เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 มี.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ธีระวัฒน์ บุญยะประดับ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท. สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นอกจากนี้ ยังมีนายทหารระดับผู้บังคับกองพล เข้าร่วมประชุมใช้เวลาในการประชุม 5 ชั่วโมง
จากนั้นเวลา 19.00 น. นายสุเทพ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ศอ.รส. แถลงผลการประชุมว่า ศอ.รส. ยึดหลักปฏิบัติว่าประชาชนเจ้าของประเทศ เมื่อนายกฯในฐานะ ผอ.รมน. ตั้งตนเป็น ผอ. ศอ.รส. จึงเชิญผู้มีหน้าที่รับผิดชอบมาหารือขั้นตอนรายละเอียดการปฏิบัติ โดยมีข้อกำหนด 5 ข้อ คือ 1.เมื่อตั้ง ศอ.รส. เรามอบหมายให้ข้าราชการพลเรือนตำรวจทหาร เจ้าหน้าที่รัฐ ร่วมปฏิบัติดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ขณะที่ทหารมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ กำลังที่ใช้ทั้งหมดมี 50,000 คน เป็นทหาร 30,000 คน ตำรวจ 10,000 คน และพลเรือน 10,000 คน หากจำเป็นก็จะเพิ่มเติมในช่วงการชุมนม โดยมีเป้าหมายใหญ่คือดูแลรักษาความสงบของบ้านเมืองให้ได้ ให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติสุข
“ ขอให้เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ไม่ใช่คู่ต่อสู่ใครแต่เป็นข้าราชการของประชาชนที่รับมอบหมายให้ดูแลความสงบเรียบร้อย ดังนั้น เจ้าหน้าที่จะไม่พกพาอาวุธ ไม่มีปืนสั้น ไม่มีปืนยาว ไม่มีเจตนาปราบปรามใคร เจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์ป้องกันตัวเองและที่จำเป็นระงับเหตุตามหลักสากล คือ โลห์ กระบอง แก๊สน้ำตา รถดับเพลิง เราจะไม่ใช้อาวุธปราบประชาชนโดยเด็ดขาด เว้นแต่ว่าการชุมนุมครั้งนี้เกิดมีคนร้ายแฝงมาทำร้ายเจ้าหน้าที่จะมีตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วยสวาท เจ้าหน้าที่ชุดนี้จะเข้าปราบปรามคนร้าย ซึ่งแต่งเครื่องแบบตำรวจชัดเจน นอกจากชุดนี้ไม่มีใครติดอาวุธ มีเพียงสารวัตรทหาร และตำรวจที่ลาดตระเวน ซึ่งหน่วยสวาทจะเข้าไปดูแลความปลอดภัยในชุมชน เช่น ชุมชนนางเลิ้ง ดินแดง ที่เคยได้รับความเดือดร้อน ขอให้แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วและพร้อมเข้าทุกพื้นที่ใน 15 นาที ” นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า เรามีข้อกำหนดชัดเจนไม่ให้ผู้ชุมนมบุกรุกสถานที่ราชการ หรือบ้านเรือนทั้งคนธรรมดาและคนสำคัญ เพราะการกระทำแบบนี้ไม่คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และ ศอ.รส. จะชัดเจ้าหน้าที่เข้าไประงับจับกุมดำเนินคดีทันที ทั้งนี้ ผู้ชุมนมจะบุกรุกเข้าไปที่ตั้งทหาร หรือ สถานีตำรวจไม่ได้เด็ดขาด เพราะเจ้าหน้าที่ไม่นำอาวุธออกมาแต่เก็บไว้ที่ค่าย หากมีใครบุกรุกเข้าไป เราปล่อยให้เข้าไปไม่ได้ เพราะอาจจะเอาอาวุธมาทำร้ายประชาชน และจะเกิดเหตุเป็นสงครามกลางเมืองขึ้น หากผู้ใดบุกรุกจำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่เราเข้าปราบปรามทันที
