เมื่อเวลา10.00น. วันที่ 7 มี.ค. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ เอ็กซ์คลูซีฟ สถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 เมกะเฮริทซ์ อสมท. ถึงกระแสข่าวว่าจะไม่เป็นผู้นำทัพพรรคเพื่อไทยร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า เรียนอย่างตรงไปตรงมา ไม่พูดอะไรอ้อมค้อมว่า ปัญหาคือ มีนักการเมืองบางคนในพรรค พยายามที่จะเดินเกมการเมือง และนักการเมืองคนนั้นก็เคยสังกัดพรรคไทยรักไทย แต่อยู่ในห้วงที่เว้นวรรคทางการเมือง พยายามรวมกลุ่มก้อน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วในพรรคเพื่อไทยเป็นเอกภาพถึงร้อยละ95 แต่มีนักการเมืองบางคนที่จะทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้แนบชื่อตนในญัตติไม่ไว้วางใจไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ
ประธานส.ส.เพื่อไทย กล่าวว่า ตนบอกกับพรรคไปว่า หากพรรคคิดอย่างนั้นแล้วยังไม่ได้ข้อยุติตนก็ขออนุญาตงดประชุมพรรคเกี่ยวกับญัตติไม่ไว้วางใจ หากพรรคมีข้อยุติชัดเจนแล้วว่าเงื่อนไขของตน คือ ต้องใส่ชื่อคนในพรรคเท่านั้น ส่วนจะใส่ชื่อใครตนไม่ติดใจ จะเป็น ส.ส.ของพรรคคนใดก็ได้ใน 193 คน ถ้าหาไม่ได้ก็ไปหาในที่ประชุมพรรค “โดยไม่ต้องเป็นผม แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคมีข้อยุติเป็นเอกฉันท์ว่าจะต้องใส่ชื่อคนในพรรคแนบญัตติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เมื่อเงื่อนไขนี้เป็นเงื่อนไขที่ผมเรียกร้องแล้วได้รับการตอบสนอง ผมก็กราบขอบพระคุณพรรคเพื่อไทย คณะกรรมการบริหารพรรค และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีการเสนอชื่อของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบเลย แล้วถ้าเป็นจริงตนก็ไม่เห็นด้วย เพราะเล่นการเมืองอย่างนี้มันไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์กติกา มันเป็นการเล่นการเมืองนอกระบบ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ต้องยอมรับกติกาว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็มาจากการเลือกตั้ง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน ก็เปลี่ยนมาเป็นพรรคเพื่อไทย ซึ่งคนของเราเองต่างหากที่ไปร่วมกับเขาจัดตั้งรัฐบาล และเราตำหนินายอภิสิทธิ์ว่าคุณรับคนของพวกเราไปทำไม
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า พูดได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้รับไว้วางใจจากประชาชนให้มาทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาล เพราะหลังเลือกตั้งได้เพียง 165 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทยได้ 237 เสียง แต่เมื่อคนของเราไปร่วมกับเขา ขั้นตอนนั้นก็ผ่านพ้นไป ตนก็ต้องนำเรื่องนี้ไปรณรงค์หาเสียงต่อไปในการเลือกตั้งครั้งหน้า ว่า พรรคประชาธิปัตย์ชุบมือเปิบ นายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯถึงจะอ้างว่าถูกต้อง แต่ว่ามันไม่ชอบธรรม เพราะไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชน เขาไม่ได้เลือกคุณมาด้วยเสียงข้างมาก ได้เป็นรัฐบาล เพราะอุบัติเหตุทางการเมือง
