มติครม.ประกาศใช้พรบ.มั่นคงฯ8จว.

ที่ประชุมครม.มีมติประกาศใช้พรบ.ความมั่นคงฯในพื้นที่ 8 จังหวัด กรุงเทพและนนทบุรี ประกาศพรบ.เต็มพื้นที่ “เฉลิม”ปูดตั้งกองบัญชาการที่ลอนดอนเพื่อทำลาย“ทักษิณ”

(9มี.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงฯ ในพื้นที่ 8 จังหวัด โดยกรุงเทพ และจังหวัดนนทบุรี ประกาศใช้พรบ.เต็มพื้นที่ทุกอำเภอ ส่วนจังหวัดอื่นให้กำหนดเฉพาะอำเภอที่มีทางเข้ากรุงเทพ เพื่อดูแลปัญหาการจราจร

ทั้งนี้นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคงเห็นชอบให้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค. เนื่องจากจะมีสถานการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคง ในพื้นที่กทม.ทั้งหมดและปริมณฑล 7 จังหวัด หรือ 21 อำเภอ คือ นนทบุรีทั้งจังหวัด  ปทุมธานี 6 อำเภอ คือ อ.เมือง   ธัญญบุรี   สามโคก ลำลูกกา    คลองหลวง   ลาดหลุมแก้ว  ส่วนจังหวัดสมุทรสาคร  2 อำเภอ  คือ อ.เมือง กระทุ่มแบน  จังหวัดสมุทรปราการ 5 อำเภอ คือ อ.เมือง บางพลี บางเสาธง  บางบ่อ พระประแดง  จังหวัดนครปฐม 3 อำเภอ อ.พุทธมณฑล สามพราน นครชัยศรี จังหวัดฉะเชิงเทรา คือ อ.เมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีก 4 อำเภอ คือ อ.บางประอิน บางไทร ลาดบัวหลวง และวังน้อย

            โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า นอกจากนี้ยังประกาศให้เจ้าหน้าที่ตามพรบ.รักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร  เป็นเจ้าหน้าที่พนักงานตามกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชาสั่งการ อนุญาต หรือช่วยป้องกันแก้ไขปราบปราม ระงับ ยับยั้งสถานการณ์ และช่วยเหลือประชาชนในเขตท้องที่ที่มีการประกาศ โดยให้ใช้กฎหมายประมาณ 18 ฉบับในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ อาทิ พรบ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 พรบ.การสอบสวนคดีพิเศษ 2547 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง 2522 พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ 2530 พ.ร.บ.การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 พ.ร.บ.การควบคุมการโฆษณา โดยใช้เครื่องขยายเสียง 2493   พ.ร.บ.การจราจรทางบก 2522   พ.ร.บ.รถยนต์  2522 พ.ร.บ.วัตถุอัตราย 2535    พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน 2490    พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550   พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน 2551    พ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง 2550 พ.ร.บ.เครื่องวิทยุคมนาคม  2498  พ .ร.บ.การเดินเรือในน้ำไทย 2456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์   เฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิสมาคมประมวลกฎหมายอาญา และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เฉพาะบัญญัติที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจสืบสวนสอบสวน  และการใช้อำนาจของฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ ซึ่งจะทำให้อำนาจในการสั่งการและดูแลระงับยับยั้งเหตุการณ์ที่จำเป็นได้อย่างมีเอกภาพมากขั้น    
  
            นายปณิธาน กล่าวว่า จะมีการออกข้อกำหนดที่จะมาบังคับใช้ หลังจากที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จะประชุมกันในวันพรุ่งนี้ (9 มี.ค.) โดยจะเป็นเรื่องของการห้ามบุคคลใดเข้า-ออกจากบริเวณพื้นที่ที่กำหนด การห้ามอาวุธออกนอกเคหะสถาน การห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือการใช้ยานพาหนะ และการปฏิบัติ หรืองดเว้นการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งอันเกี่ยวกับเครื่องมือ หรืออุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ตามชนิดประเภทที่ได้มีการกำหนดไว้
 
           สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการใช้พ.ร.บ.ความรักษาความมั่นคงฯนั้น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มาชุมนุม ประชาชนตามชุมชนต่าง ๆ ประชาชนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯหรือปริมณฑล รวมถึงชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวด้วย โดยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่นั้นจะไม่มีอาวุธ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังตามขั้นตอนกระบวนการที่ทางกอ.รมน.และศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยจะได้กำหนดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในการปฏิบัติงานจะอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. และจะทำงานร่วมกับหลายฝ่าย รวมทั้งฝ่ายประชาชนที่จะดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ครม.มีความคิดเห็นว่า ในขณะที่มีการชุมนุมทางการเมือง จำเป็นต้องมีการสื่อสารและให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงในเรื่องของการปฏิบัติ ขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งฝ่ายรัฐบาลจะได้นำแนวทางนี้ไปใช้ โดยเฉพาะในเรื่องคำพิพากษาของศาลปกครอง และในเรื่องเกี่ยวกับข้อกฎหมายต่าง ๆ ในการจัดการบริหารการชุมนุม ตามบรรทัดฐานอยู่แล้ว

            ส่วนจะให้วันที่ 12 มี.ค. เป็นวันหยุดหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ครม.พิจารณาว่าจะไม่ให้หยุด เพราะเกรงว่าจะกระทบกระเทือนกับผู้ประกอบการ ประชาชน และเกรงว่าจะทำให้เกิดความรู้สึกเป็นกังวล เพราะสถานการณ์ขณะนี้ยังอยู่ในสภาวะที่สามารถบริหารจัดการได้ แต่รัฐมนตรีได้ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิกระทรวงศึกษาไปพิจารณา หากสามารถเลื่อนวันสอบในบางกรณีได้ และบางโรงเรียนก็เริ่มปิดแล้ว ดังนั้นผู้ปกครองไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกังวล
 
           ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครั้งที่ผ่านมามีการประกาศบังคับใช้กฎหมายเพียง 14 ฉบับ แต่ครั้งนี้ขยายเป็น 18 ฉบับ ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงาน ครอบคลุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ทั้งนี้กฎหมาย 4 ฉบับที่เพิ่มเติมขึ้นมา คือ   1. พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน  พ.ศ. 2451   2. พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456   3. พ.ร.บ.ควบคุมเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542  4. พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ. 2498

“สุขุมพันธุ์”วอนเสื้อแดงชุมนุมอย่างสงบอย่ายึดสถานที่ราชการ

 ที่ศูนย์เยาวชน ไทย – ญี่ปุ่น ดินแดง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ร่วมกับ พล.ต.อุดมเดช สีตบุตร รองแม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดงานสัมมนาเพื่อซักซ้อมการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงของเจ้าหน้าที่ กทม. โดยมีคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าเทศกิจ ฝ่ายโยธา และพนักงานกวาดของ กทม. กว่า 1,000 ราย เข้าร่วมสัมมนา

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวในการสัมมนาว่า ขณะที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ กทม.ถือเป็นหน่วยงานสนับสนุนจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด เตรียมความพร้อมในการดูแลสถานที่ราชการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม คือการดูแลทุกข์สุขของประชาชน รวมทั้งต้องคอยเป็นหูเป็นตากรณีที่เกิดเหตุร้ายหรือเหตุน่าสงสัยด้วย โดยเมื่อพบวัตถุต้องสงสัยขอให้แจ้งหัวหน้าหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ไม่จำเป็นต้องเข้าไปปฏิบัติการเองโดยตรง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ แต่ที่ต้องมาฝึกอบรมกันก็เพื่อให้ทุกคนทราบว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรนอกเหนือไปจากการให้บริการประชาชน

