เจ้าคณะกทม.สั่งห้ามพระ-เณรยุ่งการเมือง
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแจ้ง เจ้าคณะกทม.ร่อนหนังสือห้ามพระ-เณร ยุ่งเกี่ยวการเมือง มท.1 ตื่นสั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศสกัดเสื้อแดงล้ำให้จับสถานเดียว ยกจังหวัดไหนผลงานเข้าตารับโบนัส เน้นตั้งกองกำลังร่วมรับมือตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2553 ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายอำนาจ บัวศิริ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ว่า ในการประชุมมหาเถรฯ ไม่ได้นำเรื่องที่พระสงฆ์เตรียมที่จะเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าหารือ
แต่อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.)แต่ละแห่งได้ประสานไปยังเจ้าคณะจังหวัด เพื่อนำคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ. 2538 แจ้งไปยังเจ้าอาวาสวัดทุกแห่งแล้ว ขณะเดียวกันทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ อยากขอความร่วมมือประชาชนหากพบว่ามีพระสงฆ์เข้าร่วมการชุมนุมให้บันทึกเป็นภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอ ส่งมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เพื่อดำเนินการกับพระสงฆ์ที่เข้าร่วมชุมนุมต่อไป นอกจากนี้ภายหลังการประชุมตนได้หารือกับพระเทพวิสุทธิกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งปะเทศไทย โดยได้สอบถามถึงที่มาของการขึ้นบัญชีดำ รายชื่อพระสงฆ์ พระเทพวิสุทธิกวี ก็บอกว่า รายชื่อดังกล่าวมีอยู่จริง แต่เป็นเพียงกระดาษเอ 4 ธรรมดา ไม่ระบุหน่วยงาน หรือมีการลงนามจากใครทั้งสิ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกัน พระธรรมสุธี เจ้าคณะกทม. ได้ส่งหนังสือเวียนแจ้งไปยังทุกวัดในสังกัด ให้ปฏิบัติตามคำสั่ง มหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ. 2538 อย่างเคร่งครัดด้วย
ทั้งนี้ สำหรับรายละเอียดของคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ. 2538 ระบุว่า ห้ามพระภิกษุสามเณรเข้าไปในที่ชุมนุม หรือในบริเวณสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใด หรือในที่ชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่ากรณีใดๆ ห้ามพระภิกษุสามเณรทำการใดๆ อันเป็นการสนับสนุนช่วยเหลือโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่การหาเสียง เพื่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใดแก่บุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมชุมนุมในการเรียกร้องสิทธิของบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ
ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมอภิปราย หรือบรรยายเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งจัดตั้งขึ้นทั้งในวัดและนอกวัด ให้พระสังฆาธิการตั้งแต่ชั้นเจ้าอาวาสขึ้นไป ผู้มีอำนาจหน้าที่ในทางปกครองชี้แจงแนะนำผู้อยู่ในปกครองของตนให้ทราบคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ และกวดขันอย่าให้มีการฝ่าฝืนละเมิด พระภิกษุสามเณรรูปใดฝ่าฝืนละเมิดคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้ ให้พระสังฆาธิการผู้ปกครองใกล้ชิดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน
มท.1ตื่นสั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศสกัดเสื้อแดงล้ำให้จับ
