จาตุรนต์จี้แกนนำเสื้อแดงแถลงจะม็อบแบบสันติวิธี

ทหารม้าตั้งด่านที่อยุธยาตรวจตราการเดินทางเข้ากรุง สกอ. แจ้งสถาบันอุดมศึกษาเตรียมการรักษาความเรียบร้อยในช่วงชุมนุม กระทรวงแรงงานสั่งการ จนท.รับมือ 24 ชม.กำชับ ขรก.อย่าร่วมชุมนุม "โคทม"พบแกนนำนปช.เสนอวิธีม็อบแบบสันติวิธี แคนาดา-นิวซีแลนด์-ฝรั่งเศสออกคำเตือนพลเมืองในไทยเลี่ยงพื้นที่ม็อบ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 มี.ค ที่บริเวณด่านบางปะหัน ต.หันสังข์ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ถนนสายเอเชีย กม.46-47 ขาเข้ากรุงเทพ พล.ต.อ.ประทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา พันธ์คงชื่น ผบช.ภ.1 พร้อมด้วยนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการ จ.พระนครศรีอยุธยา และ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ตรวจความพร้อมในการตั้งด่านจุดตรวจความมั่นคง โดยใช้กำลังตำรวจ 2 กองร้อย และกำลังทหารจากศูนย์การทหารม้าสระบุรี (ค่ายอดิสร) กองทัพภาค 1 อีก 2 กองร้อย ทำหน้าที่ตรวจรถยนต์ที่ผ่านเส้นทางดังกล่าว

 โดยมีภารกิจ 1 .เพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้เดินทางมาเรียกร้องทางการเมือง 2.ตรวจค้นอาวุธ และสิ่งที่จะเป็นอาวุธ หรืออุปกรณ์ที่จะใช้ก่อวินาศกรรมทุกชนิด 3.ตรวจค้นวัตถุระเบิด – น้ำมันเชื้อเพลิง 4.ตรวจจับบุคคลตามหมายจับ 5.ตรวจจับบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 6.ตรวจค้นหายาเสพติดและสิ่งกฎหมายทุกประเภท  การตรวจส่วนใหญ่จะเน้นให้ตรวจรถยนต์ตู้ รถยนต์บัส รถยนต์กระบะที่มีการบรรทุกคนจำนวนมาก รวมทั้งรถเพื่อการเกษตร

 พล.ต.อ.ประทีป กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในทุกๆด่านตรวจ ให้อดทนต่อการยั่วยุและไม่ควรไปปะทะกับกลุ่มมวลชนต่าง ๆ แต่ให้ทำหน้าที่ในการตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ และควรเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบสิ่งที่จะนำไปใช้เพื่อก่อความวุ่นวายได้ เช่นฝักหมามุ่ย น้ำหรือสิ่งของเน่าเหม็น หากพบก็ต้องสอบถาม ส่วนกรณีที่ทางแกนนำคนเสื้อแดงประกาศให้แหกด่านหากมีการสกัดกันนั้น ตนเองไม่เห็นด้วยและคงยอมไม่ได้หากจะทำแบบนั้นต้องทำตามกฎหมาย

สกอ.แจ้งสถาบันอุดมศึกษาเตรียมรปภ.ช่วงชุมนุม

 นายสรรค์ วรอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวถึงการเตรียมการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างการชุมนุมใหญ่ทางการเมืองในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจะมีตั้งแต่วันที่ 12 เป็นต้นไป ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีความห่วงใยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคณาจารย์ บุคลากร นักเรียน และนิสิตนักศึกษา และเพื่อรักษาความเรียบร้อยและทรัพย์สินโดยรวม สกอ.จึงได้ออกหนังสือเวียนแจ้งไปยังสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ให้เตรียมการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย โดยให้มีคณะกรรมการเตรียมรับสถานการณ์และป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบ ให้มีการออกมาตรการ/ข้อปฏิบัติอย่างชัดเจน เป็นขั้นตอน และจัดเตรียมบุคลากร อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยให้เพียงพอ

