(10มี.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า หลังประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันนี้ ได้มีการแต่งตั้งให้ตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยตามพรบ.ความมั่นคงฯ แล้ว ตนก็จะมีการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.)ในบ่ายวันนี้ ซึ่งจะมีการกำหนดแผนต่าง ๆ โดยละเอียด และจะแจ้งให้ประชาชนทราบว่าได้มีการเตรียมการไว้อย่างไรบ้าง มีเป้าหมายในการปฏิบัติอย่างไร และจะทำอย่างไรบ้างก็จะแจ้งให้ประชาชนทราบ ซึ่งในการดำเนินการตามพรบ.ความมั่นคงฯนี้ จะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 18 ฉบับเพื่อให้ครอบคลุมป้องกันเหตุทั้งหมด
รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมครม.เมื่อวานนี้ตนได้ขอให้รัฐมนตรีแต่ละท่าน อยู่ในกระทรวงหรืออยู่ในที่ที่สามารถติดต่อได้ และให้กำหนดสายบัญชาการสั่งการหน่วยงานของแต่ละท่านที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความร่วมมือกับศอ.รส.ได้อย่างทันท่วงที ให้ถือว่าภารกิจในการแก้ปัญหาให้ประชาชนครั้งนี้ เป็นภารกิจที่สำคัญอันดับหนึ่ง ซึ่งรัฐมนตรีแต่ละท่านก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แจ้งที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ในทุกกรณีเอาไว้ และหากมีเหตุฉุกเฉินจะเชิญประชุมด่วนทุกคนก็พร้อม
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการตั้งครม. 9 คนในที่ประชุมครม.วานนี้เพื่อเตรียมการหากเหตุการณ์รุนแรง จะได้ประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินได้ทันที นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นการเตรียมไว้เผื่อว่าจะมีการปรึกษาหารือกัน ซึ่งได้กำหนดตัวรัฐมนตรีไว้ 9 ท่าน อย่างน้อยทั้ง 9 ท่านนี้ก็ต้องเตรียมที่จะมาประชุมได้ทุกเวลา แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นการเตรียมเพื่อประกาศพรก.ฉุกเฉิน เพียงแต่มีบางเรื่องที่รัฐบาลต้องทำ กรณีที่จำเป็นต้องใช้มติครม.เป็นพิเศษในกรณีฉุกเฉิน จะเรียกรัฐมนตรีทั้ง 30 กว่าคนมาก็คงไม่ทัน จึงขอให้ทั้ง 9 ท่านได้เตรียมพร้อมเอาไว้ตลอดเวลา
ผู้สื่อข่าวถามถึงการเตรียมเซฟเฮ้าส์ ให้บรรดารัฐมนตรีในช่วงมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ก็ต้องเตรียมการเอาไว้ เพราะการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ เราได้ประเมินแล้วว่าจะส่งผลกระทบต่อบ้านเมืองและประชาชน ดังนั้นก็ต้องเตรียมมาตรการทุกอย่างไว้ให้พร้อม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรัฐมนตรีท่านใด ติดต่อขอเซฟเฮาส์มาแต่อย่างใด แต่ตนก็ต้องเตรียมไว้
“ ผมอยากจะเรียกร้องว่า ผู้ชุมนุมที่เขาประกาศว่าจะมาเรียกร้องประชาธิปไตย เมื่อมาเรียกร้องประชาธิปไตย ก็แสดงว่าเป็นนักประชาธิปไตย หัวใจของนักประชาธิปไตยก็คือต้องเคารพกฎหมาย ไม่เคารพกฎหมายไม่ได้ ดังนั้นผมก็จะชี้แจงผ่านสื่อและส่งคนไปชี้แจงโดยตรง กับแกนนำผู้ชุมนุมว่าเขาจะสามารถปฏิบัติอะไรได้บ้าง ในกรอบของกฎหมายและอะไรที่ปฏิบัติไม่ได้ ซึ่งต้องให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ” รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่หน่วยข่าวกรองประเมินว่าจะมีระเบิดจุดใหญ่ 