นายฮัจยีห์โชติ อับดุลกะเดช อดีตโต๊ะอิหม่ามมัสยิดเกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง กล่าวว่า ผู้นำศาสนา ร่วมกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน คณะครู และนักเรียน บนเกาะลิบงได้รวมตัวกันเคลื่อนไหวขับไล่แก๊งล่าพะยูน และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล สั่งการให้มีการดำเนินการตามกฎหมายกวาดล้างผู้ที่ลักลอบเข้ามาทำประมงแบบผิดกฎหมายอย่างจริงจังและเร่งด่วน
"ขณะนี้ทรัพยากรสัตว์น้ำทุกชนิด ทั้งพะยูน เต่าทะเล รวมทั้งปลาหายาก ในบริเวณหินกอง ซึ่งเป็นแหล่งปะการังเทียม กำลังถูกคนต่างถิ่นลักลอบเข้ามาใช้อวนปิดล้อม และฉีดแก๊สจนตายเป็นเบือ รวมทั้งยังทำให้เครื่องมือทำประมงพื้นบ้านได้รับความเสียหายไปด้วย จนสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอย่างใหญ่หลวง หลายคนต้องเป็นหนี้เป็นสิน เพื่อหาทุนไปซื้อเครื่องมือหากินใหม่" นายฮัจยีห์โชติ กล่าว
นายฮัจยีห์โชติ กล่าวว่า ทางกลุ่มได้ออกแถลงการณ์เรียกร้อง 7 ข้อ ให้จังหวัดตรัง และรัฐบาล เร่งแก้ปัญหาเรื่องนี้เป็นการด่วน เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหา ก็จะได้รับการปล่อยตัวในชั้นอัยการ ดังนั้น รัฐจะต้องสนับสนุนชุมชนในการฟื้นฟูทรัพยากร หรือการวางปะการังเทียมเขตหญ้าทะเลแนวปะการังอย่างจริงจัง และให้เห็นผลในทางปฏิบัติ พร้อมขอให้ประกาศให้เครื่องมือประมง เช่น อวนปลากระเบน อวนทับตะลิ่ง ไม้กระทุ้งน้ำ เบ็ดราวไว เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย
นางวิไลพร พริ้มทอง ชาวบ้านตำบลเกาะลิบง กล่าวว่า ได้รับความเดือดร้อนเนื่องมาจากถูกอวนลากจากต่างถิ่น เข้าลักลอบจับปลา และยังได้ทำลายเครื่องมือประมงพื้นบ้านของครอบครัวไปด้วย ทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินมาซื้อเครื่องมือใหม่ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่เคยสนใจกวาดล้างจับกุม
นายสมพร บุญนวน ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจเฝ้าระวังรักษาทะเล (ฉก.) บ้านน้ำราบ อ.กันตัง กล่าวว่า บางครั้งชุด ฉก.ที่รวมตัวโดยชาวบ้าน ได้ไปจับกุมผู้เข้ามาลักลอบใช้เครื่องมือทำประมงขนาดใหญ่ พร้อมกับของกลาง คือ เต่าทะเล ซึ่งคนกระทำผิดก็เป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ที่คนไทยว่าจ้างมาอีกทอดหนึ่ง แต่ปรากฏว่า พนักงานสอบสวนไม่ดำเนินการให้รัดกุม สุดท้ายอัยการก็สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ทั้งๆ ที่กระทำความผิดอย่างโทนโท่ แล้วอย่างนี้ใครจะไปเกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง