"เจ๊ดา"ดารุณีกฤตบุญญาลัย
"กุ๊บกิ๊บ"อรภาณีบุณยเกียรติ
"อ้อย"อัจฉราอัมพุช
"โต้ง"จรรยาสว่างจิต
"นุ่ย"ธีร์ภัทรสูตะบุตร

เช็กเสียงคนดังคิดยังไงใน "วันที่ 12 มี.ค."

ประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์สุดๆ ในช่วงนี้คงไม่พ้นเรื่อง "รวมพลคนเสื้อแดงบุกกรุง" ในวันที่ 12-14 มีนาคมนี้ ส่วนเรื่องวัตถุประสงค์คงไม่ต้องกล่าวถึง แต่ในฐานะคนเมืองซึ่งโดนผลกระทบไปแบบเต็มๆ จะคิดเห็นเช่นไรลองมาเช็กเสียงกันดูหน่อยนะคะ...

  เริ่มกันที่ "อ้อย" อัจฉรา อัมพุช บอสใหญ่เดอะมอลล์กรุ๊ป กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่ค่อยแคร์กับเรื่องการเมืองสักเท่าไหร่ เพราะ 2 ปีให้หลังมานี้เกิดเหตุการณ์ชุมนุมจากกลุ่มต่างๆ หลายครั้ง จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น หลังจากที่ได้ยินข่าวว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะมารวมพลกันในเร็ววันนี้ ก็คอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และคอยระวังในการใช้ชีวิตประจำวันด้วย

 "ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและมีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น มีกรุ๊ปทัวร์จากต่างประเทศมาลงมากขึ้น แต่หากเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองนักท่องเที่ยวก็คงหดหาย เพราะทั้งนักท่องเที่ยวรวมถึงคนไทยเอง คงต้องระมัดระวังตัวกันมากขึ้น คงไม่มีอารมณ์ออกมาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งต้องมีผลกระทบกับยอดขายของทางห้างอย่างแน่นอน แต่หากเหตุการณ์บานปลายรุนแรง เราอาจต้องสั่งปิดห้างเพื่อความปลอดภัยของร้านค้าและตัวลูกค้าเอง และสำหรับตัวพี่เองก็คงต้องมีการเซฟบ้าง อย่างถ้ามีธุระในย่านที่มีความเสี่ยง ก็คงต้องเลื่อนออกไปก่อน คิดว่าการคอยติดตามข่าวอยู่ที่บ้าน น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด" บอสสาวกล่าว

 ด้านน้อยสาวรุ่นใหม่ไฟแรง "กุ๊บกิ๊บ" อรภาณี บุณยเกียรติ ลูกสาว พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ รองผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในประเทศไทย ถึงตัวเองจะไม่ได้ศึกษาทางด้านการเมืองสักเท่าไหร่ แต่โดยภาพรวมก็อยากให้คนไทยมีความสามัคคีกันให้มากกว่านี้ และอยากให้คนไทยทุกคนมองถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองเราในระยะยาว

 "การที่กลุ่มคนเสื้อแดงนัดรวมพลครั้งนี้ คาดว่าจะกระทบภาพรวมของประเทศอย่างมาก อย่างการที่รัฐบาลประกาศพ.ร.บ.ฉุกเฉิน ชาวต่างชาติอาจมองว่าเป็นเรื่องน่ากลัว คล้ายกับตกอยู่ในภาวะสงคราม และแน่นอนว่าข่าวที่ออกไปจะทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวบ้านเราน้อยลง ซึ่งก็จะมีผลต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้ได้รับรู้ข่าวสารมาจากหลายทางทำให้สับสนมาก ไม่รู้ว่าข่าวไหนเป็นเรื่องจริง ข่าวไหนเป็นข่าวโคมลอย แต่จากข่าวเหล่านี้อาจทำให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในบ้านเมือง สำหรับตัวเองถึงจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ก็รู้สึกหวาดผวาบ้าง ช่วงนี้จะไม่ค่อยไปไหนไกล หลังจากเลิกงานจะมุ่งหน้ากลับบ้านทันทีเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน" สาวกุ๊บกิ๊บบอกเล่าความรู้สึก