 “นอกจากนี้หากสถาบันการศึกษาที่จะมีการจัดกิจกรรม ประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ในช่วงเวลาดังกล่าว หากเห็นว่าจะได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ขอให้มีการทบทวนการจัดงานอย่างเหมาะสม และหากมีความจำเป็นต้องปิดสถานศึกษาเพื่อความปลอดภัย ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนราชการหรือสถานศึกษา และรายงานให้ สกอ. ทราบ ตลอดจนขอให้สถาบันชี้แจงให้ข้าราชการ บุคลากร นักเรียน และนิสิตนักศึกษาให้เข้าใจเกี่ยวกับการชุมนุมและการมีส่วนร่วมการชุมนุม” รองเลขาธิการ กกอ. กล่าว

 รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการขอร้องให้ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่อยู่ในเครือข่ายของกระทรวงศึกษาธิการช่วยกันรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ร่วมกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลภยันตรายที่อาจเกิดมีขึ้น หลีกเลี่ยงและละเว้นความรุนแรงในทุกกรณี และช่วยกันผดุงรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ให้เป็นวิถีชีวิตและครองธรรมของคนไทยต่อไป

ก.แรงงานเตรียมพร้อมรับมือม็อบแดงหวั่นมือที่3ก่อเหตุ

 ที่กระทรวงแรงงาน นายสมชาย ชุ่มรัตน์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งจะมีการชุมนุมที่บริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ว่า ตนได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากมีความกังวลเรื่องมือที่ 3 หรือกลุ่มคนที่มีเจตนาไม่ดีกับบ้านเมืองว่าอาจก่อเหตุความวุ่นวายได้ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ใกล้กระทรวงแรงงงาน แต่เชื่อว่าแกนนำจะสามารถควบคุมผู้มาชุมนุมไม่ให้ก่อเหตุความวุ่นวายได้ เนื่องจากกระทรวงแรงงานไม่ได้เป็นเป้าหมายของกลุ่มคนเสื้อแดง และนายไพฑูรย์แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ไม่ได้เป็นคนที่เลือกสีเลือกข้าง เพราะนายไพฑูรย์ ได้ทำงานเพื่อประชาชนทุกคน

 ทั้งนี้ เพื่อความไม่ประมาท ตนได้สั่งการมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจตราความเรียบร้อยให้มากขึ้นกว่าปกติในช่วงนี้ โดยให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับผู้ที่มาติดต่อราชการให้ติดบัตรแสดงตน เข้มงวดรถยนต์ที่เข้า-ออกกระทรวง ส่วนในช่วงกลางคืน ได้เน้นย้ำให้เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ให้พร้อม และเปิดไฟส่องสว่างรอบกระทรวง รวมทั้งได้มีการตรวจเช็คเรื่องกล้องวงจรปิดที่มีการติดตั้งรอบกระทรวงทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

 อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 12-14 มีนาคม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ สน.ดินแดง ให้เข้ามาดูแลความเรียบร้อยบริเวณรอบกระทรวงแรงงานแล้ว

 “ในวันที่ 12 มีนาคม ผมได้กำชับให้ข้าราชการรีบกลับบ้าน หลังเลิกงาน รวมทั้งในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็ควรอยู่กับครอบครัว เพื่อความปลอดภัย อย่าเข้าไปร่วมชุมนุม หรือสังเกตการณ์ เพราะอาจเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดได้”นายสมชาย กล่าว

"โคทม"พบแกนนำนปช.เสนอวิธีม็อบแบบสันติวิธี

 เมื่อเวลา 17.30 น.นายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ที่ห้างสรรพสินค้า อิมพีเรียล เวิร์ล ลาดพร้าว ภายหลังการเข้าพบและหารือกับ นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน ที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าอิมเพีเรียล เวิร์ล ลาดพร้าวกว่า 1 ชั่วโมงว่า ตนได้นำข้อเสนอในส่วนของศูนย์ศึกษาและพัฒาสันติวิธี มาเสนอให้กับกลุ่ม นปช. และได้เสนอให้กลุ่ม นปช.และรัฐบาลร่วมกับป้องกัน ระงับและบรรเทาความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการชุมนุม โดยฝ่ายรัฐบาลพยายามจะตั้งนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาเป็นตัวแทน ซึ่งฝั่ง นปช.ก็จะตั้งนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. มาเป็นตัวแทนในการร่วมมือและหารืออย่างสันติวิธี ส่วนรายละเอียอย่างไรก็คงจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง โดยตนได้ประสานกับนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อไปพูดคุยกับฝ่ายรัฐบาลในวันทั่ 11 มีนาคม