นาย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 3/2553 เพื่อมอบนโยบายให้กับผู้บริหารระดับสูง และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเร็นซ์ไปยังผู้ว่าราชจังหวัดทั่วประเทศ ตอนหนึ่งว่า เรื่องสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง ตามที่ปรากฏในข่าวสารว่า ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม จะมีการรวมกลุ่มมวลชนในจังหวัดต่าง ๆ ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนพร้อมกันเพื่อมาชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 14 มี.ค.นั้น ซึ่งมีความล่อแหลมที่จะก่อให้เกิดปัญหาความสงบเรียบร้อย ดังนั้น ขอให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เร่งชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้แก่ประชาชนว่า พวกเราทุกคนล้วนสามารถมีส่วนช่วยให้บ้านเมืองของเรา เกิดความปกติสุข มั่นคง ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ และขอให้ประชาชนเข้าใจถึงเหตุผลที่รัฐบาลต้องดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความสงบ และยุติธรรมขึ้นในสังคม และขอให้ ทุกคนยึดมั่นในความสันติ และความสามัคคี
“ การปลุกระดมเพื่อแสวงหาแนวร่วมอาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผมขอฝากเรื่องนี้ให้ท่านผู้ว่าฯ ท่านนายอำเภอ ได้ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ของท่านต่อไปในอนาคตด้วย อย่าได้ดำเนินการเฉพาะเพียงในช่วงที่มีการชุมนุมเท่านั้น ” นายชวรัตน์ กล่าว
นายชวรัตน์ กล่าวว่า และนอกจากการเตรียมความพร้อม ในการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ และสถานที่สำคัญแล้ว ขอให้ประสานงานกับทหาร และตำรวจในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมาย และรายงานกระทรวงมหาดไทยทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใด ที่จะคุกคามความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย
ด้านนาย มานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้การรายงานข้อมูลความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.เป็นต้นไป มีการสู้กันอยู่ 3 ฝ่ายคือ สื่อมวลชน ทำเนียบรัฐบาล และ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งข้อเท็จจริงยังไม่ตรงกัน และบางครั้งการรายงานข้อเท็จจริงของผู้ว่าฯ มายังกระทรวงผ่านทางหนังสือนั้นจะทำให้ล่าช้า ดังนั้น จึงขอให้ผู้ว่าฯ รายงานความเคลื่อนไหวผ่านระบบ เอส.เอ็ม.เอส รายงานมายังตนโดยตรง
นายมานิต กล่าวว่า คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ร่วมความมั่นคง (คตม.) ได้มอบหมายภารกิจให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการใน 3 ประเด็นคือ 1.ใช้กลไกของฝ่ายปกครองชี้แจงกับประชาชนถึงสถานการณ์ที่ถูกต้อง 2.ให้ผู้ว่าฯ รับผิชอบต่อการดำเนินงานของสถานีวิทยุชุมชนที่ปลุกระดม สร้างความเสียหาย และ 3.สนับสนุนภารกิจตาม พ.ร.บ.ป้องกันภัย ฝ่ายพลเรือน และหากมีเหตุความวุ่นวายในจังหวัด ผู้ว่าฯ สามารถใช้อำนาจการเป็น ผอ.ศูนย์ป้องกันภัย ดำเนินการตามกฎหมายได้ นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศต้องชี้กับหน่วยงานราชการ ภาคธุรกิจ เอกชน ในจังหวัดให้เข้าใจว่าตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารนั้น ทำให้ดัชนีมวลรวมทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศดีขึ้น จากแต่เดิมที่ติดลบ อีกทั้งขณะนี้รัฐบาลยังเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น ตัวเลขการท่องเที่ยวดีขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าตัวชี้วัดทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี ก็หากมีการชุมนุมรุนแรงก็อาจจะส่งผลกระทบต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจแย่ลง