“ข้อห้ามอื่น คือ ต้องไม่พาอาวุธมาโดยเด็ดขาด เจ้าหน้าที่จะตั้งด่านตรวจค้นอาวุธตลอดเส้นทางตั้งแต่ต่างจังหวัดมายังกทม.ป้องกันเต็มที่ไม่ให้อาวุธเข้ามาในที่ชุมนุม เพราะไม่ไว้ใจในสถานการณ์ ส่วนเส้นทางที่จะเข้ามาในกทม. วันที่ 11 มี.ค. เจ้าหน้าที่จะตรวจค้นอาวุธ ตรวจบัตรประชาชน ตรวจทะเบียนรถ เพื่อไม่ให้นำอาวุธ หรือคนต่างด้าวมาร่วมชุมนุม รถที่ห้ามเข้ามาเด็ดขาด คือ รถอีแต๋น และรถที่ใช้ทำไร่ทำนา ส่วนรถกระบะที่ขนคนเข้ามา ห้ามไม่ให้เข้ามา ยกเว้นรถที่ขนสินค้าเกษตร หากรถปิกอัพที่เข้ามา กทม. ไม่เกี่ยวการชุมนมสามารถเข้ามาได้ แต่ต้องแจ้งให้อำเภอที่ตั้งทราบว่ามาทำอะไร ทั้งนี้ หากผู้ชุมนุมนำรถปิกอัพขนคนมา เรากำหนดจุดจอดรถไว้ชานเมืองและจัดรถบัสรับส่งให้เดินทางมาถึงจุดที่ชุมนุม ” นายสุเทพ กล่าว
ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคมเป็นต้นไป ห้ามไม่ให้ใช้วิทยุ โทรทัศน์ เครื่องขยายเสียง ปลุกระดมให้ประชาชนกระทำการใดที่กระทบต่อความมั่นคงของบ้านเมืองโดยเด็ดขาด และตั้งแต่คืนนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าดูแลจุดสำคัญทั่ว กทม. กำลังทั้งหมดมาตามคำสั่ง ศอ.รส. อย่าตกใจหากมีกระแสข่าวมาทำการปฏิวัติ นอกจากนี้ ยังมีสายตรวจพิเศษพลเรือน ตำรวจ ทหาร ตะเวนไปดูแลความสงบเรียบร้อยเต็มพื้นที่ เพื่อป้องกันการวินาศกรรมใน กทม. และตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันที่ 11 มีนาคมเป็นต้นไป เราจะตั้งกองบัญชาการที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งจะมีการแถลงข่าวทุกสถานการณ์ที่นั้น
“ศอ.รส.ตระหนักดีว่าคนไทยจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชินีนาถ ซึ่งทั้ง 2 พระองค์ประทีบอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช เราจึงกำหนดให้ทุกเส้นทางที่ไปรพ.ศิริราช เป็นเส้นทางต้องห้ามสำหรับผู้ชุมนุมทั้งทางบกและทางน้ำ การชุมนุมต้องไม่ให้กระทบและระคายเคืองเบื้องยุคลบาท ทั้งนี้ เราขอทำหน้าที่แทนคนไทย ” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า มีการปล่อยข่าวเรื่องการก่อวินาศกรรม โดยเฉพาะ 40 จุด ทั่ว กทม. นายสุเทพ กล่าวว่า ในการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ และ ทหาร พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้รับมอบหมายให้กำกับควบคุมการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในการใช้กำลังรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมีผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และปลัด กทม. ได้ให้ความร่วมมือในการสนธิกำลัง โดยกำลังของพลเรือนตำรวจทหารจะไปปฏิบัติหน้าที่ด้วยกันในทุกภารกิจ โดยจะเริ่มปฏิบัติตั้งแต่คืนนี้ตามจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่สำคัญทั่ว กทม. ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่การลาดตระเวนโดยรถยนต์ ด้วยรถมอร์เตอร์ไซต์ และ รถจักรยาน และจะมีการประสานงานกับผู้นำชุมนุมต่าง ๆ ทั่ว กทม.เพื่อเป็นหูเป็นตาระมัดระวังการก่อวินาศกรรม
เมื่อถามว่า ได้รับรายงานการก่อวินาศกรรมที่รถไฟฟ้า และ รถไฟฟ้าใต้ดินหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีข่าวรายงานมาที่ศอ.รส.
