ต้องให้เด็กมาสะกิดสำนึก

ยิ่งใกล้วันชุมนุม เสียงที่ตะเบ็งเรียกร้องให้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้ เป็นไปอย่างสงบสันติ ไม่คุกคามก้าวร้าว หรือสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความรุนแรง พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลระมัดระวังในการดูแลการชุมนุม และหลีกเลี่ยงที่จะใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม นับวันยิ่งหนาหูมากขึ้น

 ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า..นี่คือสัญญาณจากผู้คนในสังคมไทย ที่เอาหัวจิตหัวใจมาตีแผ่แบกันให้เห็นว่า แท้จริงแล้ว คนไทยคิดอย่างไรกับ "การชุมนุม" ...คิดอย่างไรกับคำว่า "ประชาธิปไตย" และคิดอย่างไรกับคำว่า "อำนาจรัฐ"

 การชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง

 แต่การบริหารจัดการประเทศให้มีความสงบเรียบร้อย ขจัดภัยคุกคามชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ถืออำนาจรัฐจะต้องกระทำ

 ทั้งสองฝ่ายต่างก็อ้างถึงสิทธิที่กฎหมายกำหนด อ้างถึงความเป็นประชาธิปไตย

 แต่ทั้งสองฝ่ายนั้นชัดเจนว่า ไม่มีใครมีสิทธิในการก่อความรุนแรงและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น

 สำหรับผู้ชุมนุมแม้จะอ้างสิทธิและอ้างว่ามาเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ก็ไม่มีสิทธิไปคุกคาม ก้าวร้าว หรือก่อเหตุรุนแรงแก่ใคร

 ขณะเดียวกัน ก็ต้องสลัดภาพการชุมนุมเพื่อพลิกกลับคำพิพากษา ช่วยเหลือ ทักษิณ ชินวัตร ให้รอดพ้นจากคำพิพากษาจำคุก 2 ปี และให้ถูกยึดทรัพย์กว่า 4 หมื่นล้านบาท ...เพราะนั่นจะทำให้การชุมนุมไม่ชอบธรรมในทันที

 นั่นเป็นปัญหาที่ทั้งผู้ชุมนุมและรัฐบาลจะต้องไปแก้ปัญหากันเอง แต่เรื่องราวที่ผู้คนในสังคมกำลังเป็นห่วงเป็นกังวลนี่สิ ความรุนแรงที่ต่างฝ่ายต่างปล่อยข่าวกันออกมานี่สิ

 สัญญาณแรงจนกระทั่งเด็กมัธยมสวมขาสั้น-คอซอง ก็ยังไม่อาจทนรอดู "ผู้ใหญ่" ออกมาย่ำยีบ้านเมือง

 “กลุ่มเยาวชนศึกษาสันติวิธี” คือกลุ่มเยาวชนเหล่านั้น ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องต่อรัฐบาล กลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มการเมือง และคนไทยทุกคน

 เป็นการรวมตัวกันเรียกร้องตามแบบวิถีประชาธิปไตยที่ "ผู้ใหญ่" ซึ่งกำลังจะออกมาได้ดูเป็นตัวอย่าง

 เมื่อดูแล้วก็ต้องฟังแถลงการณ์ที่เด็กขาสั้น-คอซอง เขาเรียกร้องให้ "ผู้ใหญ่" ได้ประพฤติปฏิบัติ ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมที่กำลังจะไปใช้วิธีเดียวกันนี้เรียกร้องต่อรัฐบาล

 กลุ่มนักเรียนเหล่านี้สุดจะเอือมระอากับความแตกแยกของคนไทยที่เกิดขึ้นมา 4-5 ปี แล้วก็ยังไม่ไปไหน

 ความแตกร้าวของผู้คนในสังคมอันเนื่องมาจากการเมือง นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น มีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง และมีเหตุการณ์จลาจลรุนแรงเกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ในรอบหลายปีที่ผ่านมา

 "กลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งมีอยู่หลายกลุ่มหลายขบวนการซึ่งให้การสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นำโดยกลุ่ม นปช.ที่ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม พร้อมทั้งมีการประกาศกร้าวว่าต้องการที่จะขับไล่รัฐบาลชุดปัจจุบันภายในไม่เกิน 7 วัน ได้นำมาซึ่งความหวาดวิตกของประชาชนในสังคมเป็นอย่างมาก และทางฝ่ายรัฐที่กำกับดูแลด้านความมั่นคง ได้มีการเตรียมการรับมือการชุมนุมอย่างเต็มที่"

 เยาวชนเหล่านี้ระบุว่านี่คือที่มาของความกังวล จนมีการออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลและผู้ชุมนุมปฏิบัติ

 รัฐบาล จะต้องยึดมั่นการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมในทุกสถานการณ์ภายใต้หลักการสิทธิมนุษยชนสากลอย่างเคร่งครัด

 ผู้ชุมนุมจะต้องมีความรับผิดชอบในการจัดการชุมนุมอย่างเคร่งครัด ยึดมั่นในหลักการสันติวิธี ใช้สิทธิตามหลักการสากล

 ขอให้ปวงชนชาวไทยทุกคนในเขตพื้นที่ต่างๆ อยู่ในความสงบ ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งทางกายและวาจา อันเป็นเหตุให้เกิดความรุนแรง

 ขอให้ปวงชนชาวไทยทุกท่านให้ความร่วมมือในการทำหน้าที่นักข่าวพลเมือง ร่วมกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลความสงบสุขเรียบร้อยในบ้านเมือง แสดงเจตจำนงความปรารถนาสันติสุขในบ้านเมืองด้วยวิธีการต่างๆ

 ท้ายของแถลงการณ์ กลุ่มเยาวชนฝากไปยังคนไทยทุกคนให้ได้สติอย่างน่าสนใจ

 "สังคมไทยแตกต่างทางความคิดได้ แตกร้าวในจุดยืนได้ แต่ต้องไม่แตกแยกในความเป็นเพื่อนมนุษย์ โปรดร่วมมือร่วมใจพาชาติไทยผ่านวิกฤติด้วยสติปัญญาและสันติวิธี"

 ผู้ใหญ่ที่กำลังคิด ทำ หรือเป็นคนชักใยวางแผน ฟังแล้ว อ่านแล้ว สำนึกผิดชอบชั่วดี รักบ้านรักเมือง เกิดขึ้นกันบ้างหรือเปล่า ?

ศรายุทธ สายคำมี sarayut@nationgroup.com