(10มี.ค.) นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงมาตรการการดูแลความปลอดภัยในช่วงที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ชุมนุมช่วงวันที่ 12-14 มี.ค.นี้ ว่า ตนได้สั่งการให้ ผอ.เขต ประสานกับผอ.โรงเรียนในสังกัด กทม.ที่อยู่ในกลุ่มพื้นที่เสี่ยง 8 เขต ได้แก่ ป้อมปราบศัตรูพ่าย พระนคร ราชเทวี ดุสิต ปทุมวัน สัมพันธวงศ์ พญาไท ดินแดง จำนวน 43 โรงเรียน ให้เร่งดำเนินการสอบปลายภาคให้แล้วเสร็จภายใน 11 มี.ค. หลังจากนั้นก็ให้นักเรียนหยุดเรียนได้ทันที สำหรับโรงเรียนในสังกัด (สพฐ.) และสังกัดเอกชน ในพื้นที่กรุงเทพฯนั้นตนประสานกับ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ให้สั่งการเรียบร้อยแล้ว ส่วนการเปิดรับนักเรียนระดับ ม.1และ ม. 4 ในช่วงระหว่างวันที่ 13-17 มี.ค.นี้ ทุกสังกัด ได้เปิดช่องทางในการสมัครเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกหากไม่สามารถเปิดรับนักเรียนโดยตรงในพื้นที่ได้ เช่น ทางระบบอินเตอร์เน็ต ทางไปรษณีย์ หรือโรงเรียนคู่ขนานที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่การชุมนุม
นางทยา กล่าวว่า ทั้งนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าดูแลโรงเรียนในช่วงที่มีการชุมนุมด้วย แม้จะไม่มีการเรียนการสอน ส่วนการที่ผู้ปกครองจะนำบุตรหลานมาร่วมชุมนุมนั้นตนได้สั่งการให้ ผอ.โรงเรียน ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองและนักเรียนแล้ว ซึ่งตนคิดว่าผู้ปกครองน่าจะมีวิจารณญาณว่าไม่ควรนำเด็กมาชุมนุมด้วย
นอกจากนี้ในส่วนของมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการสั่งการให้ปิดถนนที่เป็นเส้นทางการท่องเที่ยว ห้างร้าน หรือบริษัทใด ๆ ทั้งสิ้น รวมถึงซุ้มข้อมูลการท่องเที่ยวของ กทม. จำนวน 31 ซุ้ม นั้นให้เปลี่ยนเจ้าหน้าที่เป็นผู้ชายทั้งหมด และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำซุ้มการท่องเที่ยวของ กทม.ให้ข้อมูลพื้นที่ล่อแหลมแก่นักท่องเที่ยวรวมทั้งสถานที่ หรือเส้นทางที่มีการชุมนุม เพื่อให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยง โดยจะทำเป็นคู่มือแจกภายใน1-2 วันนี้ ขณะเดียวกันต้องคุมเข้มร้านค้าที่มีความเสี่ยง เช่น ร้านขายปืน ปั๊มน้ำมัน ร้านขายแก๊ส เป็นต้น รวมทั้งดูแลรถไฟฟ้า และรถไฟใต้ดิน หากเกิดจลาจลให้เตรียมแผนขนถ่ายผู้โดยสาร
นางทยา กล่าวต่อว่า ในวันที่ 11 มี.ค.นี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.จะลงพื้นที่สำนักงานเขตและชุมชน ในพื้นที่ที่จะมีการชุมนุม เพื่อมอบนโยบายและให้กำลังใจแก่ข้าราชการและชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของ กทม.ได้มีการรายงานว่าขณะนี้มีการรวบรวมขวดเปล่าไว้ที่บ้าน ส.ส.กทม.ย่างบางกะปิจำนวนหลายพันขวด เพื่อนำมาใช้ก่อเหตุในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และมีรายงานว่าผู้ชุมนุมจะเข้ายึดพื้นที่ศาลาว่าการ กทม.ด้วย ซึ่งผู้บริหาร กทม.ได้สั่งการให้ข้าราชการและลูกจ้าง เตรียมเก็บเอกสารทางราชการไว้ในที่ปลอดภัย อีกทั้งได้มีการเตรียมสถานที่สำรอง เพื่อใช้ทำงานในวันจันทร์ที่ 15 มี.ค.หากการชุมนุมยืดเยื้อ
ทั้งนี้ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 10 มี.ค.กทม.ได้มีการตั้งเต็นท์สำหรับเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 1 ที่จะมาตรึงกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยประจำศาลาว่าการ กทม. จำนวน 1 กองร้อย ในวันที่ 11 มี.ค. นอกจากนี้ได้มีเจ้าหน้าที่เทศกิจและเจ้าหน้าที่จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(สปภ.) กทม. เข้าประจำพื้นที่แล้วประมาณ 20-30 นาย
แหล่งข่าวจากศาลาว่าการ กทม. กล่าวว่า ขณะนี้บรรดา ส.ก.และ ส.ข.ของพรรคประชาธิปัตย์ต่างลงพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในชุมชนของตนเองอย่างหนัก เพื่อขอร้องให้ประชาชนอยู่ในที่ตั้ง หรือไม่ไปชุมนุมร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง หลังจากที่ได้เข้าประชุมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่ย่านบางกะปิ ที่มีกลุ่มเสื้อแดงในพื้นที่เป็นจำนวนมาก โดยมีนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เป็นกำลังหลัก ซึ่งรับคำสั่งโดยตรงจากนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และพื้นที่ย่านฝั่งธนบุรี ภายใต้การนำของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยในส่วนของพื้นที่ย่านบางกะปิ มีชุมชนหลักที่เป็นกลุ่มเสื้อแดงจำนวนประมาณ 5 ชุมชน นำโดยประธานชุมชน รองประธาน และกรรมการชุมชน ซึ่งแกนนำเหล่านี้ทำหน้าที่รวบรวมกำลังคนและจ่ายเงินเป็นรายหัว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มมือปืนรับจ้างรวมอยู่ในกลุ่มด้วย