เมื่อถามว่า ศอ.รส.เป็นห่วงในเรื่องการก่อวินาศกรรมในช่วงการชุมนุม นายสุเทพ กล่าวว่า เรามีระบบข่าวทั้งสำนักข่าวกรอง สันติบาล ศูนย์รักษาความปลอดภัย และ สภาความมั่นคง ซึ่งข่าวทุกอย่างจะทุกกลั่นกรอง แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากเคยเกิดเหตุขึ้นมาเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา และข่าวที่เราได้รับจำเป็นที่จะต้องให้ความสนใจ ระมัดระวังในการวางกำลังป้องกันอย่างเคร่งครัดเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้ประสงค์ที่จะให้ประชาชนตกใจแตกตื่น และมีการกระจายข่าวไปเรื่อย ทั้งนี้เท่าที่ได้ติดตามข่าวการก่อวินาศกรรมเป้าหมายคือสถานที่ราชการ ไม่ใช่บ้านเรือนของประชาชน
เมื่อถามว่า มีการระบุว่าจะมีการปิดสถานีวิทยุโทรทัศน์ หมายถึงสถานีของกลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดว่าเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์ของสถานีสีอะไร แต่ตาม พรบ.การรักษาความมั่นคงเมื่อเราได้ประกาศพื้นที่ กทม. เป็นพื้นที่ที่กระทบต่อความมั่นคงแล้วเรามีอำนาจที่จะควบคุมการใช้อุปกรณ์เครื่องอิเลคทรอนิกส์ทั้งหลายที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของบ้านเมืองได้ หมายถึงสถานีวิทยุโทรทัศน์ หรือแม้แต่การใช้รถขยายเสียงโฆษณาปลุกระดมให้ประชาชนลุกขึ้นมาก่อการที่จะกระทบต่อความมั่นคงเป็นการกระทำทีผิดกฎหมายทั้งสิ้น และเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีได้
เมื่อถามว่า จะมีการนำกำลังทหารเข้าไปปิดสถานีวิทยุโทรทัศน์นั่นเลยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องดูตามกรณีไป เมื่อถามว่า กลุ่มคนเสื้อแดงพยายามที่จะสร้างเหตุการณ์ให้เหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไปตอบอย่างนั้นไมได้ว่าเขาจะใช้รูปแบบโมเดลอย่างไร เราคงไปพูดแทนไม่ได้ แต่ตนมองในแง่ดีไว้ก่อนว่า ถ้าท่านเหล่านั้นตั้งใจจะมาเรียกร้องประชาธิปไตยแสดงว่าท่านเป็นนักประชาธิปไตย หัวใจสำคัญก็คือต้องเคารพกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งวันนี้กฎหมายบ้านเมืองได้กำหนดวิธีการในการมาแสดงออกและตามระบอบประชาธิปไตยไว้อย่างไร สิ่งไหนทำไม่ได้บ้างก็บอกเอาไว้ชัดเจน ก็อยากให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเป็นห่วงประชาชนที่มีความเห็นไม่ตรงกับกลุ่มคนเสื้อแดงแล้วมาปะทะกัน นายสุเทพ กล่าวว่า เราได้กำหนดขั้นตอนปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเราทั้ง 3 ฝ่ายจะเข้าไปประสานงานในแต่ละชุมนุม ซึ่งประชาชนสามารถแสดงออกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการชุมุนม แต่ให้แสดงอยู่บ้านหรือที่ทำการปกติ อยู่ในความสงบเคารพกฎหมายอย่านำตัวเองมาเป็นคู่ขัดแย้งหรือคู่กรณีที่มีปัญหา ถ้ามีความคิดเห็นรู้สึกอย่างไรก็แสดงออกที่บ้าน แต่เจ้าหน้าที่ก็จะมีมาตรการในการระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้ากันอยู่แล้ว เพราะเราไม่ประสงค์ให้พี่น้องคนไทยเผชิญหน้ากัน