 “ที่ผมเชิญทุกท่านมาในวันนี้ไม่ใช่การปลุกระดมเพื่อไปรบกับใคร เราจะไม่รบกับใครทั้งสิ้น กทม.เป็นองค์กรที่ให้บริการและดูแลทุกข์สุขของประชาชน ดังนั้นเราจะไม่รบกับใคร โดยผมขอให้ทุกคนปฏิบัติภารกิจของตนเองให้ดีไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด สิ่งหนึ่งที่ผมอยากตอกย้ำทุกคนว่านอกจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างดีแล้ว ขอให้ทุกคนอดทน หากมีชาวบ้านมองว่า กทม.เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็อย่าไปฟัง บอกเขาไปเลยว่าผู้ว่าฯ กทม.ไม่ให้ฟัง มีอะไรให้ไปถามผู้ว่าฯ กทม.เอาเอง เพราะ กทม.ไม่เข้าข้างใคร เราเป็นคนของประชาชน” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวและว่า ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกท่านโดยเฉพาะการเฝ้าระวังเหตุร้าย ซึ่งตนหวังว่าจะไม่เกิด ขณะที่ผู้บริหารจะออกตรวจตราตามชุมชนในวันที่ 11 มี.ค.นี้เพื่อให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งตนไม่อยากให้ประชาชนเสียขวัญเพราะมีคนจากต่างจังหวัดเข้ามาชุมนุมเป็นจำนวนมาก

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เนื่องจากมีความเป็นห่วงสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากมีการรายงานว่าจะมีการวางระเบิดจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ของ กทม.รับทราบแนวทางปฏิบัติ ในกรณีที่พบเห็นสิ่งที่ผิดปกติหรือต้องสงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที และขอย้ำว่า กทม.มีหน้าที่ช่วยงานเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ดูแลด้านจราจร และดูแลสถานที่ราชการของ กทม.เอง ไม่ได้ทำหน้าที่ทดแทนการปฏิบัติงานของหน่วยงานความมั่นคง

 เมื่อถามถึงการรับมือหากผู้ชุมนุมตั้งจุดชุมนุมต่างๆ ในพื้นที่ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กทม.มีหน้าที่ให้บริการ หากผู้ชุมนุมจะมาชุมนุมในศูนย์เยาวชนไทย – ญี่ปุ่น ตนก็ไม่ว่าขอเพียงให้ใช้พื้นที่อย่างสงบ แต่หากเป็นสถานที่ราชการที่ไม่เปิดให้ใช้ เช่น ศาลาว่าการ กทม.ก็ขอให้ผู้ชุมนุมเคารพทรัพย์สินของทางราชการด้วย

 เมื่อถามว่าได้รับรายงานความเคลื่อนไหวของมวลชน ที่จะรวมตัวต่อต้านกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่นั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้ประชาชนมาสู้กับประชาชน แต่หากใครอยากออกมาปกป้องบ้านช่องของตนเองก็ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ก็ต้องระวังกันด้วยเพราะอาจเกิดเหตุเหมือนชุมชนนางเลิ้งช่วงเดือน เม.ย.52 ที่ผ่านมาได้ ทั้งนี้ หากชุมนุมกันหลายจุดอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เวลาคนอยู่รวมกันเยอะๆ เหมือนศูนย์เคมีที่พร้อมจะระเบิด ดังนั้นทุกคนต้องระวังขณะที่ กทม.จะเฝ้าระวังอย่างเต็มที่

