ศอ.รส.ห้ามเสื้อแดงขับอีแต๋น-ปิกอัพเข้ากรุง
ศอ.รส.ประกาศกฎเหล็กคุมเข้มกทม.สกัดเสื้อแดงใช้อีแต๋น-รถปิก อัพ ขนอาวุธและคนเข้ากรุง ขู่ใช้กำลังปราบเด็ดขาดแดงบุก หน่วยทหาร-สน.ตำรวจ หวั่นขโมยอาวุธก่อสงครามกลางเมือง ขู่ใช้ หน่วยสวาท ติดอาวุธปราบแดงก่อเหตุร้าย ยันไม่มีเคอร์ฟิว เตรียมใช้ ร.11 เป็นบก.บัญชาการการ ตั้ง "คณิต สาพิทักษ์" เป็น ผบ.ควบคุมกำลัง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 มี.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ธีระวัฒน์ บุญยะประดับ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสนาธิการทหารบก พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท. สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นอกจากนี้ ยังมีนายทหารระดับผู้บังคับกองพล เข้าร่วมประชุมใช้เวลาในการประชุม 5 ชั่วโมง
จากนั้นเวลา 19.00 น. นายสุเทพ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ศอ.รส. แถลงผลการประชุมว่า ศอ.รส. ยึดหลักปฏิบัติว่าประชาชนเจ้าของประเทศ เมื่อนายกฯในฐานะ ผอ.รมน. ตั้งตนเป็น ผอ. ศอ.รส. จึงเชิญผู้มีหน้าที่รับผิดชอบมาหารือขั้นตอนรายละเอียดการปฏิบัติ โดยมีข้อกำหนด 5 ข้อ คือ 1.เมื่อตั้ง ศอ.รส. เรามอบหมายให้ข้าราชการพลเรือนตำรวจทหาร เจ้าหน้าที่รัฐ ร่วมปฏิบัติดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ขณะที่ทหารมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ กำลังที่ใช้ทั้งหมดมี 50,000 คน เป็นทหาร 30,000 คน ตำรวจ 10,000 คน และพลเรือน 10,000 คน หากจำเป็นก็จะเพิ่มเติมในช่วงการชุมนม โดยมีเป้าหมายใหญ่คือดูแลรักษาความสงบของบ้านเมืองให้ได้ ให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติสุข
“ ขอให้เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ไม่ใช่คู่ต่อสู่ใครแต่เป็นข้าราชการของประชาชนที่รับมอบหมายให้ดูแลความสงบเรียบร้อย ดังนั้น เจ้าหน้าที่จะไม่พกพาอาวุธ ไม่มีปืนสั้น ไม่มีปืนยาว ไม่มีเจตนาปราบปรามใคร เจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์ป้องกันตัวเองและที่จำเป็นระงับเหตุตามหลักสากล คือ โลห์ กระบอง แก๊สน้ำตา รถดับเพลิง เราจะไม่ใช้อาวุธปราบประชาชนโดยเด็ดขาด เว้นแต่ว่าการชุมนุมครั้งนี้เกิดมีคนร้ายแฝงมาทำร้ายเจ้าหน้าที่จะมีตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วยสวาท เจ้าหน้าที่ชุดนี้จะเข้าปราบปรามคนร้าย ซึ่งแต่งเครื่องแบบตำรวจชัดเจน นอกจากชุดนี้ไม่มีใครติดอาวุธ มีเพียงสารวัตรทหาร และตำรวจที่ลาดตระเวน ซึ่งหน่วยสวาทจะเข้าไปดูแลความปลอดภัยในชุมชน เช่น ชุมชนนางเลิ้ง ดินแดง ที่เคยได้รับความเดือดร้อน ขอให้แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วและพร้อมเข้าทุกพื้นที่ใน 15 นาที ” นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า เรามีข้อกำหนดชัดเจนไม่ให้ผู้ชุมนมบุกรุกสถานที่ราชการ หรือบ้านเรือนทั้งคนธรรมดาและคนสำคัญ เพราะการกระทำแบบนี้ไม่คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และ ศอ.รส. จะชัดเจ้าหน้าที่เข้าไประงับจับกุมดำเนินคดีทันที ทั้งนี้ ผู้ชุมนมจะบุกรุกเข้าไปที่ตั้งทหาร หรือ สถานีตำรวจไม่ได้เด็ดขาด เพราะเจ้าหน้าที่ไม่นำอาวุธออกมาแต่เก็บไว้ที่ค่าย หากมีใครบุกรุกเข้าไป เราปล่อยให้เข้าไปไม่ได้ เพราะอาจจะเอาอาวุธมาทำร้ายประชาชน และจะเกิดเหตุเป็นสงครามกลางเมืองขึ้น หากผู้ใดบุกรุกจำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่เราเข้าปราบปรามทันที
