พงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม. จึงได้เรียกประชุมผู้บริหาร กทม. เพื่อเตรียมรับมือการชุมนุมใหญ่ 12-14 มีนาคมของคนเสื้อแดง
"ตุ๊กตา" ที่วางเอาไว้เพื่อให้ผู้บริหารทั้งลายแก้โจทย์ก็คือ หากเกิดเหตุเลวร้ายที่สุด จะทำอย่างไร เพราะเท่าที่จับสัญญาณนั้น ค่อนข้างชัดเจนว่า งานนี้ "นายใหญ่" กดปุ่มเทหมดหน้าตัก เพราะหากไม่จัดการครั้งนี้ให้เบ็ดเสร็จ ก็คงจะหมดโอกาสช่วงชิงอำนาจรัฐจากมือรัฐบาลประชาธิปัตย์อย่างแน่นอน
เบื้องต้นข้อมูลที่ได้มานั้น คาดว่าจะมีการชุมนุมใน 7-9 จุดใน กทม. มีการตั้งเวทีใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ด้วยจำนวนผู้ชุมนุมน่าจะอยู่ที่ 1.2 แสน-1 ล้านคน รถที่จะเข้ามาชุมนุมมีราว 1 แสนคัน เบื้องต้นส่งผลต่อการจราจรในเมืองหลวงทันที
ถัดมาคือ การดูแลสถานที่ราชการ การตรวจตราสถานที่ชุมนุม ย่านเศรษฐกิจ โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า ตู้เอทีเอ็ม ธนาคาร สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน ร้านขายปืน ร้านขายแก๊ส ปั๊มน้ำมัน
นอกจากนี้ ยังกำชับให้ผู้บริหาร กทม.ไปศึกษากฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคง 4 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก
นับเป็นครั้งแรกที่มีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือการชุมนุมอย่างเต็มพิกัด โดยคาดการณ์ว่า "ร้ายแรงที่สุด"
ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของบรรดา ส.ส.กทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ และส.ก. ส.ข.ที่นำผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน ไปพบ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถึงทำเนียบรัฐบาลก็นับเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา
เพราะนี่ไม่ใช่เพียงแค่มาให้กำลังใจนายกฯ หากแต่มายื่นหนังสือเพื่อต่อต้านการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่ส่งสัญญาณความรุนแรง เตรียมน้ำมัน เตรียมขวดจะเข้ามาก่อเหตุ
มองกันแบบชาวบ้านทั่วไปก็คือ นี่คือการมาขออนุญาต ตั้ง "กองกำลังป้องกันตนเอง"
นี่คือการประกาศว่า มวลชนกทม.พร้อมที่จะลุกขึ้นต่อสู้ คัดค้านการชุมนุม
คนเสื้อแดงประสบความสำเร็จในการสร้างความกลัวให้ปกคลุมทั่วพื้นที่ กทม. แต่อาจจะไม่ทันคาดคิดว่า ความกลัวก็แปรเปลี่ยนได้
เพราะชัดเจนว่า หากปล่อยให้คนเสื้อแดงเข้าสู่ใจกลางเมืองหลวงได้ ความเดือดร้อนเพราะต้องหยุดการทำมาหากินจะต้องเกิดขึ้นทั่วเมืองหลวง
หลังจากยื่นจดหมายให้นายกรัฐมนตรี จากนี้ไปมวลชนคน กทม.จะออกแถลงการณ์คัดค้านการชุมนุม ก่อนที่จะเรียกร้องให้คนเมืองหลวงออกมาปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของตนเอง
อย่าลืมว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สันฐาน ชยานนท์ ผบช.น. ก็เปิดทางให้ชุมชนคนเมืองหลวงปกป้องตนเองอย่างเต็มที่มาแล้ว
กลายเป็นความชอบธรรม ที่จะชุมนุมของคนเมืองหลวง !
และกลายเป็นกองกำลังสนับสนุนชั้นเลิศให้เจ้าหน้าที่ โดยที่น่าเป็นห่วงว่า ระยะยาวแล้วความขัดแย้งที่แยกคนแยกสีในวันนี้ คงยากจะหาจุดสิ้นสุดในระยะเวลา 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้าได้
ถึงแม้ว่า หากแผนการณ์นี้สำเร็จ แก้เกม ทักษิณ ได้ก็ตามที
จีรวรรณ ประสมทรัพย์ , ยศวดี หงษ์ทอง