 ขณะที่ "นุ่ย" ธีร์ภัทร สูตะบุตร หนุ่มสังคมชื่อดังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยค่อนข้างห่วงในเรื่องของการท่องเที่ยวรวมไปถึงการเดินทาง เพราะสถานการณ์ในช่วงนั้นต้องส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันแน่นอน ซึ่งในฐานะที่เป็นประชาชนกรุงเทพฯ คนหนึ่ง ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ตอนนี้เริ่มเห็นนักท่องเที่ยวทั้งเอเชียด้วยกันและยุโรปเข้ามาในประเทศไทยมาก ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวและรายได้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่สถานการณ์ตรงนี้กำลังทำลายบรรยากาศตรงนั้น ต่างชาติมีการเตือนให้ระวังในการมาประเทศไทย ทำให้นักท่องเที่ยวเองเริ่มรู้สึกหวาดกลัว ส่วนตัวแล้วก็จะอยู่บ้านคอยเช็กดูข่าวว่ามีการชุมนุมที่ไหนบ้าง เพื่อที่จะได้วางแผนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงตรงนั้น สุดท้ายนี้ขอภาวนาไม่ให้เกิดความรุนแรงมากไปกว่าการชุมนุมธรรมดา ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง

 ด้านเมกอัพอาร์ติสต์ตัวแม่ "เป็ด" อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์  กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน ทั้งตัวเองและคนรอบข้างต่างก็ขวัญผวากันหมดแล้ว ด้วยเกรงว่าในช่วงสถานการณ์นั้นจะปลอดภัยหรือไม่อย่างไร พร้อมกันนี้ก็อยากเรียกร้องถึงความเป็นคนไทย ลืมกันไปแล้วเหรอว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราทุกคนนั้น ทรงงาน ทรงพระราชกรณียกิจ และทรงมีโครงการในพระราชดำริเพื่อคนไทยอย่างมากมาย ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นเพื่อให้คนไทยมีความสุข สะดวกสบาย และมีความเป็นอยู่ดี แต่เราจะมาก่อความไม่สงบให้บ้านเมืองกันทำไม

 "ในฐานะที่เป็นคนกรุงเทพฯ อยากขอร้องไม่ว่าคนเสื้อสีอะไรก็แล้วแต่ อยากให้คิดถึงเรื่องของเศรษฐกิจ ทุกวันนี้เศรษฐกิจบ้านเมืองเราไม่ได้แย่ ดีขึ้นด้วยซ้ำ ซื้อง่ายขายคล่อง ดีกว่าสหรัฐอเมริกาเสียอีก อันนี้ยืนยันได้เพราะมีคนอเมริกาบอกเอง แล้วจะมาทำร้ายเศรษฐกิจให้มันแย่ทำไม หรือที่เรียกร้องกันว่าทำเพื่อประชาธิปไตย ก็อยากให้ทำจริงๆ ไม่ใช่มาต่อสู้เพื่อคนคนเดียว มันไม่ถูกต้อง ตามหลักพุทธศาสนาพระพุทธเจ้าก็สอนเราเสมอว่ากรรมใดใครก่อ กรรมนั่นก็ต้องสนองคนนั้น แล้วเราจะไปร่วมกรรมกับเขาทำไม ควรยึดหลักพุทธศาสนา ต้องมีสติ มีปัญญา ไม่ใช่เชื่องมงายในสิ่งที่คนอื่นบอกกล่าว มันไม่ถูกต้อง" เมกอัพอาร์ติสต์ คนดังกล่าว

 พร้อมกันนี้ "เป็ด" อภิชาติ ยังกล่าวต่อด้วยว่า แล้วที่บอกว่าจะมากรุงเทพมหานคร แล้วมาปิดทางโน้นทางนี้ นั่นเป็นสิ่งกระทบที่สำคัญ พูดในฐานะคนทำมาหากินเหมือนกัน มันก็กระทบ โปรดหยุดทำร้ายประเทศไทย อย่ามาปิดกรุงเทพฯ ให้อัมพาตเพราะไม่ใช่คนกรุงเทพฯ จะเดือดร้อนเท่านั้น คนต่างจังหวัดญาติพี่น้องที่มาทำงานในเมืองหลวงเหล่านี้ก็ลำบากเช่นกัน

 "และก็อยากฝากถึงรัฐบาลในฐานะเป็นตัวแทนของประชาชนคนไทย และในฐานะที่ตัวเองเป็นหนึ่งเสียงที่เลือกให้เป็นตัวแทนเข้ามา ก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาทำหน้าที่ รักษาความสงบสุขให้แก่บ้านเมือง ไม่ใช่อยู่นิ่งตั้งรับอย่างเดียว อยากให้เอาความสงบและความปลอดภัยของคนไทยคืนมาให้ด้วย" อภิชาติกล่าวปิดท้าย

