พาณิชย์ตั้งทีมไล่เช็ก"สต็อกข้าว"สกัดยักยอกไปขาย-รัฐหาช่องระบายตลาดนอก

"ไตรรงค์" สั่งไล่เช็กสต็อกข้าวก่อนบินเจรจาขายตลาดนอก พาณิชย์ตั้งทีมลงพื้นที่ตั้งแต่สัปดาห์นี้ ป้องกันยักยอกไปขายหลังตลาดตึงตัว พร้อมเร่งเปิดจุดรับซื้อให้มากกว่า 30 จุด

 นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำว่า เตรียมเดินทางไปเจรจาตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในแอฟริกาและอาหรับ แต่ต้องไล่ตรวจสอบสต็อกข้าวของรัฐบาลก่อนว่ามีปริมาณเท่าไร เพื่อจะได้บริหารสต็อกอย่างถูกต้อง และยืนยันว่า ขณะนี้จะยังไม่มีการระบายข้าวในสต็อก ส่วนปัญหาความเดือดร้อนของชาวนานั้น ไม่ได้มาจากระบบประกันราคา แต่มาจากปัญหาภัยแล้งและเพลี้ยกระโดด ส่งผลให้ผลผลิตเสียหาย ซึ่งต้องแยกปัญหาออกจากกัน

 "ความทุกข์ชาวนาเรื่องเพลี้ย เรื่องภัยแล้ง รัฐบาลต้องหาทางช่วยเหลือทางอื่น ไม่ใช่มาปรับราคา และชาวนาที่ต้องรีบขายข้าวเพราะความชื้นมาก ก็เก็บหลักฐานไว้ เมื่อไปขึ้นทะเบียนรัฐบาลจะมาดูเพื่อช่วยเหลือ" นายไตรรงค์กล่าวและว่า ส่วนการเคลื่อนไหวของชาวนาอาจมีบางฝ่ายผสมโรงในการยุยงในเชิงการเมือง จึงทำให้การเคลื่อนไหวมีทั้งปัญหาข้าวที่เกิดขึ้นจริงกับส่วนที่มีการพยายามโยงกับเรื่องอื่น   

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จะเร่งตรวจสต็อกข้าวของรัฐ 5.6 ล้านตัน ในส่วนที่ฝากเก็บไว้กับโรงสี คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์จากนี้จะดำเนินการได้ ส่วนข้อเรียกร้องของชาวนาให้เปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง 2553 ในราคาที่กำหนดข้าวขาวตันละ 1.2 หมื่นบาท คงดำเนินการได้ยาก เพราะนโยบายของรัฐบาลยืนยันใช้โครงการประกันรายได้เป็นหลัก

 “กระทรวงพาณิชย์อยู่ปลายทาง เราเป็นผู้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ เรื่องเปิดโครงการรับจำนำ ดูจากนโยบายรัฐบาลแล้วตอนนี้ก็ยาก ส่วนเรื่องราคาเชื่อว่าถ้าดูแลให้ดีราคาตลาดจะกลับมาสูงใกล้เคียงที่ชาวนาเรียกร้องได้ไม่ยาก” นางพรทิวากล่าว

 นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะจัดตั้งคณะตรวจสอบเพื่อลงพื้นที่ออกตรวจเช็กสต็อกข้าวในเขตพื้นที่ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป ที่ผ่านมามีข้อมูลการตรวจเช็กไปบ้างแล้ว แต่ขณะนี้สถานการณ์ข้าวในมือผู้ส่งออกอยู่ในภาวะตึงตัว เพราะข้าวส่วนใหญ่อยู่ในมือของรัฐบาล หากผู้ส่งออกต้องการข้าวก็อยากให้ไปซื้อข้าวจากโรงสีหรือเกษตรกรโดยตรง

 “การที่รัฐบาลให้ดำเนินการตรวจสต็อกอีกครั้งหนึ่ง เพราะเกรงว่าอาจจะมีวิธีการยักยอก นำข้าวในโกดังหรือโรงสีไปขายให้กลุ่มที่ต้องการข้าว และหากพบการกระทำดังกล่าวทั้งผู้กระทำก็จะถูกดำเนินคดี ถูกขึ้นบัญชีดำ ยึดใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจ” นายยรรยง กล่าว และว่า ส่วนความคืบหน้าการเปิดจุดรับซื้อข้าวของรัฐนั้น ขณะนี้เปิดไปแล้ว 26 จุดใน 10 จังหวัด โดยจังหวัดที่เปิดมากที่สุด คือ นครสวรรค์ 4 จุด พิษณุโลก 3 จุด และเชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้จะเปิดได้มากกว่า 30 จุด