2 จุด และระเบิดเล็ก ๆ ป่วนเมืองทั่วไปอีก 30-40 จุด ได้เตรียมพร้อมอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ข่าวนี้ตนได้มีการตรวจสอบหลายครั้ง จากหลายแหล่ง เมื่อพบอย่างนี้ก็จำเป็นต้องบอกให้ประชาชนทราบ และจะเพิ่มมาตรการในการตรวจตราให้เข้มขึ้น แต่หากประชาชนเห็นพฤติกรรมของคนที่ลับๆ ล่อๆ ผิดปกติ มีพิรุธก็ขอให้แจ้งไปที่กองอำนวยการได้ทันที จะได้รีบเข้าไปตรวจสอบและป้องกัน ส่วนประชาชนไม่ต้องตกใจ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
“ เป้าหมายในการระเบิดนี้พบว่าจะเป็นสถานที่ราชการสำคัญๆ ทั้งหลาย ซึ่งผมจะเพิ่มมาตรการในการตรวจค้นอาวุธให้มากในวัน สองวันนี้ และขอให้ประชาชนอดทนหน่อย อย่ารำคาญ เพราะจำเป็นจริง ๆ เพื่อป้องกันบ้านเมือง ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนนั่นเอง โดยจะตรวจค้นอาวุธในกทม.ที่มีคนผ่านไป ผ่านมา และการตรวจค้นคนที่จะเข้ามาในกทม. จะต้องรีบทำ ” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากมีความเป็นห่วงเช่นนี้ ทำไมไม่ประกาศเป็นวันหยุดราชการวันที่ 12 มี.ค.และ 15 มี.ค. รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไม่หยุด เพราะรัฐบาลจะไม่ให้การชุมนุมนี้มากระทบต่อการดำรงชีวิตตามปกติของประชาชนทั่วไป และแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และกฎหมายอื่นๆรวม 18 ฉบับ ก็ไม่ได้กระทบกับการใช้ชีวิตปกติของประชาชน เพราะเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ปกป้องสุจริตชน คนที่เดือดร้อนก็คือคนที่ไม่สุจริตและฝ่าฝืนกฎหมายเท่านั้น ดังนั้นส่วนราชการทั้งหมดยังมีการทำงานตามปกติ ผู้ชุมนุมจะไปปิดล้อมสถานที่ราชการไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมจึงคิดว่าวันที่ 12 - 13 มี.ค.จะเป็นจุดชี้ว่าจะมีความเปราะบาง นายสุเทพ กล่าวว่า ความจริงวันที่ 12 - 13 มี.ค. เป็นการเริ่มเคลื่อนกระบวนการ ความจริงก็ภาวนาให้ผู้มาชุมนุมมีจิตใจที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและเคารพกฎหมาย แต่ก็ต้องระวังว่าการควบคุมคนมาก ๆ นั้นยาก ดังนั้นผู้จัดการชุมนุมต้องวางระบบการชุมนุมให้ดี จะเอาแต่ความสะใจ ความมันส์อย่างเดียวไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานที่ราชการโดยเฉพาะทำเนียบรัฐบาล มีคำสั่งให้ขนย้ายเอกสารสำคัญเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยพันธมิตรฯที่บุกมาทำลายทรัพย์สินในทำเนียบหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย
ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา ประกาศจะลุกขึ้นสู้ และจะกลับมาโดยไม่ให้เหมือนผู้นำในอดีต ที่เหลือแต่เถ้ากระดูกนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า เราไม่ได้ห้ามที่คุณทักษิณที่จะกลับมา เพียงแต่ขอให้ทำตัวเหมือนประชาชนทั่วไปที่อยู่ภายใต้กฎหมาย เมื่อถามว่ามองการเคลื่อนไหวของคุณทักษิณ อย่างไร เพราะมีความพยายามจะปลุกคนเสื้อแดงให้ออกมาสู้ มาเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ขณะเดียวกันครอบครัวของคุณทักษิณ ก็เดินทางออกไปนอกประเทศในช่วงนี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ไปวิจารณ์ครอบครัวคุณทักษิณหรอก เพราะตนไม่ได้คิดว่าเป็นศัตรูกัน