 ฟากนักธุรกิจและสาวสังคมรุ่นใหญ่ "โต้ง" จรรยา สว่างจิตร กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 12 นี้คงไม่รุนแรง และยิ่งมองในมุมของนักธุรกิจจะรู้เลยว่าเศรษฐกิจก็แย่ไม่ดีเท่าที่ควร เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ต้องอาศัยคนกลางและต้องเป็นคนกลางจริงๆ ไม่ได้เอียงข้างใดข้างหนึ่ง ต้องให้ความเป็นจริงเกิดขึ้น อย่างในอดีตคนที่มีอำนาจเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์ คนแพ้คือโจร สังคมยุคนี้มองอย่างนั้นไม่ได้

 "เมื่อเกิดปัญหาหรือเหตุการณ์ต่างๆ ในบ้านเมือง เศรษฐกิจไปก่อนเลย ทุกคนก็กระทบ มาช่วยกันทำในสิ่งที่ถูกต้องดีกว่าหรือไม่ ทุกคนมีทั้งส่วนที่ดีและไม่ดี ก็ควรคุยกัน ประเทศชาติบอบช้ำมามากแล้ว ไม่อย่างนั้นนักธุรกิจจะตายก่อน นักธุรกิจอยู่ไม่ได้ การเมืองก็อยู่ไม่ได้ อะไรที่เป็นของเขาก็คืนเขาไป อะไรที่เลิกแล้วต่อกันได้ก็เลิก ฝ่ายหนึ่งพยายามเพื่อขอของเขาคืนมันนานาจิตตัง คนที่เป็นกลาง คนมีบารมีก็ควรจะจับทั้งสองฝ่ายมาคุยกัน เพื่อความร่มเย็นของประเทศชาติ" นักธุรกิจคนดังกล่าว

 หันมาฟังความคิดเห็นจาก  "เจ๊ดา" ดารุณี กฤตบุญญาลัย ผู้ประกาศชัดเจนว่าสวมเสื้อแดงเต็มตัว กล่าวถึงวันที่ 12 มีนาคมนี้ ที่หลายคนหวั่นว่าจะซ้ำรอยเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วว่า ครั้งนี้จะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสงบและสวยงามเท่านั้น แม้ว่าในมุมมองของคนที่ไม่ใช่สีแดงจะถูกสาดสีไปเรียบร้อยว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นแน่ๆ ซึ่งหากคิดด้วยความเป็นธรรม ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครั้งที่ผ่านมา เกิดจากการสลายคนเสื้อแดงอย่างโหดร้าย อำมหิต  มีทั้งเจ็บตาย แต่ประชาชนไม่ได้เห็นภาพเพราะสื่อมวลชนไม่ได้นำเสนอ

 "เป้าหมายที่แท้จริงในวันนี้ก็คือ เป็นการต่อสู้ระหว่างชนชั้นกับอำมาตย์ เพราะเมื่อปี 2475 รัชกาลที่ 7 พระราชทานอำนาจให้แก่ประชาชนชาวไทย ให้เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ เป็นประชาธิปไตยอันทรงมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ในความเป็นจริงรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดถูกฉีกมาถึง 18 ฉบับ โดยการปฏิวัติรัฐประหาร และผู้ทำการปฏิวัติรัฐประหารทุกยุคทุกสมัย ก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ตัวเอง โดยเฉพาะล่าสุดปี 2549 ว่าทำอะไรก็ไม่ผิดทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เราจะเรียกร้องว่า ถ้าประเทศจะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง นั่นก็คือต้องคืนอำนาจให้ประชาชน ให้เกิดการเลือกตั้ง" เจ๊ดากล่าว

 เมื่อถูกถามว่ากลัวเหตุการณ์จะบานปลายหรือไม่ เจ๊ดาบอกด้วยความมั่นใจตามสไตล์ของเธอว่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เพราะคนเสื้อแดงต่อสู้อย่างสวยงามมาโดยตลอดกว่า 3 ปี สงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบ และเชื่อว่าการเรียกร้องครั้งนี้ไม่มีวันจะกระทบต่ออะไร เพราะทุกคนมาด้วยความสงบ ไม่ได้ไปตีรันฟันแทงกับใคร จึงไม่จำเป็นที่รัฐจะต้องควบคุมอะไร แต่หากเกิดอะไรขึ้นคือสิ่งที่เราโดนทำร้าย ทุกวันนี้ในสังคมมีความเหลื่อมล้ำต่ำสูง อยากฝากบอกว่าอย่าให้คนอื่นยืมมือคนชนชั้นเดียวกันมาฆ่าแกงกันเอง

 ฟังหลายเสียงในแง่มุมที่แตกต่าง ทั้งนี้ก็ขอให้ทุกฝ่ายมีสติ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเคารพในกฎกติกาของบ้านเมือง...เพียงเท่านี้ก็จะไม่ทำร้ายบ้านหลังน้อยของคนไทยทุกคน...