นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในวันที่ 9 มีนาคมนี้ จะหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ โดยกระทรวงพาณิชย์จะเสนอขอดำเนินการเปิดจุดรับซื้อข้าวเองโดยเบ็ดเสร็จ เพื่อความรวดเร็วในการทำงาน และสามารถแก้ปัญหาราคาลดลงได้โดยเร็ว เพราะที่ผ่านมาในบางจุดที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) รับซื้อ ต้องผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำให้เกิดความล่าช้า
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์กำลังประเมินสถานการณ์ว่า ปริมาณข้าวเปลือกที่อยู่ในระบบอย่างแท้จริงมีปริมาณมากน้อยเพียงใด เนื่องจากในช่วงนี้ ปริมาณข้าวเปลือกยังออกสู่ตลาดมาก แต่เกษตรกรระบุว่า ไม่สามารถระบายข้าวเปลือกได้ ซึ่งได้รับรายงานว่า มีพ่อค้า และโรงสีบางกลุ่มในจังหวัดต่างๆ ที่ตุนข้าวเปลือกไว้จำนวนมาก เกรงว่าราคาจะตกต่ำ และอาจได้รับผลกระทบ จึงยุยงให้เกษตรกรในพื้นที่ของตนออกมาประท้วงและกดดันรัฐบาล ว่าไม่สามารถรับซื้อราคาที่ภาครัฐกำหนดไว้ได้ ทั้งที่เรื่องของราคา กขช.มีการคำนวณต้นทุนที่บวกในค่าขนส่ง ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับราคาตลาด
"จะรายงานให้ที่ประชุม กขช.รับทราบข้อเท็จจริงว่า มีขบวนการยุชาวนาให้นำรถอีแต๋นเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ปลายสัปดาห์นี้ และกำลังพิจารณาว่า การกระทำของกลุ่มพ่อค้าถือว่าเข้าข่ายสร้างความปั่นป่วนราคาข้าวในตลาด ซึ่งสามารถเอาผิดตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ" นางพรทิวากล่าว
รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า เชื่ออีกไม่นานสถานการณ์ราคาข้าวจะดีขึ้น เพราะการเปิดจุดรับซื้อข้าวครั้งนี้ รัฐประกาศรับซื้อไม่จำกัดจำนวน เชื่อว่าจะเป็นทางเลือกให้ชาวนามีทางออกในการขายข้าว ขณะเดียวกันจะเป็นการดึงซัพพลาย หรือปริมาณสินค้า ออกจากตลาด จนส่งผลต่อระดับราคาในที่สุด
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาข้าวราคาตกต่ำขณะนี้ มีหลายสาเหตุ ทั้งการลดค่าเงินด่องของเวียดนาม ที่สัปดาห์นี้ทำให้ข้าวสารขาวเวียดนามอยู่ที่ตันละ 385 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากตันละ 400 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ข้าวไทยยังเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 500 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ จะแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบปัญหาคุณภาพข้าวไทยที่ลดลงขณะนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นพบสาเหตุหลักๆ คือ คุณภาพลดลงจากการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดด และมีผู้นำข้าวจากเวียดนาม ที่มีราคาถูกกว่าไทยมากมาผสม (เปาเกา) กับข้าวไทย ซึ่งเรื่องนี้กำลังตรวจสอบอยู่