“แต่เมื่อเขาตั้งรัฐบาลไปแล้ว ใครก็ตามในพรรคเพื่อไทยไปติดต่อ พล.ต.สนั่น ซึ่งไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ เป็นความน่าละอาย เพราะไปทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หากเป็นจริง ใส่ชื่อ พล.ต.สนั่น ในญัตติไม่ไว้วางใจฯ ผมก็ไม่ร่วมอภิปราย ทั้งๆที่ผมกับพี่หนั่นรักกันมาด้วยระยะเวลาเกือบ 40 ปี แต่การเมืองมันต้องมีกฎเกณฑ์กติกา มันต้องมีระบบ ผมเล่นการเมืองมาหลายสิบปี ผมทำอย่างนี้ไม่ได้ ผมจะไม่มีการฉกฉวยและไม่มีการวิ่งราวทางการเมืองเหมือนที่พรรคประชาธิปัตย์ทำ ฉะนั้นผมมีจุดยืน ผมไม่ทราบว่าใครในพรรคเพื่อไทยไปคิดอย่างนี้ จะมีหรือไม่จริงหรือไม่มากน้อยแค่ไหน ผมไม่เคยติดตาม แต่เป็นข้อยุติแล้วว่าต้องไม่มีกรณีคนนอกพรรคมาแนบชื่อเป็นนายกฯในญัตติ”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
“ในพรรคที่พยายามทำเรื่องนี้ก็มีคน 2 คนเท่านั้น พวกที่ยังมีความริษยาผมเป็นการส่วนตัว คือทำยังไงก็ตามให้ชื่อแนบท้ายไม่ใช่เฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งจริงตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นชื่อใคร แต่เขาปรารถนาเท่านั้นก็มาสร้างความวุ่นวาย ทำให้พรรคเสียเวลาไป 3 สัปดาห์ เล่นการเมืองอย่างนี้ไม่คำนึงถึงพรรค ท่านทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกฯ)ท่านโชคดีปนโชคร้าย ท่านตั้งพรรคการเมืองพี่น้องประชาชนศรัทธาท่าน ขึ้นมาเป็นนายก 7 ปี มีผลงานประชาชนศรัทธา ไอ้คนร่วมขบวนการกับท่านก็ไปเข้าใจผิดว่า เพราะพวกเขาจึงทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีความนิยมดี จริงๆไม่ใช่ คนเหล่านั้นได้ดีเพราะพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเขาเข้าใจผิดและฟังเพลงอนันต์ บุญนาค มากไป เขาเรียกว่าพวกหลงตัวเอง พอเปลี่ยนจากรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้านก็ทำตัวไม่ถูก”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
“ผมบอกคณะกรรมการบริหารพรรคไปแล้วว่า นายกฯอภิสิทธิ์จะได้รับเกียรติในฐานะผู้นำรัฐบาล นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่สถานะการบ้านเมืองความสัมพันธ์ต่างประเทศไม่ดี ไม่ใช่เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่จากพรรคเพื่อไทย แต่เกิดจากพฤติกรรมของคุณกษิต ที่ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ด่าเขมร ด่าจีน เขาก็มีเทป มีการบันทึกภาพ มีการจดจำว่าคนอย่างท่าน บุกสนามบินในฐานะผู้ก่อการร้าย ท่านเป็นผู้ต้องหาระยะเวลา 1 ปีเศษแต่ยังทำสำนวนไม่เสร็จ ยังขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนทั้งที่ขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ สนธิสัญญา อย่างนี้เราต้องให้เกียรติไม่ไว้วางใจท่าน ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย ซึ่งจะเป็นแขกรับเชิญแล้วก็จะได้ฮากันตลอดเวลา