“ แต่การที่บุตรและภรรยาของคุณทักษิณ รีบเดินทางออกจากเมืองไทยในช่วงที่กำลังจะมีเหตุการณ์อย่างนี้ ยิ่งทำให้พวกผมต้องระมัดระวังมากขึ้น มันเป็นสัญญาณที่คล้าย ๆ กับทำให้เราต้องระมัดระวัง ” นายสุเทพ กล่าวและว่า สำหรับครอบครัวของรัฐมนตรีในรัฐบาลไม่มีใครที่เดินทางไปต่างประเทศขณะนี้ มีเพียงนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ที่ต้องนำคณะไปเจรจาที่ญี่ปุ่นวัน สองวันเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเตือนประชาชนอย่างไรไม่ให้เข้าใกล้สถานที่ที่เป็นจุดเสี่ยง นอกจากสถานที่ราชการ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่ และจะแจ้งให้ประชาชนทราบ โดยจะมีการจัดระบบให้สามารถแจ้งประชาชนได้ทันที
ผู้อข่าวถามว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เป็นการทำสงครามจิตวิทยากัน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทำสงครามกับใคร ไม่ว่าจะเป็นสงครามธรรมดา หรือสงครามจิตวิทยา เจ้าหน้าที่ทุกคนไม่ได้ถือว่าผู้ชุมนุมเป็นศัตรู เพียงแต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย
สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ตัวนายสุเทพระบุว่าประชาคมข่าวกรองโลก ที่บอกว่ากรณีชุมนุมในไทยครั้งนี้อาจจะเข้าข่ายการก่อการร้าย นายสุเทพ กล่าวปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยบอกเพียงว่า “ ผมชี้แจงแค่นั้นพอแล้วครับ ”
ส่นการวางระเบิดปลอมที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นั้น รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน ส่วนจะเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่นั้น ความจริงขณะนี้รัฐบาลก็รับฟังทุกสัญญาณ และนำมาประเมินเพื่อเตรียมการแก้ไข
ผู้สื่อถามว่า ที่สนามบินสุวรรณภูมิมีการเตรียมการอย่างไร เพราะจะมีประชาชนจากสมุทรปราการเดินทางมาที่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย เกรงว่าจะซ้ำรอยกับการปิดสนามบินที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคยทำหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้เด็ดขาด มาตรการที่วางไว้ทั้งหมด จะปกป้องการคมนาคมของประเทศทั้งระบบ ทั้งสนามบิน รถไฟ รถประจำทางจะต้องใช้ได้ตามปกติ ใครมาปิดเส้นทางคมนาคมอย่างนี้ก็จะดำเนินคดีทันที และถ้าไปกันมาก ๆ ก็จะต้องดำเนินการสลายการชุมนุม ที่จะปิดล้อม ประเทศชาติเสียหายมากแล้ว เราไม่ยอมให้ทำ ทุกสนามบินทั่วประเทศ ” รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าว
สื่อข่าวถามว่า ตัวอย่างในอดีตมีอยู่ กลุ่มเสื้อแดงก็อาจจะทำบ้าง รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี และตอนนั้นพวกตนก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลด้วย แต่วันนี้ตนมีหน้าที่รับผิดชอบ ต้องทำงานแทนประชาชนไม่ให้เสียหาย
