(8มี.ค.) การเตรียมการรับมือการนัดรวมพลของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 12 มี.ค. ตามแผนปฏิบัติการ “12 มีนา 12 นาฬิกา ” ซึ่งในพื้นที่ กทม.กำหนดนัดพบ 6 จุด ได้แก่ 1. วงเวียนใหญ่ จุดที่ 2 อนุสาวรีย์ปราบกบฎหลักสี่ จุดที่ 3 สวนลุมพินี จุดที่ 4 หน้า สน.ทุ่งสองห้อง จุดที่ 5 สี่แยกบางนา จุดที่ 6 หน้าสนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง ของกรุงเทพมหานคร โดยนายเสือชนะ สุดเจริญ ผอ.เขตบางนา กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา ทราบว่าผู้ชุมนุมมานัดรวมพลกันที่แยกบางนาเพื่อเคลื่อนขบวนต่อไปยังถนนราชดำเนินพร้อมกัน ดังนั้นจึงไม่น่าหนักใจ เนื่องจากไม่ใช่พื้นที่ชุมนุม อย่างไรก็ตาม มีการตั้งจุดกองอำนวยการร่วม เทศกิจ-ทหาร-ตำรวจ ในพื้นที่เขตบางนา 1 จุด คือ บริเวณหน้าตึกเนชั่น ถนนบางนา-ตราด เพื่อตรวจตราความเรียบร้อย และกรณีหากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเจ้าหน้าที่สามารถเข้าคลี่คลายสถานการณ์ได้ทันท่วงที นอกจากนี้เขตได้ลงพื้นที่ภายในชุมชนต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลกับประชาชนให้ระมัดระวัง ป้องกันตนเอง และช่วยดูแลความผิดปกติต่างๆ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานชาวบ้านรวมตัวต่อต้านผู้ชุมนุมแต่อย่างใด
นางอมรรัตน์ กฤตยานุวัช ผอ.เขตหลักสี่ กล่าวว่า ตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้นัดรวมพลกันที่หน้า สน.ทุ่งสองห้อง เบื้องต้นไม่มีการตั้งเวที และเมื่อรวมพลกันเรียบร้อยแล้วจะเคลื่อนต่อไปจุดที่มีการชุมนุมใหญ่ อย่างไรก็ดี เขตพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมพร้อมในการดูแลความปลอดภัย และความทุกข์สุขของประชาชน โดยมีจุดตรวจร่วม 2 จุด บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าไอที สแควร์ และหน้าปั๊มคาลเท็กซ์ ตรงข้ามสำนักงาน ทีโอที ทั้งนี้จากการพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ในเบื้องต้นไม่พบการเคลื่อนไหว หรือมีการรวมตัวต่อต้านกลุ่มผู้ชุมนุมของคนในพื้นที่เขตแต่อย่างใด และคนเสื้อแดงในพื้นที่เขตหลักสี่ก็ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด
ด้านนายอมรทัต พิจิตรคดีพล ผอ.เขตบางเขน กล่าวว่า ขณะนี้เขตกำลังติดตามสถานการณ์การนัดชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณอนุสาวรีย์ปราบกบฏหลักสี่ ในพื้นที่เขตบางเขน ซึ่งปัจจุบันบริเวณอนุสาวรีย์ฯ มีการก่อสร้างสะพานลอยข้ามแยกอยู่ และมีการกองวัสดุอุปกรณ์ ทำให้ที่จอดรถมีน้อยมาก พื้นที่อาจรองรับไม่เพียงพอ ซึ่งเชื่อว่าปัญหาจราจรจะเกิดขึ้นแน่นอน ขณะที่จำนวนผู้ชุมนุมก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ ส่วนการดูแลความปลอดภัยได้มีจุดตรวจร่วมที่บริเวณกองบินตำรวจ นอกจากนี้ตนได้สั่งการให้เทศกิจสายตรวจทำการตระเวณตรวจสอบความเรียบร้อยสถานที่ราชการสำคัญ โรงเรียน มหาวิทยาลัย ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
นายสุวพร เจิมรังษี ผอ.เขตพระนคร กล่าวว่าทางสำนักงานเขตได้เน้นในเรื่องของการอำนวยความสะดวกและการรักษาความสะอาดเรียบร้อย อาทิ การให้บริการน้ำดื่ม บริการสุขาเคลื่อนที่รวมถึงเติมน้ำในรถสุขา เก็บกวาดขยะ ทำความสะอาดพื้นที่ชุมนุม นอกจากนั้นในการสนับสนุนงานของเจ้าหน้าที่ ในวันที่ 9 มี.ค.ทางเจ้าหน้าที่เทศกิจและตำรวจสน.ในพื้นที่ ได้แก่ สน.นางเลิ้ง สน.สำราญราษฎร์ และสน.ชนะสงคราม จะมีการทำแผนด้านความมั่นคงอีกครั้งหนึ่งด้วย ส่วนในเรื่องของชุมชนของเขตพระนครนั้น จะใช้กลไกของโครงการเทศกิจเพื่อชุมชนในการเข้าทำความเข้าใจ เบื้องต้นได้ขอความร่วมมือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมชนให้งดการเดินทางและให้อยู่ภายในบ้านพัก
ม.ล.วิณา สุบรรณ ผอ.เขตธนบุรี กล่าวว่า จากที่ได้ประเมินสถานการณ์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่แล้วคาดว่าจะมีผู้ชุมนุมที่วงเวียนใหญ่ประมาณ 10,000 คน ซึ่งทางเขตได้ตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 2 จุด คือ อาคารนาป้า และใต้สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ (เอส8) นอกจากนั้นแล้วได้ประสานสถานีดับเพลิงในพื้นที่ โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลพระปิ่นเกล้า มูลนิธิปอเต๊กตึ๊ง ให้จัดเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่ศูนย์อำนวยการด้วย ทั้งนี้ยังได้มีการเตรียมแผงเหล็กกั้น ไว้ให้กับผู้ชุมนุมกรณีที่ต้องการเพื่อป้องกันความไม่ปลอดภัย ประสานกับการไฟฟ้าในพื้นที่ให้เตรียมไฟฟ้าสำรอง ในส่วนของการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรนั้นได้มีกำลังของเจ้าหน้าที่ อป.พร. เทศกิจ ดูแลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ส่วนการดูแลด้านอื่นๆ เขตได้ประสานกับทาง สจส. ดูแลเรื่องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อเก็บภาพเหตุการณ์ ประสานสวล. ขอรถสุขา จำนวน 3 คัน ส่วนการดูแลอาคารสถานนั้น ได้ประสานไปยังห้างสรรพสินค้า ธนาคารกรุงเทพในพื้นที่ ให้จัดเวรยามดูแลอย่างเข้มงวด ส่วนชุมชนในพื้นที่เขตธนบุรีนั้น เบื้องต้นยังไม่พบความเคลื่อนไหวต่อต้านหรือจะเข้าร่วม ทั้งนี้เชื่อว่าคนที่มาร่วมชุมนุมจะเป็นคนในพื้นที่ต่างจังหวัดมากกว่าคนในพื้นที่
นายวรพจน์ อินทุลักษณ์ ผอ.เขตปทุมวัน กล่าวว่า ขณะนี้ทางเขตได้ร่วมกับทาง สน.ปทุมวันและสน.ลุมพินี ตั้งจุดร่วม 2 จุด คือ แยกปทุมวัน และแยกราชประสงค์ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน ทั้งนี้ในเขตปทุมวันถือเป็นพื้นที่สำคัญ การค้า และย่านเศรษฐกิจ ทางเขตจึงค่อนข้างห่วงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า แต่เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่อาจจะไม่เพียงพอในการดูแลให้ครอบคลุมได้ประสานห้างสรรพสินค้าดูแลความปลอดภัยด้วยส่วนหนึ่ง ในส่วนของชุมชนก็จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล แต่ชุมชนจะต้องดูแลระมัดระวังเหตุร้ายและเหตุไม่ปกติรวมถึงปัญหาอาชญากรรมร่วมกับทางเขตด้วย