มีประเด็นสำคัญ คือ เป็นประเด็นสำคัญที่นักรัฐศาสตร์ทั่วประเทศต่อว่า ท่านอยู่ไม่ได้ และอีกคนหนึ่งผมกำลังขออนุญาตที่ประชุมพรรคตัวผมจะนำเสนอข้อมูลแต่ขอปิดเป็นความลับ เพราะเดี๋ยวจะหาว่าผมออฟไซด์พรรค แต่เมื่อเปิดเผยแล้วต้องเฮ กันทั้งประเทศ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า คนที่ 4 ที่จะยื่นอภิปรายนั้นเป็นการยื่นญัตติเหมือนกับการที่ไปซื้อไก่ในช่วงตรุษจีน เขาเรียกว่าตายเหมาเข่ง อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าจะยังไม่เปิดเผย “เพราะกลัวพวก111 ดุเอา”
เมื่อถามว่าตอนนี้หลักฐานพอที่จะยื่นถอดถอนทั้ง 4 คนได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อันนั้นชัดเจน เพราะถ้าไม่ยื่นถอดถอน ก็จะอภิปรายเรื่องทุจริตไม่ได้ อย่างไรก็ตามจะไม่มีการอภิปรายเรื่องนโยบายเพราะ 3 วัน ก็เถียงกันไม่จบ สู้เขาไม่ได้ ดังนั้นต้องเรื่องทุจริต
เมื่อถามว่าสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ยังมีอิทธิพลอยู่ในพรรคอีกหรือ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็ยังแอบๆมีอยู่ แต่ไม่มีอิทธิพลที่จะมาเปลี่ยนประเด็นได้ ซึ่งเป็นเรื่องยาก แต่เขามาทำให้จุกจิกใจจึงทำให้เสียเวลาไป 3 สัปดาห์ ไม่เข้าท่า
เมื่อถามว่าจะยื่นญัติอภิปรายเมื่อใด เพราะคนเสื้อแดงก็เร่งให้รัฐบาลยุบสภา ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "คนเสื้อแดงไม่เคยคุยกับผม และผมก็ไม่เคยคุยกับคนเสื้อแดง เพราะเขาก็ทำงานของเขาไป แต่ผมไม่เล่นการเมืองนอกสภาเอาในสภาเป็นหลัก อย่างไรก็ตามผมเห็นว่าการเมืองทุกวันนี้มันอลเวง สับสนวุ่นวาย ประชาชนรับไม่ทันและงงกับสถานการณ์ต่างๆ ใจผมจึงคิดว่าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องให้ประชาชนอยากมีความรู้สึกว่าสมองเขาว่าง อยากรับรู้ว่าเขาไม่ไว้วางใจกันเรื่องอะไร ฝ่ายค้านเสนอและมีเหตุผลอย่างไร รัฐบาลตอบอย่างไร ผมรอเวลานั้น และผมคิดว่าเวลานี้ประชาชนเขาก็รอวันสงกรานต์ รอว่า 8-9 วัน จะกลับไปพักผ่อนให้เต็มอิ่ม แล้วหลังจากนั้นการเมืองจะว่าง ผมก็จะเสนอพรรคให้เรายื่นอภิปรายหลังสงกรานต์หลังปีใหม่เอาฤกษ์เอาชัยดีไหม ถ้าหลังสงกรานต์ประชาชนกินอิ่ม นอนหลับ สุขภาพดีจากการพบญาติ สมองก็ดี อยากฟังข้อมูล แล้วรัฐบาลก็จะอยู่ลำบาก แต่นี่เป็นความคิดของผมคนเดียวที่วันที่ 9 มี.ค.จะหารือกับพรรคในกรอบกว้างๆว่าเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าพรรคไม่เห็นด้วยผมก็เห็นตามเสียงส่วนใหญ่”
เมื่อถามว่าข้อมูลจะไม่เก่าไปหรือ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ เพราะข้อมูลของตนท็อปซีเคร็ท ภรรยากับลูกตนยังไม่บอกเลยและไม่เคยปรากฏมาก่อนในสื่อสาธารณะ ซึ่งช่วงที่ตนไม่ได้ประชุมพรรคตนก็นั่งเตรียมเอกสารอยู่ตลอด อย่างไรก็ตามยืนยันวันที่ 9 มี.ค.จะเข้าประชุมพรรคเดินหน้าตรวจสอบรัฐบาลอย่างจริงใจจริงจังเข้ม บนพื้นฐานของความชอบธรรม ข้อมูลต้องชัดเจน อย่าใส่ร้าย อย่าพูดเอามัน เอาสนุก ต้องรักษาความเป็นดาวสภาเอาไว้ให้ได้