เตรียมจัดฐานข้อมูลแรงงานนอกระบบ38จว.นำร่อง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้นโยบายปี 2553 เป็นปีแห่งการนำแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบประกันสังคม เตรียมจัดทำระบบฐานข้อมูลแรงงานนอกระบบในพื้นที่ 38 จังหวัดนำร่อง

 นายสุนันท์ โพธิ์ทอง ที่ปรึกษาวิชาการแรงงานเป็นประธานเปิดสัมมนาโครงการจัดทำและพัฒนาฐานข้อมูลแรงงานนอกระบบ “ฐานข้อมูลแรงงานนอกระบบเพื่อการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ” มีเจ้าหน้าที่ที่ใช้งานระบบฐานข้อมูลแรงงานนอกระบบจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 38 จังหวัดนำร่อง โดยให้แนวทางการดำเนินงานระยะแรก ให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานต้องมีความรู้ความเข้าใจการใช้งานระบบฐานข้อมูล ให้ความสำคัญและร่วมมือในการปรับปรุงข้อมูลให้สมบูรณ์ มีมาตรฐานเดียวกัน เป็นข้อมูลที่ทันสมัยที่ทุกหน่วยงานจะสามารถใช้ประโยชน์ได้แท้จริง

 และความคาดหวังระยะยาวที่กระทรวงแรงงานจะสามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยต่างๆ เพื่อนำไปสู่การสร้างมาตรฐานข้อมูลแห่งชาติ ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูล สะท้อนปัญหาความต้องการของแรงงานนอกระบบ ทราบตัวตนที่แท้จริงของกลุ่มแรงงานนอกระบบ สู่การพยากรณ์แนวโน้มแรงงานนอกระบบในอนาคต รวมถึงการดำเนินงานในการส่งเสริม พัฒนา การตรวจคุ้มครอง ให้ความรู้ด้านสิทธิประโยชน์ และขับเคลื่อนการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการให้ความคุ้มครองดูแลแรงงานนอกระบบต่อไป  

 ทางด้านนางอุษณีย์ ตันสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มงานเศรษฐกิจแรงงานมหภาค กล่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แรงงานนอกระบบเป็นประเด็นสำคัญที่มีการบรรจุในสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) นโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบัน (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) และนโยบายกระทรวงแรงงานได้กำหนดเรื่อง “ฐานข้อมูลแรงงานนอกระบบ” ไว้ในแผนแม่บทด้านแรงงาน (พ.ศ.2550-2554) ในยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความมั่นคงในการทำงานและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่แรงงาน 

 โดยเมื่อปี 2552 สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน จัดจ้างบริษัท บิซโพเทนเชียล จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการจัดทำและพัฒนาระบบฐานข้อมูลแรงงานนอกระบบ รวมทั้งเชื่อมโยงฐานข้อมูลแรงงานนอกระบบกับ 8 หน่วยงาน ได้แก่ หน่วยงานภายในกระทรวง 4 หน่วยงาน คือกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม และหน่วยงานภายนอก 4 หน่วยงาน คือสำนักงานสถิติแห่งชาติ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และกรมส่งเสริมการเกษตร และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์