เตือนคนกรุงเทพฯ

สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่อยู่ในสภาวะปกติ ล่อแหลมอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

 โดยเฉพาะในวันที่ 12-14 มีนาคม หรืออีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้ คนกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบโดยตรงต่อการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่แกนนำพยายามระดมคนเข้ามาเรือนแสน

 ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศมาจากต่างแดนว่า ขอให้คนเสื้อแดงเข้ามาร่วมชุมนุมเหมือนสายน้ำสีแดง ไหลบ่าเข้าเมืองหลวง แถมขู่ว่ามีคนอยากระเบิดพลีชีพให้ด้วย

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็เตือนว่าอาจเกิดวินาศกรรมในช่วงนี้ด้วย

 ลองนึกภาพดูก็แล้วกัน หากเป็นจริงดังว่าจะเกิดอะไรขึ้น น่ากลัวยิ่งกว่า "สงกรานต์เลือด" กี่เท่า!!

 การประกาศเคลื่อนขบวนเข้ามาเมืองหลวงด้วยรถปิกอัพหลายหมื่นคันกับรถอีแต๋นอีกนับไม่ถ้วน จะทำให้การจราจรเป็นอัมพาต

 รัฐบาลประกาศว่า หากฝ่ายเสื้อแดงใช้รถปิดถนนจะยกออกไปทันที แต่ทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากเพราะคนจำนวนมหาศาลเข้ามาร่วมชุมนุม หากเอารถไปยกก็เหมือนยั่วยุ อารมณ์คนยิ่งพลุกพล่าน โอกาสที่จะลุกลามถึงขั้นจลาจลมีสูง

 เรื่องการจราจรก็ประเด็นหนึ่ง แต่ที่ต้องเตือนคนกรุงเทพฯ ก็เพราะสถานการณ์แบบนี้เปราะบางเป็นอย่างยิ่ง อาจมีมือที่หนึ่ง สอง สาม หรือที่สี่ ใช้เหตุสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความวุ่นวายเข้าทางฝ่ายตัวเองได้ทั้งนั้น

 มีการโหมโรงกันมาแล้วไม่ว่าการยิงเอ็ม 79 ไปตกใกล้ทำเนียบ เหตุลอบวางระเบิดตามสถานที่ต่างๆ ล้วนเกี่ยวเนื่องกับการเมืองทั้งสิ้น

 ส่วนจะเป็นเกมของใครยังบอกได้ยากขณะนี้ แต่ที่แน่ๆ กรุงเทพฯ ช่วงนี้มีอันตราย

 คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งถูกจัดตั้ง ส่วนหนึ่งยังภักดีต่ออดีตนายกฯ ส่วนผสมสองด้านนี้ยังไม่น่ากลัว แต่ที่ต้องเฝ้าระวังคือ การเข้ามาแทรกของกลุ่มฮาร์ดคอร์ หรือกองกำลังติดอาวุธที่พร้อมใช้ความรุนแรง

 ตำรวจดูแลยาก คนจำนวนมหาศาลตรวจค้นอาวุธไม่ได้ พวกนี้ปะปนอยู่กับม็อบโอกาสก่อเหตุวุ่นวายมีสูงหากมีเสียงปืนหรือระเบิดเพียงครั้งเดียว มีโอกาสพัฒนาไปถึงจุด "ฝูงชนบ้าคลั่ง" ถึงเมื่อไรทุกอย่างจบ

 กรณีจับอาวุธสงครามลอตใหญ่ที่ จ.นครปฐม แม้เบื้องต้นยังบอกไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับการชุมนุม แต่เป็นสัญญาณที่ไม่ดีในช่วงนี้

 คนกรุงเทพฯ ไม่มีธุระก็ควรงดออกจากบ้าน อย่าเจ็บตัวเพราะการเมืองน้ำเน่า เตือนตนไว้ดีกว่าประมาท!!