“เฉลิม”จวกรัฐใช้พรบ.มั่นคงสกัดแดงเท่ากับฆ่าตัวตาย

 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ครม.มีมติประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค.ว่า ตนมองอีกมุมว่า การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯนั้นจะเป็นผลดีกับพรรคเพื่อไทยในวันหน้า เพราะเท่ากับว่ารัฐบาลหาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทยล่วงหน้า ทั้งๆที่กลุ่มคนเสื้อแดงเองก็บอกแล้วว่าจะชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ดังนั้นการกระทำของรัฐบาลจึงเท่ากับเป็นการคิดสั้น ไม่มีสติปัญญา ไร้สำนึก คิดแต่จะออกกฎหมายเพื่อเอาชนะกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่คำนึงถึงผลกระทบทั้งต่อการลงทุนและการท่องเที่ยวของประเทศ รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลชุดแรกที่ออกพ.ร.บ.ความมั่นคงฯมากที่สุด และบางครั้งก็ไม่ได้ใช้ แต่เป็นการแสดงธาตุแท้ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพราะสมัยที่เป็นฝ่ายค้านมักจะพูดเสมอว่า ประชาชนที่มาเรียกร้องนั้นแม้ว่าจะมาแค่ 1 คนหรือ 1 แสนคนก็ต้องฟัง แต่ครั้งนี้คนเสื้อแดงยังไม่ทันจะมา เหตุก็ยังไม่เกิดแต่รีบประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่ออะไร รัฐบาลคุกคาม ข่มขู่ บังคับไม่ให้คนมาชุมนุมนั้นแค่คิดก็ผิดแล้ว เป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยจริงหรือเปล่า

ปูดตั้งกองบัญชาการที่ลอนดอนเพื่อทำลาย“แม้ว”

 ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลประเมินว่าอาจเกิดความรุนแรงจึงประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เพื่อเป็นการป้องปราม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การประเมินสถานการณ์เป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่อย่าตกใจ ตื่นเต้นจนเกินไป รัฐบาลรู้แล้วหรือว่าเขามาชุมนุมเรื่องอะไร จะก่อเหตุหรือไม่ แต่ขณะนี้มีแหล่งข่าวโทรมาบอกตนว่า มีการตั้งกองบัญชาการอยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษเพื่อทำลายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ใช่รัฐบาลและไม่ใช่คนเสื้อแดง นอกจากนี้ยังมีแหล่งข่าวบอกตนด้วยว่า มีการวางแผนไว้ 3 ส่วนคือ 1.จะมีการก่อเหตุที่ถนนราชวิถี 2.ให้คนสวมเสื้อแดงทำหน้าเหมือนวิ่งข้ามสะพานปิ่นเกล้าไปที่โรงพยาบาลศิริราช และ 3.ให้คนเสื้อแดงเทียม 7 ทีมๆละ 20 คนไปยิงตามมัสยิดต่างๆ แล้วมีการบันทึกภาพไว้หมดทั้ง 3 ส่วน ดังนั้นตนจึงห่วงคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมด้วยจิตบริสุทธิ์ เพราะกลุ่มที่จิตไม่บริสุทธิ์คิดจะสร้างเหตุ การชุมนุมแล้วใส่เสื้อสีนั้นอันตราย เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าจริงหรือปลอม ดังนั้นเมื่อมีเหตุชุลมุนก็จะตัดสัญญาณของพีเพิล ชาแนล ยึดดาวเทียมไทคม สกัดไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณคุยกับประชาชน

ซัดอังกฤษเห็นแก่ตัว

 เมื่อถามว่ากองบัญชาการที่ตั้งอยู่ที่ลอนดอนนั้นเป็นฝ่ายใด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นนักการเมือง รับรองว่าข่าวของตนไม่มีผิด เพราะคนกลุ่มนี้ไปพูดกันที่ห้องอาหารไทย แล้วนักเรียนไทยที่นั่นเขาได้ยินก็เลยโทรมาบอก ส่วนจำเป็นต้องร้องขอให้ประเทศอังกฤษตรวจสอบหรือไม่นั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เราเป็นฝ่ายค้านจะขอให้เขาตรวจสอบได้อย่างไร แต่ส่วนตัวแล้วตนไม่ชอบประเทศอังกฤษเพราะเป็นประเทศที่เห็นแก่ตัว นายอภิสิทธิ์เป็นแบบนี้ก็เพราะไปเกิดที่ประเทศอังกฤษ ใครล่ะที่ไปรุกรานประเทศจีน ฮ่องกงถูกครอบครองกี่ปี สงครามฝิ่นเกิดจากฝีมือของใคร ไปรุกรานไปยึดประเทศเขาทั่วโลก สำหรับกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอาจจะออกมาชุมนุมในช่วงที่คนเสื้อแดงกำลังชุมนุมอยู่นั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรฯดูใจยาก ลักปิดลักเปิด เดี๋ยวพูดอย่างแต่เดี๋ยวก็ทำอีกอย่าง แต่กลุ่มพันธมิตรฯได้เปรียบตรงที่มีคดีแต่ไม่ต้องถูกดำเนินคดี แต่ไปวิเคราะห์กลุ่มพันธมิตรฯมากไม่ได้ เดี๋ยวเสียคน