 นายโคมทม กล่าวว่า นปช.ได้ยอมรับหลักการของศูนย์สันติวิธีพร้อมยืนยันว่าจะใช้สันติวิธีในการชุมนุมและไม่ต้องการชุมนุม 6 จุดในกรุงเทพฯ เพราะจะเป็นเพียงการเคลื่อนพลโดยจะไม่กระทบกับการจราจรและยังมีการประสานการจอดรถกระบะ รถอีแต๋น ให้เป็นระเบียบ ซึ่งตนได้เสนอให้ฝ่าย นปช. ร่วมมือกับทางรัฐบาลเพื่อวางระบบการป้องกันหากมีเหตุฉุกเฉินและรับมือหากเกิดความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ฝั่ง นปช.ก็กำลังคิดเรื่องการนิมนต์พระมาทำเขตอภัยทาน คือเขตที่จะไม่เกิดความรุนแรงจากทั้งสองฝ่าย แต่กำลังดูเรื่องกิจของสงฆ์อยู่ นอกจากนี้ทางศูนย์ศึกษาสันติวิธีฯ ยังพยายามสร้างช่องสื่อสารระหว่างนปช. เครือข่ายสันติวิธี และรัฐบาลให้มากขึ้นเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด โดยได้จัดทำเอกสารแนวทางปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมสำหรับเจ้าหน้าที่ แนวทางปฏิบัติในระหว่างการชุมนุมสำหรับผู้ชุมนุม และ 19 เคล็ดลับสันติวิธี พร้อมกับมีคำขวัญว่า “ไม่ประมาท มีสติ มิรุนแรง”

 นายโคทม กล่าวว่า ในการพุดคุยนายวีระ ได้บอกว่ามันง่ายที่จะมีคนใส่เสื้อแดงมาก่อเหตุวุ่นวาย แต่ทางนปช.ได้ยืนยันว่ามีคณะกรรมการเหมือนยี่ห้อเป็นผู้พิจารณาการเคลื่อยไหวแต่ละอย่าง หากเป็นกลุ่มอื่นมาก่อเหตุขึ้นจะไม่ใช่คนเสื้อแดง แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์ว่าเป็นคนเสื้อแดงจริงหรือไม่

 ขณะที่นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ทางพวกตนได้พยายามพูดคุยกับแกนนำกลุ่ม นปช.เรื่องการยึดสันติวิธี ซึ่งเท่าที่เห็นจากการพูดคุยทางแกนนำกลุ่ม นปช.ก็มีความตั้งใจในเรื่องเดียวกัน อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันที่ 11 มี.ค.นักวิชาการจำนวนหนึ่งจะมีการหารือเรื่องยุทธศาสตร์สันติวิธี ที่ห้องอาหารโดมพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ซึ่งยืนยันในหลักการที่ว่าอยากเห็นทั้งฝ่ายนปช.และฝ่ายรัฐบาลได้ยึดสันติวิธี

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังนายโคทมให้สัมภาษณ์เสร็จและจะเดินทางกลับ ได้มีคนเสื้อแดงหลายคน พยายามเข้ามาต่อว่านายโคทม โดยอ้างว่าได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเข้าข้างฝ่ายรัฐบาลในคดียึดทรัพย์ ซึ่งบางคนตะโกนชี้หน้าด่าทอเสียงดังด้วยถ้อยคำหยาบคาย โดยนายโคทมได้แต่ยิ้มรับและพยายามเดินหนี แต่คนเสื้อแดงเหล่านั้นก็ยังเดินตามพร้อมกับด่าทอและตะโกนไล่หลังไปตลอดทาง และขอให้นายโคทมไปเตือนรัฐบาลว่าอย่าใช้ความรุนแรง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเอกสารที่นายโคทมนำมาเสนอกับแกนนำนปช.นั้นมีสาระสำคัญที่ข้อเสนอให้มีการจัดระบบความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและ นปช. โดยให้มีการจัดตั้งคณะทำงานที่ทำหน้าที่เหมือนทูต คอยสื่อสารระหว่างทั้งสองฝ่าย รวมทั้งให้จัดทำแผนงานและเครื่องมือต่างๆมาสร้างสันติวิธี

