บอย่างน้อย 90 วัน เพื่อการจัดการวางแผนสต็อกของโรงสีได้ หากรัฐยอมตามข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นแรงจูงใจให้โรงสีเข้าร่วมโครงการมากขึ้น
แหล่งข่าวจากที่ประชุมกล่าวว่า ตอนนี้รัฐไม่มีความชัดเจนการตั้งโต๊ะรับซื้อข้าว ทำให้โรงสีที่เข้าร่วมโครงการมีเพียง 42 รายใน 13 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทั้งที่มีโรงสีสังกัดสมาคมมีมากถึง 300 โรง
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ผลการประชุมดังกล่าวจะนำเสนอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อเร่งพิจารณาโดยเร็วเพื่อจูงใจโรงสีเข้าร่วมโครงการ และจะพิจารณาให้โรงสีที่เข้าร่วมโครงการได้ซื้อข้าวเป็นรายแรกด้วย
ราคาอ้างอิงข้าวระหว่างวันที่ 8-14 มีนาคม ซึ่งเป็นการประกาศราคาทุก 7 วัน จากเดิม 15 วัน ทำให้ขณะนี้ข้าวขาว 5% ความชื้น 15% มีสัดส่วนการชดเชยเพิ่มขึ้น โดยราคาอ้างอิงอยู่ที่ตันละ 8,718 บาท ทำให้ชาวนาได้รับค่าชดเชยเพิ่มขึ้นเป็นตันละ 1,282 บาท เพิ่มขึ้นจากตันละ 926 บาท สอดคล้องกับราคารับซื้อโรงสีที่ขยับอยู่ที่ตันละ 8,700-9,100 บาท ขณะนี้มีข้าวเข้าโครงการ 2,600 ตัน จากจุดรับซื้อแล้ว 42 จุด