ผีแดงชนะ1-0 นำจ่าฝูงปอมปีย์เข้ารอบรองเอฟเอ

"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดบ้านชนะ "คลาเรตส์" เบิร์นลีย์ 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา แถมยังทำคะแนนทาบ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ได้อีกด้วย ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมส่งผู้เล่นชุดใหญ่บุกไปเยือน "ลาติกส์" วีแกน ในเกมฟาดแข้งคืนวันจันทร์นี้

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดสนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "คลาเรสต์" เบิร์นลีย์ นัดนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเจ้าถิ่น จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเหมือนเดิม นำทัพโดย มานูเอล อัลมูเรีย, โธมัส แฟร์มาเลน, ซาเมียร์ นาสรี, โทมัส โรซิคกี้, เชส ฟาเบรกาส และ นิคลาส เบนด์ทเนอร์ ด้าน ไบรอัน ลอว์ส กุนซือทีมเยือน เปิดโอกาสให้ มาร์ติน เพตเตอร์สัน ยืนล่าตาข่าย คู่กับ เดวิด นูเจนท์

 รูปเกมในช่วงครึ่งแรก "ปืนใหญ่" สามารถครองบอลได้เหนือกว่า ก่อนเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากฝีเท้าของ เชส ฟาเบรกาส นาที 34 แต่กลับถูกเปลี่ยนออกจากสนามในช่วงท้ายครึ่งแรก เพราะมีปัญหาบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า จบ 45 นาทีแรก อาร์เซนอล ขึ้นนำ 1-0 เข้าสู่ครึ่งหลัง เจ้าถิ่นยังคงเดินหน้าทำเกมรุกอย่างต่อเนื่อง ทว่าทีมเยือนสามารถฉวยโอกาสยิงประตูตีเสมอได้สำเร็จ จากการซัลโวแบบเหนือชั้นของ เดวิด นูเจนท์ นาที 50

 หลังจากนั้น "ปืนใหญ่" กลับเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากลูกยิงของ ธีโอ วัลคอตต์ นาที 60 ก่อนที่หัวหอกตัวสำรองอย่าง อังเดร อาร์ชาวิน จะถูกเปลี่ยนตัวลงมาสังหารลูกท้ายในช่วงท้ายเกม นาที 90 หมดเวลาการแข่งขัน อาร์เซนอล เป็นฝ่ายเปิดบ้านชนะ เบิร์นลีย์ 3-1

 ส่งผลให้ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล แข่ง 29 นัด มี 61 แต้ม แถมยังสามารถทำคะแนนทาบ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมจ่าฝูง ที่ลงเล่นน้อยกว่า 1 นัด ได้อีกด้วย ทว่ามีผลต่างประตูได้เสียน้อยกว่า 2 ลูก จึงทำให้ อาร์เซนอล ต้องรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงในฐานะทีมอันดับ 2 ไปก่อน ด้าน เบิร์นลีย์ ยังคงรั้งตำแหน่งรองบ๊วยอันดับ 19 แข่ง 28 นัด มี 23 แต้มเท่าเดิม  

 ส่วนผลอีก "ขุนค้อน" เวสต์แฮม พลาดท่าแพ้ "เดอะทรอตเตอร์" โบลตัน คาถิ่นอัพตัน ปาร์ค ของตัวเอง 1-2  "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 จากการยิงของสโคล นาทีที่ 73  ขึ้นนำจ่าฝูง

 ขณะที่ผลการแข่งขันศึกฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในช่วงคืนวันเดียวกัน "ปอมปีย์" ปอร์ทสมัธ ทีมบ๊วยท้ายตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สามารถตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เป็นทีมแรก หลังเปิดสนามแฟรตตัน ปาร์ค เอาชนะ "ตราลูกโลก" เบอร์มิงแฮม เพื่อนร่วมลีกเดียวกัน 2-0    ฟูแล่ม เสมอ  สเปอร์ส 0-0
          
 ด้านความเคลื่อนไหวก่อนเกมศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ คืนวันจันทร์ที่ 8 มีนาคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งเพียง 1 คู่ โดย "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 6 แข่ง 28 นัด มี 48 แต้ม ยกพลไปเยือนสนามดีดับเบิลยู สเตเดี้ยม ดวลแข้งกับ "ลาติกส์" วีแกน ทีมอันดับ 16 แข่ง 27 นัด มี 26 แต้ม เริ่มเตะเวลา 03.00 น.

 นัดนี้ "ราฟา" ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ "หงส์แดง" เตรียมได้ตัว เกลน จอห์นสัน แบ็กขวาจอมบุกที่เพิ่งหายเดี้ยงกลับมาช่วยทีมอีกครั้งหนึ่ง แต่คาดว่าจะมีชื่อนั่งตัวสำรองอยู่ข้างสนามไปก่อน ขณะที่ 2 กองหลังอย่าง มาร์ติน สเคอร์เทล กับ ฟาบิโอ ออเรลิโอ ยังต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บต่อไป ส่วนขุมกำลังสำคัญในตำแหน่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น โฆเซ่ เรนา, เจมี คาร์ราเกอร์, ฮาเบียร์ มาสเชราโน, ยอสซี เบนายูน, เดียร์ก เคาท์, สตีเวน เจอร์ราร์ด และ "เอลนินโญ่" เฟอร์นันโด ตอร์เรส สามารถลงเล่นเป็นตัวจริงได้ตามปกติ

  ทางฝั่งเจ้าถิ่นของ โรแบร์โต มาร์ติเนซ ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ สตีฟ โกฮูรี ปราการหลังตัวกลางที่เพิ่งหายเจ็บเอ็นร้อยหวาย แต่ไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นตัวหลักได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม ส่งผลให้ คริส เคิร์กแลนด์, ไตตัส บรัมเบิ้ล, มาริโอ เมลชอต, พอล ชาร์เนอร์, ชาร์ลส์ เอนซอกเบีย และ ฮูโก้ โรดัลเยก้า พร้อมลงสนาม เพื่อหวังเก็บชัยชนะในเกมนัดนี้ให้ได้ หลังจากโชว์ฟอร์มย่ำแย่ ไม่ชนะในลีกมาแล้วถึง 7 นัดติดต่อกัน

  สำหรับคู่นี้เคยเผชิญหน้ากันในเกมลีกเมืองผู้ดีมาแล้วทั้งหมดเพียงแค่ 9 นัดเท่านั้น ผลปรากฏว่า ลิเวอร์พูล มีสถิติเหนือกว่า วีแกน อย่างเห็นได้ชัด ชนะ 7 เสมอ 2 ไม่เคยแพ้ ทว่า ลิเวอร์พูล มีปัญหาเรื่องยิงประตูนอกบ้าน เพราะยิงประตูนอกถิ่นไม่ได้มาแล้วถึง 3 เกมติดต่อกัน