แคนาดา-นิวซีแลนด์-ฝรั่งเศสออกคำเตือนพลเมืองในไทยเลี่ยงพื้นที่ม็อบ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตแคนาดา ประจำประเทศไทย ได้ออกประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตฯ เพิ่มระดับคำเตือนในระดับสูง จากการที่จะมีการชุมนุมใหญ่ต่อต้านรัฐบาล ในวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ประกาศบังคับใช้พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายใน ระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค.นี้ ครอบคลุมกรุงเทพฯและพื้นที่ใน 6 จังหวัดใกล้เคียง เพื่อเตรียมรับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยทางการแคนาดาขอให้พลเมืองหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมประท้วงทางการเมืองหรือที่ตั้งจุดตรวจของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อีกทั้งขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากสื่อมวลชนและรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง และขอให้ใช้ความระมัดระวังระหว่างอยู่ในพื้นที่สาธารณะต่างๆ ย่านการค้า สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และสถานีขนส่งสาธารณะ เพราะเหตุการณ์การโจมตีสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกที่ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่พบข้อมูลว่าชาวแคนาดาจะตกเป็นเป้าโจมตี แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของการโจมตีด้วยได้

 นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ได้ออกคำเตือนพลเมืองด้วยเช่นกันว่าอาจเกิดเหตุรุนแรงจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาล โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ในระยะ 2-3 สัปดาห์นี้ และการประท้วงใหญ่ในกรุงเทพฯ อาจก่อให้เกิดปัญหายุ่งยากด้านการจราจร ชาวนิวซีแลนด์ที่อยู่ในกรุงเทพฯ จึงควรหลีกเลี่ยงการประท้วงใดๆ รวมทั้งพื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวทางทหารหรือกองกำลังรักษาความปลอดภัย ตลอดจนอาคารที่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาล เช่น รัฐสภา ศาลฎีกา และทำเนียบรัฐบาล

 ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ได้ออกประกาศเตือนพลเมืองชาวฝรั่งเศสในไทยให้มีความระมัดระวังด้วยเช่นกัน และให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตฯอย่างต่อเนื่อง

จาตุรนต์จี้แกนนำเสื้อแดงแถลงจะม็อบแบบสันติวิธี

 นายจาตุรนต์  ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลกรณีการชุมนุมเรียกร้องของคนเสื้อแดง ว่า ขณะนี้สังคมกำลังเป็นห่วงว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นใน 1 – 2 วันนี้ และต่างก็พยายามเสนอความคิดเห็น วิธีป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น ซึ่งตนคิดว่าก็ควรจะส่งเสริมให้ทุกฝ่ายได้ใช้ความพยายามกันอย่างจริงจังต่อไป ขณะเดียวกันได้มีการโหมกระพือข่าว สร้างกระแส จนทำให้บรรยากาศทางการเมืองในขณะนี้มีความน่ากลัวจนเกินจริงไปมาก

 อยากให้ทุกฝ่ายตั้งหลักว่า การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ จึงเป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ก็ยังเป็นความจริงด้วยว่าในปัจจุบันผู้คนมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากและสังคมไทยยังไม่สามารถหาทางออกที่จะทำให้คนส่วนใหญ่ยอมรับกติกา และการปกครองอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ได้

  การเคลื่อนไหวชุมนุมของประชาชนในครั้งนี้ จะมีผลอย่างไรย่อมขึ้นกับการกระทำ – ท่าทีของฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของผู้ชุมนุมนั้น ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่แกนนำของนปช.และคนเสื้อแดงได้ทำให้เกิดความชัดเจนขึ้นเป็นลำดับว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงจะยึดหลักสันติวิธีเท่านั้น ซึ่งตนคิดว่าเมื่อเหตุการณ์พัฒนาไปก็ยังต้องมีความจำเป็นต้องตอกย้ำ ยืนยันแนวทางสันติวิธีอย่างจริงจังต่อไป หากมีเหตุการณ์ความรุนแรงใด ๆ ขึ้น แกนนำคนเสื้อแดงควรรีบออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนด้วยการยืนยันการเคลื่อนไหวด้วยแนวทางสันติวิธี เพื่อให้ข้อเรียกร้องเป็นที่ยอมรับของคนทั้งประเทศ

