(5มี.ค.) นายทวี บุญยิ่ง นายกสมาคมประมงจังหวัดระนอง เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่า จากปรากฏการณ์แอลนินโญที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบถึงผู้ประกอบการประมง โดยเฉพาะในฝั่งทะเลอันดามัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำเย็น และน้ำอุ่นทำให้ปลาที่อาศัยในทะเลอันดามันมีการเคลื่อนย้ายที่อยู่เพื่อหลบหนีการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ
“ขณะนี้เรือประมงที่ออกไปจับปลาในทะเลอันดามันพบว่าปริมาณปลาที่จับได้ลดลงกว่า 50% ทำให้เรือประมงที่ได้ตั๋วสัมปทานในเขตน่านน้ำอันดามันโดยเฉพาะในประเทศพม่ากว่า 100 ลำได้ทยอยนำเรือเข้ามาจอดเทียบท่า เพราะไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับปริมาณปลาที่จับได้ ส่วนเรือประมงที่ยังจับปลาก็จะพยายามยืดระยะเวลาในการจับปลาออกไปจากปกติจะอยู่ในทะเล 30 วัน ก็จะขยายออกไปอีก 10 วัน เป็น 40 วัน โดยยอมใช้จ่ายค่าตั๋วสัมปทานส่วนที่เกินกำหนดเวลาเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งหากสถานกาณณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าจะส่งผลกระทบถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างแน่นอน”
นายกฤษณะ เอี่ยมวงศ์นที ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง เจ้าของกิจการโรงงานปลาป่น และคานเรือ กล่าวว่าขณะนี้มีเรือประมงเข้ามาจอดเทียบท่าและขอเข้าซ่อมบำรุงที่คานเรือเป็นจำนวนมาก โดยบอกว่าออกไปจับปลาก็ไม่คุ้ม จึงใช้ช่วงจังหวะดังกล่าวนำเรือเข้ามาซ่อมแซม นอกจากนี้ปริมาณสัตว์น้ำที่ลดลงทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำเริ่มเกิดปัญหา หลายโรงงานต้องหาแหล่งวัตถุดิบสำรองเข้ามาเสริม
นายชูชัย รังสิยานันท์ ประธานกรรมการ บริษัท ระนองโฟรเซ่นฟู้ด จำกัด ผู้ส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งรายใหญ่ในภาคใต้ เปิดเผยกับว่า ตอนนี้สถานการณ์ประมงไทยถือว่าไม่ดีและเริ่มส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมต่อเนื่อง แปรรูปสัตว์ อาหารทะเลแช่แข็งอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในส่วนของภาคอุตสาหกรรมก็คงจะต้องปรับตัวมากเช่นกันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในส่วนของตนขณะนี้คือการหาแหล่งวัตถุดิบสำรองจากเดิมที่ซื้อเฉพาะวัตถุดิบในเขตพื้นที่ระนองเป็นหลัก แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มไม่แน่นอน จึงได้หาแหล่งวัตถุดิบใหม่ไว้สำรองทั้งที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร
นอกจากนี้ยังมองหาแหล่งวัตถุดิบนอกประเทศที่มีการทำประมงมากเช่นในแถบประเทศโอมาน และเยเมน ซึ่งพอที่จะมีวัตถุดิบรองรับการขยายตัวมากเช่นกัน แต่มีข้อเสียคือการทำประมงในย่านนี้จะเป็นประมงลักษณะฤดูกาล เมื่อหมดฤดูกาลก็จะไม่มีสัตว์น้ำให้จับ ไม่เหมือนกับการทำประมงในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำได้ทั้งปี แต่ก็สามารถนำมาใช้แก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้
นายวีระ บุญราศี เจ้าของแพปลาชื่อโกตา ซึ่งเป็นแพปลาขนาดใหญ่ในเขตพื้นที่จังหวัดระนอง และเจ้าของกิจการแพปลาที่มหาชัย เปิดเผยว่าจากปัญหาที่เกิดขึ้นได้ส่งผลต่อปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้มีปริมาณลดลงเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้เกิดขึ้นมานาน ประกอบกับผลกระทบจากกรณีแอลนินโญ จนส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจต่อเนื่องโดยเฉพาะกิจการแพปลาปัจจุบันหลายแพเริ่มทยอยปิดกิจการทั้งชั่วคราว และถาวร โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดระนองซึ่งอดีตเป็นพื้นที่ที่มีการซื้อขายสัตว์น้ำประเภทปลามากที่สุดในภาคใต้ จนทำให้กิจการแพปลาเกิดขึ้นกว่า 300 แพ แต่ปัจจุบันลดเหลือเพียงแค่ประมาณ 120 แพเท่านั้น และยังมีทีท่าว่าจะปิดตัวเองอีกหลายแพหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นปัจจุบัน