“ข้อห้ามอื่น คือ ต้องไม่พาอาวุธมาโดยเด็ดขาด เจ้าหน้าที่จะตั้งด่านตรวจค้นอาวุธตลอดเส้นทางตั้งแต่ต่างจังหวัดมายังกทม.ป้องกันเต็มที่ไม่ให้อาวุธเข้ามาในที่ชุมนุม เพราะไม่ไว้ใจในสถานการณ์ ส่วนเส้นทางที่จะเข้ามาในกทม. วันที่ 11 มี.ค. เจ้าหน้าที่จะตรวจค้นอาวุธ ตรวจบัตรประชาชน ตรวจทะเบียนรถ เพื่อไม่ให้นำอาวุธ หรือคนต่างด้าวมาร่วมชุมนุม รถที่ห้ามเข้ามาเด็ดขาด คือ รถอีแต๋น และรถที่ใช้ทำไร่ทำนา ส่วนรถกระบะที่ขนคนเข้ามา ห้ามไม่ให้เข้ามา ยกเว้นรถที่ขนสินค้าเกษตร หากรถปิกอัพที่เข้ามา กทม. ไม่เกี่ยวการชุมนมสามารถเข้ามาได้ แต่ต้องแจ้งให้อำเภอที่ตั้งทราบว่ามาทำอะไร ทั้งนี้ หากผู้ชุมนุมนำรถปิกอัพขนคนมา เรากำหนดจุดจอดรถไว้ชานเมืองและจัดรถบัสรับส่งให้เดินทางมาถึงจุดที่ชุมนุม ” นายสุเทพ กล่าว
ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคมเป็นต้นไป ห้ามไม่ให้ใช้วิทยุ โทรทัศน์ เครื่องขยายเสียง ปลุกระดมให้ประชาชนกระทำการใดที่กระทบต่อความมั่นคงของบ้านเมืองโดยเด็ดขาด และตั้งแต่คืนนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าดูแลจุดสำคัญทั่ว กทม. กำลังทั้งหมดมาตามคำสั่ง ศอ.รส. อย่าตกใจหากมีกระแสข่าวมาทำการปฏิวัติ นอกจากนี้ ยังมีสายตรวจพิเศษพลเรือน ตำรวจ ทหาร ตะเวนไปดูแลความสงบเรียบร้อยเต็มพื้นที่ เพื่อป้องกันการวินาศกรรมใน กทม. และตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันที่ 11 มีนาคมเป็นต้นไป เราจะตั้งกองบัญชาการที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่งจะมีการแถลงข่าวทุกสถานการณ์ที่นั้น
“ศอ.รส.ตระหนักดีว่าคนไทยจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชินีนาถ ซึ่งทั้ง 2 พระองค์ประทีบอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช เราจึงกำหนดให้ทุกเส้นทางที่ไปรพ.ศิริราช เป็นเส้นทางต้องห้ามสำหรับผู้ชุมนุมทั้งทางบกและทางน้ำ การชุมนุมต้องไม่ให้กระทบและระคายเคืองเบื้องยุคลบาท ทั้งนี้ เราขอทำหน้าที่แทนคนไทย ” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า มีการปล่อยข่าวเรื่องการก่อวินาศกรรม โดยเฉพาะ 40 จุด ทั่ว กทม. นายสุเทพ กล่าวว่า ในการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ และ ทหาร พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้รับมอบหมายให้กำกับควบคุมการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในการใช้กำลังรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมีผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และปลัด กทม. ได้ให้ความร่วมมือในการสนธิกำลัง โดยกำลังของพลเรือนตำรวจทหารจะไปปฏิบัติหน้าที่ด้วยกันในทุกภารกิจ โดยจะเริ่มปฏิบัติตั้งแต่คืนนี้ตามจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่สำคัญทั่ว กทม. ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่การลาดตระเวนโดยรถยนต์ ด้วยรถมอร์เตอร์ไซต์ และ รถจักรยาน และจะมีการประสานงานกับผู้นำชุมนุมต่าง ๆ ทั่ว กทม.เพื่อเป็นหูเป็นตาระมัดระวังการก่อวินาศกรรม
เมื่อถามว่า ได้รับรายงานการก่อวินาศกรรมที่รถไฟฟ้า และ รถไฟฟ้าใต้ดินหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีข่าวรายงานมาที่ศอ.รส.