ส่วนที่กลุ่มพันธมิตรฯจะออกมาหากเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนว่าพธม.อย่าออกมาเลย ขอให้ปล่อยเป็นหน้าที่รัฐบาลดีกว่า ถ้ารักบ้านเมืองจริง ๆ ท่านก็ควรอยู่สงบ ๆ ดีกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ต.จำลอง ศรีเมือง บอกว่าหากมีความจำเป็นทหารอาจออกมาปฏิวัติ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า “ ทหารไม่ปฏิวัติแน่นอน ผมยืนยันวันนี้ ยืนยันพรุ่งนี้ ยืนยันทุกวัน ไม่มีแน่นอน ” รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าว
ส่วนกรณีที่นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ ระบุว่าขณะนี้กระสุนปืนขาดแคลนมีนัยยะอะไรหรือไม่นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถามคุณสุริยะใส ตนไม่เคยติดต่อกับเขาเลย ได้ยินล่าสุดวันก่อนที่เขาเสนอให้ปลดตนเท่านั้น ก็เลยไม่ได้ฟังเขาเลย แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของรัฐบาลก็ต้องไปควบคุมดูแล เกี่ยวกับการจำหน่ายอาวุธปืนอยู่แล้ว รัฐบาลพยายามป้องกันอย่างเต็มที่
สำหรับกรณีที่นายโคทม อารียา ออกมาแสดงความเห็น ไม่อยากให้มีการใช้ความรุนแรงด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาลอยากให้มีมาตรการดูแลผู้ชุมนุมที่เป็นหลักสากลนั้น รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า มาตรการในการดำเนินการของรัฐบาลต้องเป็นไปตามหลักสากลทุกประการ ซึ่งจะชี้แจงให้ประชาชนทราบด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง มีขั้นตอนตามลำดับอย่างไร อุปกรณ์ที่ใช้ก็จะเป็นไปตามหลักสากล ยืนยันว่าเราเป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย เราเคารพกฎหมายปฏิบัติทุกอย่างในกรอบของกฎหมาย และมั่นใจว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ ต้องรักษาบ้านเมืองให้อยู่ได้
ทักษิณป้องลูกไปดูงานเยอรมันนัดล่วงหน้านานแล้ว
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว โดยระบุถึงกรณีที่ น.ส.พินทองทา ชินวัตร และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร เดินทางออกจากประเทศไทยในช่วงเวลานี้ว่า “@noot010 ลูกสาวสองคนเขาไปดู นิทรรศการเรื่องโรงแรมที่เยอรมัน เขาจองกันไว้ล่วงหน้านานมากแล้วเสร็จงานเขา จะมาเยี่ยมผมเพราะไม่ได้พบกันนานแล้วครับ”
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังทวีตข้อความตอบคำถามสมาชิกถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยว่า “@noot010 แน่นอนครับ เราย้ำเสมอว่าต้องยึดแนวของ มหาตมะ คานธี คือสู้ด้วยสันติและตีแผ่ ความจริงถึงแม้เราจะถูกปิดกั้นสื่อแบบสุดๆแต่ต้องระวังมาร 2 ตัว”
“@noot010 คนเป็นล้านคิดว่าไม่มีใครแทรกแบบเดียวกับเมษายนที่แล้วหรือครับที่ไอ้มาร 2 ตัว ส่งตำรวจทหารใส่สีน้ำเงินมาไล่ขว้าง/ยิงใส่สีแดงรัฐบาลต้องดู”
“@Jarinporn_Toey ถ้าเสื้อแดงแท้ๆเขาจะมีเป้าหมายเดียวกันคือประชาธิปไตยที่แท้จริงที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนไม่ใช่อำมาตย์ ต้องการความยุติธรรม”
ขณะเดียวกันพ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้ส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือถึงสมาชิกในเครือข่ายทักษิณไลฟ์ ว่า “ 14 นี้ ร่วมทวงคืนประชาธิปไตยและความเป็นธรรมที่หายไป เพื่ออนาคตลูกหลานไทย”