“ ในการแก้ไขปัญหาการชุมนุมอาจมีการฟ้องร้องภายหลัง ผู้ว่าฯ จึงต้องตั้งกองกำลังร่วมทุกหน่วยงาน เพื่อตัดสินใจร่วมกัน และมีแผนเผชิญเหตุต่างๆ เพราะหากมีการฟ้องร้องก็จะมีการถามว่าผู้ว่าฯ ได้ตั้งกองกำลังร่วม แล้วหรือไม่ นอกจากนี้ ขอให้ทุกจังหวัดตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์เพื่อประสานงานระหว่าง รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และทางจังหวัด ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ” นายมานิต กล่าว
นายมานิต ยังกล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ว่าฯ ไปศึกษาคำตัดสินของศาลปกครองกลาง ที่วินิจฉัยกรณีการชุมนุมบริเวณรัฐสภา ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการใช้รั้วลวดหนาม ยางรถยนต์ปิดกั้นเส้นทางเข้าออก เพื่อไม่ให้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ถือว่าไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบ นอกจากนี้ ขอให้ศึกษาคำวินิจฉัยของศาลฎีกา ที่พิพากษาว่าการชุมนุมที่มีไม้ หรือไม้เบสบอล ล้อมศาลากลางจังหวัดไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบ
ต่อมา นาย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวการวางระเบิด 30-40 จุดในกรุงเทพ ช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า รู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นข่าวจริงหรือไม่ก็ตาม กระทรวงมหาดไทยก็ต้องระวัง ในส่วนของพื้นที่กระทรวง ก็เพิ่มการรักษาความปลอดภัยมากกว่าปรกติ แต่ยังไม่ถึงขั้นขอรั้วลวดหนาม ซึ่งหากจำเป็น ก็คงต้องใช้ และในส่วนของอาสาสมัครรักษาดินแดน ( อส.) นั้น ก็เป็นกำลังปรกติของกระทรวงที่มีอยู่ สามารถเรียกใช้ได้
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่พรรคเพื่อไทยระบุว่า มีการตั้งกองบัญชาการลอนดอนเพื่อสร้างสถานการณ์ระหว่างการชุมนุม นายชวรัตน์หัวเราะ พร้อมกับถามกลับผู้สื่อข่าวว่า ใครเป็นแม่ทัพ รู้หรือไม่ ตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน และไม่ทราบว่า ข่าวออกมาหวังผลอะไร ส่วนที่มีการโยงว่าเกี่ยวข้องกับนาย เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เพราะนายเนวินเดินทางไปลอนดอนในช่วงนี้พอดีนั้น นายเนวินเพิ่งไปแค่ 2 วัน ไปเยี่ยมลูกที่อังกฤษ ก็กลายเป็นข่าว แบบนี้มันไม่ค่อยดี มันไม่เป็นเรื่องจริง นายเนวินอยู่กรุงเทพ ก็ว่าเป็นสายล่อฟ้า อยู่ลอนดอนก็ว่าตั้งกองบัญชาการ แล้วจะให้ไปอยู่ไหน อยู่นอกโลกหรือ
เมื่อถามถึงจำนวนผู้เดินทางมาเข้าร่วมชุมนุมที่ผู้ว่าฯ รายงานมายังกระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีไม่มาก การทำความเข้าใจกับประชาชนนั้น เป็นหน้าที่ผู้ว่าฯ และนายอำเภอ ซึ่งเราได้บอกไปแล้วว่า ให้พูดกับประชาชนอย่างไรบ้าง ซึ่งเราไม่ใช้คำว่า สกัดกั้น แต่เป็นการชี้แจง และยังมีการตั้งด่านตรวจสอบอาวุธ ส่วนที่ว่า จะมีการคาดโทษผู้ว่าฯ จังหวัดที่มีประชาชนมาร่วมชุมนุมมากหรือไม่นั้น “ เปลี่ยนเป็นว่า ผู้ว่า ฯ จังหวัดไหนที่ทำงานได้ดี มีคนเข้ามาชุมนุมน้อย ก็จะให้รางวัล ใช้วิธีให้รางวัลมากกว่าการคาดโทษ “ รมว.มหาดไทยระบุ
เมื่อถามว่า หวั่นจะมีการปะทะกับกลุ่มที่คัดค้านกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า คงไมมีอะไร คนไทยด้วยกัน แต่ก็ไม่อยากเห็นม็อบชนม็อบ
เมื่อถามว่า ในการควบคุมรถอีแต๋น จะมีการสั่งห้ามนำออกจากจังหวัดเลยหรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวว่า ใช่ แต่ถ้าเขายังไม่เชื่อ ยังจะเดินทางมา ก็หาที่ให้จอดในจังหวัดใกล้เคียงใกล้ กทม. ซึ่งรถอีแต๋นนั้นขับยาก มันไม่มีเบรก ตนเคยขับแล้วเมื่อไปหาเสียงที่ จ.สกลนคร
เมื่อถามย้ำว่า มองว่า การนำรถอีแต๋นเขากรุงเทพเป็นเพียงการขู่หรือไม่ เพราะรถอีแต๋นใช้เวลาวิ่งช้ามาก นายชวรัตน์กล่าวว่า “ ก็คำถามคือคำตอบอยู่แล้ว ”