 อยากให้ระมัดระวังการแทรกแซงของมือที่สาม และการสร้างสถานการณ์ของฝ่ายรัฐบาลหรือคนของรัฐบาล ซึ่งอาจทำได้โดยการเตรียมการเกี่ยวกับเครื่องมืออุปกรณ์ในการบันทึกภาพ – เสียง และการส่งข่าวต่อกันที่มีประสิทธิภาพ และ ในส่วนของรัฐบาลนั้น ตนเป็นห่วงว่ารัฐบาลกำลังปฏิบัติตามแผนทำลายความชอบธรรมของคนเสื้อแดงเพื่อเอาชนะทางการเมือง จับกุม คุมขัง เพื่อดำเนินคดีรวมทั้งปราบประชาชนด้วยความรุนแรง รัฐบาลไม่ควรย่ามใจจากการที่เป็นฝ่ายประสบความสำเร็จในการจัดการกับประชาชนเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาจนทำอะไรเกินเลยตามอำเภอใจ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงตามมาได้ เพราะหากรัฐบาลใช้วิชามารสารพัดเพื่อเอาชนะและปราบประชาชนจริง เรื่องก็จะไม่จบและจะลุกลามบานปลายไปยิ่งกว่าเดิม

 นายจาตุรนต์กล่าวว่า ขอเสนอว่า 1. รัฐบาลไม่ควรโหมกระพือข่าวให้เห็นว่าผู้ที่จะมาชุมนุมเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองเหมือนเป็นโจรผู้ร้าย รวมทั้ง รวมทั้งไม่ควรสร้างภาพให้ดูน่าหวาดกลัวจนเกินจริง 2. รัฐบาลไม่ควรปิดกั้นสื่อหรือใช้สื่อเป็นเครื่องมือของตนแต่ฝ่ายเดียว โดยเฉพาะสื่อของรัฐควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เสนอความคิดเห็นของตนได้ จะได้ไม่ทำให้คนรู้สึกถูกบีบคั้นกดดันจนอาจปะทุเป็นความโกรธแค้นและตอบโต้ได้ 3. รัฐบาลต้องกำชับผู้เกี่ยวข้องไม่ให้สร้างสถานการณ์แล้วโยนความผิดให้แก่ผู้ชุมนุมเพื่อทำลายความชอบธรรมของผู้ชุมนุม

 “ ปัญหาเฉพาะหน้าที่ที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ การสร้างสถานการณ์หรือฉวยโอกาสสร้างเหตุกระทบกระทั่งหรือความรุนแรงเพื่อนำมาใช้เป็นเหตุผลในการประกาศใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะทำให้รัฐบาลเข้าจัดการกับการชุมนุมด้วยวิธีต่างๆได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด รวมทั้งจะทำให้การชุมนุมของประชาชนกลายเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายโดยทันที ” นายจาตุรนต์กล่าว

 นายจาตุรนต์กล่าวว่า อยากจะเตือนรัฐบาลว่า หากรัฐบาลเดินหน้าไปในทางที่สร้างเงื่อนไขเพื่อทำลายความชอบธรรมของประชาชน เพื่อปราบประชาชน คล้ายกับที่เคยทำเมื่อสงกรานต์ปีที่แล้ว เพราะถึงแม้ว่ารัฐบาลจะได้เปรียบในทุกด้าน ทั้งอาวุธ เครื่องมือกลไก สื่อของรัฐ แต่หากรัฐบาลจัดการด้วยวิธีการที่ไม่ชอบธรรมแล้ว ไม่ว่าผลการชุมนุมจะเป็นอย่างไร ประชาชนจำนวนมากก็จะยังไม่ยอมรับกติกาและการปกครองของรัฐบาลนี้อยู่ดี และบางทีอาจจะเกิดความไม่พอใจ ไม่ยอมรับอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยที่สังคมก็จะยังอยู่ในสภาพขัดแย้งเผชิญหน้าไม่สิ้นสุด