เมื่อถามว่า ศอ.รส.เป็นห่วงในเรื่องการก่อวินาศกรรมในช่วงการชุมนุม นายสุเทพ กล่าวว่า เรามีระบบข่าวทั้งสำนักข่าวกรอง สันติบาล ศูนย์รักษาความปลอดภัย และ สภาความมั่นคง ซึ่งข่าวทุกอย่างจะทุกกลั่นกรอง แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากเคยเกิดเหตุขึ้นมาเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา และข่าวที่เราได้รับจำเป็นที่จะต้องให้ความสนใจ ระมัดระวังในการวางกำลังป้องกันอย่างเคร่งครัดเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้ประสงค์ที่จะให้ประชาชนตกใจแตกตื่น และมีการกระจายข่าวไปเรื่อย ทั้งนี้เท่าที่ได้ติดตามข่าวการก่อวินาศกรรมเป้าหมายคือสถานที่ราชการ ไม่ใช่บ้านเรือนของประชาชน
เมื่อถามว่า มีการระบุว่าจะมีการปิดสถานีวิทยุโทรทัศน์ หมายถึงสถานีของกลุ่มคนเสื้อแดงใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้พูดว่าเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์ของสถานีสีอะไร แต่ตาม พรบ.การรักษาความมั่นคงเมื่อเราได้ประกาศพื้นที่ กทม. เป็นพื้นที่ที่กระทบต่อความมั่นคงแล้วเรามีอำนาจที่จะควบคุมการใช้อุปกรณ์เครื่องอิเลคทรอนิกส์ทั้งหลายที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของบ้านเมืองได้ หมายถึงสถานีวิทยุโทรทัศน์ หรือแม้แต่การใช้รถขยายเสียงโฆษณาปลุกระดมให้ประชาชนลุกขึ้นมาก่อการที่จะกระทบต่อความมั่นคงเป็นการกระทำทีผิดกฎหมายทั้งสิ้น และเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีได้
เมื่อถามว่า จะมีการนำกำลังทหารเข้าไปปิดสถานีวิทยุโทรทัศน์นั่นเลยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องดูตามกรณีไป เมื่อถามว่า กลุ่มคนเสื้อแดงพยายามที่จะสร้างเหตุการณ์ให้เหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไปตอบอย่างนั้นไมได้ว่าเขาจะใช้รูปแบบโมเดลอย่างไร เราคงไปพูดแทนไม่ได้ แต่ตนมองในแง่ดีไว้ก่อนว่า ถ้าท่านเหล่านั้นตั้งใจจะมาเรียกร้องประชาธิปไตยแสดงว่าท่านเป็นนักประชาธิปไตย หัวใจสำคัญก็คือต้องเคารพกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งวันนี้กฎหมายบ้านเมืองได้กำหนดวิธีการในการมาแสดงออกและตามระบอบประชาธิปไตยไว้อย่างไร สิ่งไหนทำไม่ได้บ้างก็บอกเอาไว้ชัดเจน ก็อยากให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเป็นห่วงประชาชนที่มีความเห็นไม่ตรงกับกลุ่มคนเสื้อแดงแล้วมาปะทะกัน นายสุเทพ กล่าวว่า เราได้กำหนดขั้นตอนปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเราทั้ง 3 ฝ่ายจะเข้าไปประสานงานในแต่ละชุมนุม ซึ่งประชาชนสามารถแสดงออกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการชุมุนม แต่ให้แสดงอยู่บ้านหรือที่ทำการปกติ อยู่ในความสงบเคารพกฎหมายอย่านำตัวเองมาเป็นคู่ขัดแย้งหรือคู่กรณีที่มีปัญหา ถ้ามีความคิดเห็นรู้สึกอย่างไรก็แสดงออกที่บ้าน แต่เจ้าหน้าที่ก็จะมีมาตรการในการระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้ากันอยู่แล้ว เพราะเราไม่ประสงค์ให้พี่น้องคนไทยเผชิญหน้ากัน