เมื่อถามว่า ในช่วงการชุมนุม จะไปอยู่ที่เซฟเฮาส์หรือไม่ นายชวรัตน์กล่าวพร้อมหัวเราะว่า บ้านตนก็ปลอดภัยพอ ส่วนที่ว่า จะมาดูแลวอร์รูมกระทรวงมหาดไทยด้วยตัวเองหรือไม่นั้น ก็ใช้วิธีเหมือนรีโมทคอนโทรล
แหล่งข่าวจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ( ปภ.) กล่าวถึงมาตรการเตรียมรับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ภายหลังจาก รมว.มหาดไทยประกาศจะใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ว่า หากเกิดเหตุความรุนแรง ปภ.มีความพร้อม หลังจากการประชุมร่วมกับคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ( คตม.) ซึ่งหากมีเหตุเกิดในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในกรุงเทพฯ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ในส่วนกลางของ ปภ.ออกให้ความช่วยเหลือ ป้องกันภัยได้ทันที รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจาก ปภ.รอบพื้นที่กรุงเทพ อาทิ สุพรรณบุรี นนทบุรี ที่สามารถเข้าพื้นที่ให้ความช่วยเหลือได้ทันที โดยมีอุปกรณ์การทำงานครบถ้วน และพร้อมเพรียง เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว
"กษิต"เรียกทูตยูเออียันมีข้อพิสูจน์ทักษิณใช้เป็นฐานเคลื่อนไหว
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และโฆษกฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า นายกษิตย์ ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญ เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ( ยูเออี) เข้าพบ ในการขอความร่วมมือกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพำนักอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยกระทรวงการต่างประเทศพิสูจน์แล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ยูเออี เป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมืองในไทยจริง
โดยนายกษิต จึงได้ขอความร่วมมือกับเอกอัคราชทูตยูเออีให้รายงานและประสานกับรัฐบาลยูเออีได้ทราบว่า การคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ในระหว่างวันที่ 12 - 14 มี.ค.นี้ มีเป้าหมายที่จะล้มร้างรัฐบาล ทั้งนี้นายกษิตขอให้ยูเออี ไม่อนุญาตให้พ.ต.ท. ทักษิณ พำนักอยู่ที่ยูเออีโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ทางเอกอัคราชทูตยูเออีได้รับปากว่า จะนำเรื่องนี้ไปรายงานรัฐบาลให้เร็วที่สุด ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศหวังว่าจะได้รับคำตอบที่ดีที่สุดจากรัฐบาลยูเออี
ต่อข้อถามว่า ได้กำหนดระยะเวลาให้พ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากยูเออีหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า กระทรวงก็ไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลา ทุกอย่างขึ้นกับยูเออี
เมื่อถามว่า ยูเออีจะพิจารณาให้พ.ต.ท.ทักษิณ ออกนอกประเทศในวันที่ 14 มีนาคมนั้นหรือไม่ นายชวนนท์ เชื่อว่าดูไบจะให้ร่วมมือในระดับหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสนธิสัญญาก็มีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่า ปลายปีนี้จะสามารถลงนามได้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลยูเออียังขอให้กระทรวงการต่างประเทศแปลคดีความของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นภาษาอาระบิค แสดงว่ายูเออีมีความสนใจในเรื่องดังกล่าว ซึ่งยูเออีเคยยืนยันว่าจะไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ยูเออีเป็นฐานในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งวันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นอย่างไรซึ่งนายชวนนท์ก็ย้ำว่าอยากให้ยูเออีรักษาคำพูด







