เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 มี.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมส.ส.พรรค โดยมีนายชุมพล กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี ประธานส.ส.และครม.พรรค เป็นประธานในที่ประชุม โดยการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด เนื่องจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค ได้วิเคราะห์ถึงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงให้ ที่ประชุมได้รับทราบ
ทั้งนี้ภายหลังการประชุมนพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคได้รับทราบแนวทางของผู้เตรียมเคลื่อนไหวในการชุมนุมว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวาย ความรุนแรงด้วย 3 เหตุผล คือ 1 . มีการเตรียมการคล้ายกับเหตุการณ์เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา 2.แนวทางการชี้นำของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ในการที่ไม่ยอมรับคำตัดสินยึดทรัพย์ และเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดการคุกคามการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กับการบังคับคดี 3. แกนนำนปช.ปลุกระดมให้คนก่อความรุนแรงอย่างเปิดเผย ซึ่งยุทธศาตร์การชุมนุม คือการให้กทม.หยุดนิ่งซึ่งจะนำสู่ชัยชนะในการชุมนุม
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ทั้งนี้พรรคห่วงใยใน 5 สถานการณ์ในการขับเคลื่อนดังกล่าวคือ 1. การก่อวินาศกรรม 2. การโจมตีสถาบันต่าง ๆ และสถาบันสูงสุดของชาติ 3. การสร้างความเข้าใจที่เป็นเท็จว่ารัฐบาลเตรียมปราบปรามผู้ชุมนุมวันที่ 12 มี.ค. ซึ่งไม่เป็นความจริง 4. มีการปล่อยข่าวเรื่องศาสนา เช่นการขึ้นบัญชีดำพระผู้ใหญ่ การเตรียมยิงมัสยิต ซึ่งไม่เป็นความจริง และ 5. ความเชื่อมั่นต่างประเทศ ที่พรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องบัญชีดำไปยังองค์กรสิทธิมนุษยชน ต่าง ๆ เป็นการสร้างความเข้าใจผิดให้ต่างประเทศออกคำเตือนนักท่องเที่ยว กระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทย
“เราเชื่อว่าเหตุผลของการชุมนุมครั้งนี้จะทำให้เกิดมวลวิกฤติในช่วง 1 สัปดาห์ตั้งแต่การชุมนุม เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่อาจรอได้แล้ว เพราะคดีอาญาต่าง ๆ กำลังเริ่มดำเนินการและคดียึดทรัพย์ก็กำลังมีผลในการยึดทรัพย์” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ประชุมวิเคราะห์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยเประมินว่าความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงจะแยกปฏิบัติการเป็นหลายสาย สรุปเป็น 2 กลุ่มใหญ่ 1. ประกาศดำเนินการเปิดเผย โดยมีนปช.เป็นแกนนำ 2. กลุ่มที่ไม่เปิดผย โดยดำเนินการชุมนุมแบบคู่ขนาน ซึงแนวทางของกลุ่มแรก คือ ให้ชีวิตของคนกทม.เปลี่ยนแปลงไป ไม่สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติสุขได้ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารบ้านเมืองต่อไปได้ โดยจะมีการปิดทางเข้าออกกทม.ทำให้กทม.เป็นอัมพาต ที่ประชุมเชื่อว่าการชุมนุม 12 มี.ค. มีแนวโน้มรุนแรงชัดเจน เพราะแกนนำประกาศให้นำยานพาหนะต่าง ๆ เข้ากทม.เพื่อนำสู่การเจรจากับบุคคลระดับสูงเรียกร้องให้นายกฯลาออก หรือยุบสภา
ส่วนการดำเนินการของกลุ่มที่ไม่เปิดเผย มีรายงานข่าวกรองบอกว่าจะมีการวางระเบิด 2 จุดใหญ่ และขว้างระเบิดในพื้นที่หลายจุดเป็นดาวกระจาย และได้รับแจ้งจากการข่าวจากต่างประเทศแจ้งเตือนประเทศไทยว่าให้ระวังเรื่อง การก่อวินาศกรรม ซึ่งตรงกับข่าวของไทยเช่นกัน และนอกจากนี้จะปิดล้อมสถานที่ราชการ จับตัวบุคคลสำคัญของประเทศ ทั้งนี้มาตรการที่รัฐบาลทำคือจำเป็นต้องประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง
นอกจากนี้รัฐบาลยังมีมาตรการป้องกันไม่ให้มวลชนเอารถเข้ากทม. โดยจะหาที่จอดรถชานเมืองให้ และมีรถสาธารณะมาบริการ ในส่วนรถอีแต๋น ได้เตือนว่าไม่สามารถมาวิ่งในถนนได้ ส่วนรถกะบะ จะตรวจสอบไม่ให้ทะเบียนต่างจังหวัดเข้ามาในกทม.
ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ใช่คู่แข่งของคนเสื้อแดง แต่รัฐบาลต้อการให้ประชาชนมีชีวิตปกติสุข เตือนผู้ชุมนุมว่าการมาชุมนุมขอให้พกบัตรประชาชนด้วย เพราะจะมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาชุมนุมด้วย ซึ่งมีแนวโน้มควบคุมได้ยาก จึงจำเป็นต้องตรวจบัตรประชาชนของผู้ชุมนุม ทั้งนี้ขอให้ประชาชนช่วยติดตามความเคลื่อนไหว โดยไม่ต้องการให้ประชาชนเป็นคู่ต่อสู้กับผู้ชุมนุม เพียงให้แจ้เตือนหากเกิดปัญหารัฐบาลจะเข้ามาดูแลให้
นอกจากนี้ยังได้รับรายงานว่ามีแกนนำเสื้อแดงได้ชักชวนให้ประชาชนในต่าง จังหวัดนำถุงดำติดตัวมาด้วย เวลาถ่ายปัสสาวะและอุจาระให้ใส่ถุง เพื่อขว้างใส่สถานที่ราชการ ทำเนียบรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นที่อับอายไปทั่วโลก หากทำเนียบถูกขว้างด้วยถุงปัสสวะ และอุจาระเป็นหมื่นถุง จะทำอยางไร จึงได้ให้กทม.เตรียมรถน้ำ และรถดับเพลิงให้พร้อมทำความสะอาด และขอให้ประชาชนใกล้สถานที่ชุมนุม ให้เตรียมน้ำทำความสะอาดด้วย ขอเตือนไปยังเสื้อแดงว่าการกระทำนี้จะนำสู่โรคระบาดที่จะตามได้ หากหลีกเลี่ยงได้ก็ขอให้หลีกเลี่ยงต่อพฤติกรรมดังกล่าวด้วย
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กรุงเทพ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ฯ กล่าวว่า การไปถ่ายสิ่งปฏิกูลที่บ้านคนอื่นเป็นเรื่องที่น่าเกลียดมาก ในฐานะส.ส.กทม.ขอร้องอย่ามาทำแบบนี้ที่บ้านเรา โดยทราบว่าได้มีการสั่งผู้ชุมนุมให้ใช้ถุงดำมาเป็นฉากกันสำหรับถ่าย โดยไม่ต้องเข้าไปในห้องน้ำ ขอให้นึกถึงวัฒนธรรมด้วย นอกจากนี้มีรายงานข่าวว่าลูก ๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมเดินทางไปประเทศเยอรมันนีแล้วในวันที่ 10 มี.ค. ดังนั้นจะเห็นว่าการชุมนุมทุกครั้งญาติ ๆและลูก ไม่เคยอยู่ร่วมด้วย และในการลงชื่อถวายฎีกา ญาติ ๆ ก็ไม่เคยร่วมลงชื่อด้วย จึงอยากให้ทุกคนได้คิด
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กรุงเทพฯ กล่าวว่า พรรคอยากให้ประชาชนตั้งคำถามไปยังส.ส.ที่นำคนชุมนุมเข้ามา เพราะส.ส.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ตัวแทนประชาชนในพื้นที่เท่านั้น เหตุใดจึงเอาคนในพื้นที่มาสร้างความปั่นป่วน ทำลายกทม.ทั้งที่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ การกระทำเช่นนี้เท่ากับไม่ใช่เป็นผู้แทนราษฎรเลย คิดแต่ตอบแทนบุญคุณของบางคนโดยไม่คำนึงถึงประเทศ คนแบบนี้สมควรเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยหรือไม่
ตร.-ทหารคุมเข้มรักษาความปลอดภัยบ้านนายกฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เสร็จภารกิจการประชุม ครม.ที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว เมื่อเวลา 13.00 น.สหพันธ์สมาคมการท่องเที่ยวไทย เข้าพบนายอภิสิทธิ์ที่ตึกแดง สำนักเลขาธิการครม. จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ได้ยกเลิกการแถลงผลการประชุม ครม.ประจำสัปดาห์ เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา 17.00 น. นายกฯได้เดินทางมายังพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อร่วมประชุมพรรค
ภายหลังประชุม นายกฯให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศบังคับใช้พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค. และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่พรรคประชาธิปัตย์แล้ว นายกฯได้เดินทางกลับบ้านพักซอยสุขุมวิท 31 ทันที ซึ่งนายกฯกลับถึงบ้านพักในเวลา 18.15 น. และไม่ได้ออกมาดูร่องรอยสิ่งปฏิกูลที่ถูกปาใส่ล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ (9 มี.ค.) สำหรับการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบบ้านพักของนายกฯ นั้นก็ยังคงเข้มงวด โดยมีเจ้าหน้าที่ตรวจ สน.ทองหล่อ เจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษได้ยืนประจำการในจุดต่างๆ และมีรถดับเพลิงขนาดกลาง 1 คัน จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานครมาจอดสแตนด์บายประจำ บริเวณเยื้องๆ กับบ้านพักของนายกฯ ด้วย
“เพื่อไทย” ชี้แดงชุมนุมใหญ่สุดในประวัติศาสตร์
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังประชุมพรรคว่า ที่ประชุมได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะกรณีรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ทั้งที่เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น จึงมองว่ารัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นเครื่องมือทางการเมืองซึ่งพรรคมีมติให้ตั้งกระทู้ถามสดถึงการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ กับผู้ชุมนุม ในการประชุมสภาในสัปดาห์นี้ อีกทั้งพรรคเห็นว่าการชุมนุมคนเสื้อแดงครั้งนี้จะเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะทราบข้อมูลจาก ส.ส.ในพื้นที่ว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากที่สุด จึงกำชับ ส.ส.ให้เข้าไปแนะนำและทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ทุกเขตในยึดแนวทางสันติในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย อยู่ในกรอบของกฎหมาย แต่พรรคได้ประเมินว่าขณะนี้เชื่อว่ายังไม่มีการปฏิวัติแต่หากมีคนออกมาชุมนุมเป็นจำนวนมากเต็มพื้นที่ การปฏิวัติก็มีโอกาสเกิดขึ้นพร้อมได้รับทราบการตั้งศูนย์ช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยประชาชนหรือ ศชปป.ซึ่งจะดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
ปูดจัด"แดงปลอม"8 พันคนจ้องป่วน
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้เข้าประชุมครั้งแรกหลังไม่เข้าประชุมมา 3 สัปดาห์ โดยแจ้งในที่ประชุมถึงกรณีมีคนไปตั้งกองบัญชาการที่ลอนดอนโดยพยายามทำลายกลุ่มคนเสื้อแดงและพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโดยวางแผนใส่ร้ายคนเสื้อแดง 3 ส่วนคือ 1.จะมีการก่อเหตุที่ถนนราชวิถี 2.ให้คนสวมเสื้อแดงทำหน้าเหมือนวิ่งข้ามสะพานปิ่นเกล้าไปที่โรงพยาบาลศิริราช และ 3.จัดคนเสื้อแดงเทียม7 ทีมๆละ 20 คนไปยิงตามมัสยิดต่างๆเพื่อให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงด้วยและเบื้องต้นทราบข่าวข้อมูลว่ามีการเตรียมคนเสื้อแดงเทียมไว้สร้างสถานการณ์ประมาณ 8,000 คนเพื่อให้เกิดความวุ่นวายให้เกิดความรุนแรงด้วย
พท.รอม็อบแดงจบค่อยลุยซักฟอก
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคมีความชัดเจน ไม่มีความขัดแย้งแล้วโดยเห็นด้วยกับ ร.ต.อ.เฉลิม เสนอให้รอดูสถานการณ์การชุมนุมคนเสื้อแดงเสร็จสิ้นก่อนค่อยดำเนินการเรื่องอภิปราย ยังมีเวลา เพราะข้อมูลยังไหลเข้ามาอีกมาก ขณะนี้พรรคได้มอบให้คณะกรรมการบริหารพรรคไปพิจารณารายชื่อผู้ที่เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเงาแนบญัตติเพื่อนำมาแจ้งที่ประชุมพรรคต่อไป ในส่วนของคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลการอภิปราย ดำเนินการรวบรวมข้อมูลต่อไป ส่วนจะมีรัฐมนตรีจะถูกอภิปรายเพิ่มเติมหรือไม่ รอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯเสนอที่ประชุมอีกครั้ง