เมื่อถามว่าจำเป็นจะต้องประกาศเคอร์ฟิวในช่วงหลัง 22.00 น.หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีเคอร์ฟิวโดยเด็ดขาด ประชาชนสามารถเดินทางไปไหนมาได้ตามปกติทุกอย่างได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงไม่มีข้อจำกัด
เมื่อถามว่าในส่วนของสถานีวิทยุโทรทัศน์ หรือ หนังสือพิมพ์ จะส่งคนไปดูแลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนของสื่อถ้าที่ใดเห็นว่าไม่ปลอดภัยเราพร้อมที่จะจัดส่งกำลังเข้าไปดูแล และการบุกรุกเข้าไปในสถานที่เหล่านี้ผิดกฎหมายทั้งสิ้นทำไม่ได้ เราตรงลงใจเอื้อเฟื้อให้กับกลุ่มมาชุมนุมทุกอย่าง และการทำงานของ ศอ.รส.ก็ไม่ได้มีการประเมินสถานการณ์เกินจริง เพราะเราได้ติดตามวิเคราะห์ใคร่ครวญโดยละเอียด ทั้งหมดที่ทำดูเหมือนจะขึงขัง แต่เป็นความจำเป็นในการรักษาบ้านเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้จะไม่มีเหตุการณ์ที่มีการนำอาวุธมายิงผู้ชุมนุมเมื่อช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
“เจ้าหน้าที่ทั้ง 50,000 นายที่ออกมาปฏิบัติงานครั้งนี้จะไม่มีการนำอาวุธออก มีเพียงเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร (สห.) ตำรวจท้องที่ ทั้งนี้ผมขอยืนยันโดยเอาตำแหน่งของผมเป็นเดิมพันว่าจะไม่มีเหตุการณ์การที่เจ้าหน้าที่เอาปืนมายิงกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนี้ในที่ประชุมเราไม่มีการใช้อาวุธกับผู้ชุมนุม เพราะเจตนาของเราไม่ใช่การปราบปรามประชาชน เรามีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งชุดที่ต้องมีอาวุธคือ ชุดปฎิบัติการพิเศษของตำรวจ โดยจะเอามาแสดงให้ท่านทั้งหลายเห็น แต่งตัวอย่างไร จะถ่ายออกทางทีวี เมื่อไปที่ใดก็จะเห็นว่าเป็นชุดนั้นแน่นอน ในเรื่องของการใช้แก๊สน้ำตานั้นในส่วนที่ไม่มีคุณภาพเราเก็บหมดแล้ว แก๊สน้ำตาที่จะใช้ครั้งนี้เป็นแบบใช้มือขว้างไม่ได้มาจากเครื่องยิงและมีคุณภาพ ไม่ระเบิดทำให้บาดเจ็บ” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า หากเกิดความรุนแรงพร้อมรับผิดชอบหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เราต้องปฎิบัติหน้าที่ของเราตามหน้าที่ที่มี บ้านเมืองต้องมีคนรับผิดชอบดูแล เราจะทำให้เต็มที่และจะรายงานให้ประชาชนทราบ ในส่วนของสถานที่จอดรถของผู้ที่จะมาชุมนุมนั้นจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เรามีแผนที่ที่ตั้งจุดต่าง ๆ โดยเป็นแผนริเริ่ม และตรวจสอบร่วมกันทั้ง กทม. บช.น. และ กองทัพภาคที่ 1
เมื่อถามว่า จะมีการดูแลนายกรัฐมนตรี ด้วยการให้ไปในเซฟเฮาท์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะได้รับการดูแลอย่างดี และอยู่ในที่ปลอดภัย และขณะที่ก็ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนชุดรักษาความปลอดภัยในตัวนายกรัฐมนตรี เพราะชุดที่ปฏิบัติงานอยู่ก็ทำได้ดีอยู่แล้ว และเจ้าหน้าที่ทั้ง 50,000 คน จะสามารถดูแลบ้านเมือง โดยกำลังเจ้าหน้าที่ 30,000 นาย ส่วนพลเรือน และ ตำรวจ อย่างละ 10,000 นาย ซึ่งยืนยันว่าจะดูแลบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัย และยืนยันว่ากล้องวงจรปิดสามารถใช้งานได้ทุกจุด