รัฐวางแผน 3 ส่วนหวังป้ายสีเสื้อแดง

 “การที่ให้คนไปยิงมัสยิดต่างๆ 7 ทีมนั้นก็เพื่อให้คนทั่วโลก รวมทั้งประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าใจผิด ส่วนการก่อเหตุที่ถนนราชวิถีก็เพื่อใช้เป็นเหตุในการปราบปราม เขาเตรียมไว้หมดแล้วถึง 3 ช็อต” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

เสนอยื่นญัตติซักฟอก 9 หรือ 19 เม.ย.

 ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วยว่า ใจของตนแล้วแม้ว่าจะไม่มีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงหรือการชุมนุมเสร็จสิ้นเร็วก็ตาม อยากให้มีการยื่นญัตติหลังสงกรานต์ไปแล้ว ถ้าไม่เป็นวันที่ 9 เมษายน ก็วันที่ 19 เมษายน ลงท้ายด้วยเลข 9 มันเฮง ฤกษ์นายอภิสิทธิ์ดับ

นครบาลคุม8 พันนายรับม็อบเสื้อแดง

 พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง หรือ คตม.เสนอ ในการประกาศใช้พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล 7 จังหวัด ระหว่างวันที่ 11-23 มีนาคมนี้ เพื่อควบคุมพื้นที่จัดระเบียบและป้องกันเหตุร้าย พร้อมอนุมัติกฎหมายประกอบอีก 18 ฉบับ จะมีพล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผบ.เหตุการณ์โดยตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจถือเป็นส่วนหนึ่งโดยจะมีการสนธิกำลังกันระหว่างทหาร ตำรวจ พลเรือน บรรเทาสาธารณภัย และกทม.

 พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า สำหรับกองบัญชาการตำรวจนครบาลเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่มากกว่า 8,000 นาย กำลังปราบจราจล (ปจ.) จำนวน 46 กองร้อย กำลังจราจร (จร.) จำนวน 300 นาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน (สส.) จำนวน  300 นาย และชุดเจรจาต่อรองอีกจำนวนหนึ่ง  โดยมีภารกิจในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันการเผชิญหน้าไม่ให้มีการปะทะกันระหว่างมวลชล ป้องกันมือที่ 3 อาจเข้ามาก่อความวุ่นวาย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร รวมทั้งประชาสัมพัน์ข่าวสารต่างให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบถืงเหตุการณ์ที่แท้จริง

 “เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตรวจอาวุธ ของผู้ที่ชุมนุมตาม 9 เส้นทางหลักที่มุ่งหน้าเข้าสู่ กทม. ตามแผนมกรา 52 รวมทั้งรักษาความสงบเรียบร้อยตามจุดชุมนุม 6 จุด ที่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายกันไว้ นอกจากนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. มอบหมายให้ผู้กำกับในพื่นที่เป็นผู้ดูแล อีกทั้งขอกำลังจากตำรวจภูธร ภาค 1, 2, 7,  ตชด. และ บช.ก ส่วนเรื่องจราจร ให้ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. เป็นผู้ดูแล ส่วนเรื่องการสอบสวน มอบหมายให้ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เตรียมพนักงานสอบสวน พร้อมชุดบันทึกเทปวีดีโอ ภาพนิ่ง หากพบมีผู้ทำผิดกฎหมายพร้อมดำเนินคดีทันที ส่วนเรื่องการดูแลสถานที่สำคัญ มอบหมายให้ พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์  รอง ผบช.น.เป็นผู้ดูแล ส่วนการเคลื่อนย้านสิ่งของสำคัญมอบหมายให้ พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รอง ผบช.น เป็นผู้ดูแล ขณะนี้มีการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่” พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว