งัดก.ม.มั่นคง-จัดทัพ 5 หมื่นสู้4ทัพ"แม้ว"บุกเมืองกรุง

ในที่สุดคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) วาระพิเศษ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง เป็นประธาน ก็ได้ข้อสรุปว่าจะใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง รับมือคนเสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 11-23 มีนาคม

เหตุผล คตม.แสดงความเป็นห่วงและตัดสินใจใช้กฎหมายฉบับนี้คือ 1.ก่อวินาศกรรมโดยกลุ่มฮาร์ดคอร์ 2.การระดมคนและยานพาหนะ เช่น รถกระบะ และอีแต๋น เพื่อปิดการจราจร และ 3.การปิดล้อมบ้านพักบุคคลสำคัญ และสถานที่ราชการ

 เพื่อรองรับสถานการณ์ครั้งนี้ มีการจัดวางกำลังพลถึง 5 หมื่นคน เฉพาะตำรวจ-ทหาร 3 หมื่น ส่วนเจ้าหน้าที่ปกครองอีกประมาณ 2 หมื่นนาย

 แยกย่อยเฉพาะกำลังจากกองทัพบก 39 กองร้อย กองทัพเรือ 3 กองร้อย กองทัพอากาศ 3 กองร้อย ตำรวจอีก 32 กองร้อย

 นอกจากนี้ยังเตรียมกำลังทหารไว้ในที่ตั้งอีก 44 กองร้อย กำลังส่วนนี้มาจากกองทัพภาคที่ 2 กองทัพภาคที่ 3 และกองทัพภาคที่ 4 อีกบางส่วน

 กำลังที่เตรียมไว้ดูอาจจะมากจนเกินเหตุ และไม่เคยมีมาก่อน แต่หากไปฟัง "วงใน" ที่ประชุม คตม.แล้วจะหนาว ..เพราะมีคนเสนอให้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เสียด้วยซ้ำไป เพราะเชื่อว่า พ.ร.บ.ความมั่นคง เอาไม่อยู่

 แต่สุดท้ายก็มีมติให้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ไปก่อนจนกว่าจะไม่ไหวจริงๆ ค่อยว่ากันในการ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 ที่ประชุมยังประเมินว่าผู้ชุมนุมครั้งนี้จะอยู่ที่ 7-8 หมื่นคน โดยส่วนใหญ่มาจากภาคเหนือราว 4 หมื่นคน และภาคอีสานราว 3 หมื่นคน

 สิ่งที่ คตม.เป็นห่วงอย่างยิ่ง คือยุทธศาสตร์ "แยกกันเดิน รวมกันตี" ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้บริการคนหลายกลุ่ม และให้อิสระในการเคลื่อนไหวแนวทางของตน โดยมี 4 กลุ่มใหญ่ที่ใช้บริการ

 1.กลุ่ม นปช. ที่นำโดยสามเกลอ 2.กลุ่มฮาร์ดคอร์ ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง 3.กลุ่มพรรคเพื่อไทย และ 4.กลุ่มของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย

 แนวทางนี้อาจทำให้สถานการณ์วุ่นวายจนควบคุมไม่ได้ เพราะแต่ละกลุ่มจะไม่ล่วงรู้แผนการเคลื่อนไหวของกลุ่มอื่น แต่มีคนที่ล่วงรู้เพียงคนเดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ควบคุมบัญชาการเองเบ็ดเสร็จ

 เมื่อประเมินแล้วว่าสถานการณ์จะแรงจัด คตม.จึงเตรียมนำ "ข้อห้าม" ใน พ.ร.บ.ความมั่นคง มาสกัดเสื้อแดงอย่างเต็มที่ โดยใช้ข้อห้ามถึง 5 ข้อ จากทั้งหมด 6 ข้อ ซึ่งข้อ 6 ก็คือการประกาศ "เคอร์ฟิว"

 5 ข้อห้ามดังกล่าว ได้แก่ 1.ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติและงดการปฏิบัติ 2.ห้ามใช้อาคารสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอยู่ 3.ห้ามพกพาอาวุธออกนอกเคหสถาน 4.ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม 5.ห้ามใช้เครื่องสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์

 พร้อมทั้งเตรียมนำกฎหมาย 4 ฉบับมาบังคับใช้ คือ 1.พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน 2.พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง 3.พ.ร.บ.เครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ และ 4.พ.ร.บ.การจราจรทางน้ำ

 นอกจากนี้หลังจาก ครม.ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในวันที่ 9 มีนาคม จะเรียกประชุมคณะกรรมการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทั้ง 22 คน เพื่อจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความสงบ (ศอ.รส.)
 การเตรียมกำลังไว้อย่างเต็มอัตราศึก ประกอบกับการนำเอากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมมาใช้ทุกฉบับ ทั้งกฎหมายพิเศษอย่าง พ.ร.บ.ความมั่นคง รวมทั้งกฎหมายปกติที่มุ่งจำกัดเสรีในการเคลื่อนไหวของเสื้อแดง แสดงว่ารัฐบาลประเมินม็อบครั้งนี้ไว้สูงมาก

 ในเมื่อทุ่มเทสรรพกำลังทั้งกองทัพขนาดนี้ ถ้ายังเอาม็อบไม่อยู่อีก...เห็นทีจะต้องยกบ้านยกเมืองให้คนเสื้อแดง พร้อมทั้งปูพรมแดงรอนายใหญ่ที่ดูไบกลับมาทวงขุมทรัพย์ และเถลิงอำนาจอีกรอบแล้วกระมัง

ทีมข่าวความมั่นคง