เมื่อถามว่าจำเป็นจะต้องประกาศเคอร์ฟิวในช่วงหลัง 22.00 น.หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีเคอร์ฟิวโดยเด็ดขาด ประชาชนสามารถเดินทางไปไหนมาได้ตามปกติทุกอย่างได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงไม่มีข้อจำกัด
เมื่อถามว่าในส่วนของสถานีวิทยุโทรทัศน์ หรือ หนังสือพิมพ์ จะส่งคนไปดูแลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนของสื่อถ้าที่ใดเห็นว่าไม่ปลอดภัยเราพร้อมที่จะจัดส่งกำลังเข้าไปดูแล และการบุกรุกเข้าไปในสถานที่เหล่านี้ผิดกฎหมายทั้งสิ้นทำไม่ได้ เราตรงลงใจเอื้อเฟื้อให้กับกลุ่มมาชุมนุมทุกอย่าง และการทำงานของ ศอ.รส.ก็ไม่ได้มีการประเมินสถานการณ์เกินจริง เพราะเราได้ติดตามวิเคราะห์ใคร่ครวญโดยละเอียด ทั้งหมดที่ทำดูเหมือนจะขึงขัง แต่เป็นความจำเป็นในการรักษาบ้านเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้จะไม่มีเหตุการณ์ที่มีการนำอาวุธมายิงผู้ชุมนุมเมื่อช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา
“เจ้าหน้าที่ทั้ง 50,000 นายที่ออกมาปฏิบัติงานครั้งนี้จะไม่มีการนำอาวุธออก มีเพียงเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร (สห.) ตำรวจท้องที่ ทั้งนี้ผมขอยืนยันโดยเอาตำแหน่งของผมเป็นเดิมพันว่าจะไม่มีเหตุการณ์การที่เจ้าหน้าที่เอาปืนมายิงกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนี้ในที่ประชุมเราไม่มีการใช้อาวุธกับผู้ชุมนุม เพราะเจตนาของเราไม่ใช่การปราบปรามประชาชน เรามีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งชุดที่ต้องมีอาวุธคือ ชุดปฎิบัติการพิเศษของตำรวจ โดยจะเอามาแสดงให้ท่านทั้งหลายเห็น แต่งตัวอย่างไร จะถ่ายออกทางทีวี เมื่อไปที่ใดก็จะเห็นว่าเป็นชุดนั้นแน่นอน ในเรื่องของการใช้แก๊สน้ำตานั้นในส่วนที่ไม่มีคุณภาพเราเก็บหมดแล้ว แก๊สน้ำตาที่จะใช้ครั้งนี้เป็นแบบใช้มือขว้างไม่ได้มาจากเครื่องยิงและมีคุณภาพ ไม่ระเบิดทำให้บาดเจ็บ” นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า หากเกิดความรุนแรงพร้อมรับผิดชอบหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เราต้องปฎิบัติหน้าที่ของเราตามหน้าที่ที่มี บ้านเมืองต้องมีคนรับผิดชอบดูแล เราจะทำให้เต็มที่และจะรายงานให้ประชาชนทราบ ในส่วนของสถานที่จอดรถของผู้ที่จะมาชุมนุมนั้นจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เรามีแผนที่ที่ตั้งจุดต่าง ๆ โดยเป็นแผนริเริ่ม และตรวจสอบร่วมกันทั้ง กทม. บช.น. และ กองทัพภาคที่ 1
เมื่อถามว่า จะมีการดูแลนายกรัฐมนตรี ด้วยการให้ไปในเซฟเฮาท์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะได้รับการดูแลอย่างดี และอยู่ในที่ปลอดภัย และขณะที่ก็ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนชุดรักษาความปลอดภัยในตัวนายกรัฐมนตรี เพราะชุดที่ปฏิบัติงานอยู่ก็ทำได้ดีอยู่แล้ว และเจ้าหน้าที่ทั้ง 50,000 คน จะสามารถดูแลบ้านเมือง โดยกำลังเจ้าหน้าที่ 30,000 นาย ส่วนพลเรือน และ ตำรวจ อย่างละ 10,000 นาย ซึ่งยืนยันว่าจะดูแลบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัย และยืนยันว่ากล้องวงจรปิดสามารถใช้งานได้ทุกจุด







