เว็บไซต์เสธ.แดงขึ้นบัญชีดำ53รายชื่อ

จ่อหมายจับ "เคทอง" ตำรวจเชื่อเอี่ยวบึ้มแบงก์กรุงเทพ ตั้ง 2 ข้อหาหนัก โผล่อีกคลิปคุกคามสื่อ เว็บไซต์ เสธ.แดง ขึ้นบัญชีดำ 53 รายชื่อ รอง ผบช.น.ยุฟ้องหมิ่น ส่วนคดีปาระเบิดแบงก์กรุงเทพ สาขาสีลม เล็งออกหมายจับคนขี่ จยย.

 การติดตามเอาผิดนายพรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือ "เคทอง" โฆษกพรรคขัตติยะธรรม และเป็นคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ภายหลังพูดจายั่วยุปลุกระดมให้ประชาชนใช้ความรุนแรง และประกาศสงครามกลางเมือง ซึ่งเผยแพร่ผ่านคลิปวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตนั้น

 ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวว่า การประชุมร่วมระหว่างชุดสืบสวนของ บช.น. กับชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 (บก.น.3) ในข้อกฎหมายว่าจะเอาผิดกับนายพรวัฒน์ได้หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้นายพรวัฒน์อยู่ระหว่างประกันตัวในคดีอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ส่วนที่นายพรวัฒน์ใช้ถ้อยคำรุนแรงพูดผ่านคลิปวิดีโอซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ระบุว่าจะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นต่อเนื่อง กระทั่งคืนวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุขึ้นจริงในหลายจุด

 "การพูดลักษณะนี้ทำให้สังคมเกิดความสับสน สร้างความปั่นป่วนหวาดระแวงในสังคม ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ซึ่งตำรวจนครบาล ลงความเห็นขอศาลอนุมัติหมายจับนายพรวัฒน์ 2 ข้อหา" พล.ต.ต.อำนวยกล่าว

 รอง ผบช.น.กล่าวอีกว่า การกระทำของนายพรวัฒน์เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 คือ ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

 ส่วนอีกข้อหาคือ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสียหาย หรือชื่อเสียงของผู้ถูกขืนใจนั้น จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยได้กระทำไปเพื่อให้ผู้ถูกข่มขืนใจ ทำให้เสียหาย หรือทำลายเอกสารสิทธิอย่างใดและยักยอก ลหุโทษจำคุก 3 เดือน

 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 21.00-23.30 น. เกิดเหตุคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ปาระเบิดสังหารชนิด เอ็ม 67 ใส่ธนาคารกรุงเทพ 4 สาขา คือ สาขาสีลม ถนนสีลม 19 กรุงเทพฯ สาขาพระราม 2 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ สาขาพระประแดง จ.สมุทรปราการ และสาขาถนนศรีนครินทร์ จ.สมุทรปราการ ต่อมาศาลอนุมัติหมายจับ 1 ใน 2 ผู้ต้องหานั้น

 พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุปาระเบิดใส่ธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม ว่า นอกจากผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว ชุดสืบสวนยังพบหลักฐาน เช่น ตำหนิรูปพรรณที่ชัดเจนมากขึ้นของคนขี่รถจักรยานยนต์ ลักษณะรถที่ใช้ก่อเหตุ และเครื่องแต่งกายของผู้ขับขี่และคนซ้อนท้ายมีความชัดเจนมากขึ้น โดยนำภาพจากจุดอื่นที่ไกลจากจุดเกิดเหตุนำมาประกอบเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางการหลบหนี พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลและแผนประทุษกรรมอื่นๆ กับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.)

 ส่วนจะสามารถออกหมายจับคนขับได้หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ถ้าเอาจากข้อมูลจากที่ประชุมเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ถือว่าใกล้มากยิ่งขึ้นแล้ว เพราะเริ่มเห็นตำหนิรูปพรรณที่ชัดเจนขึ้น

 พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงการดำเนินคดีกับนายพรวัฒน์ว่า ขณะนี้นายพรวัฒน์ซึ่งยังมีหมายจับเดิมอยู่ระหว่างหลบหนี และไม่ทราบว่าหลบหนีไปไหน ตำรวจกำลังหาเบาะแสเช่นกัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยข่าวความมั่นคง ได้จับตาความเคลื่อนไหวของนายพรวัฒน์ ที่เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านเว็บไซต์ยูทูบอย่างต่อเนื่อง หลังจากออกมาพูดจาข่มขู่และทำนายว่าจะเกิดเหตุระเบิดป่วนกรุงในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ กระทั่งเกิดเหตุขึ้นจริงๆ ล่าสุดพบคลิปที่นายพรวัฒน์จัดรายการในโปรแกรมสนทนายอดฮิต "แคมฟรอก" ซึ่งมีเนื้อหาข่มขู่คุกคามสื่อ โดยจะนำมวลชนไปปิดล้อมและปลุกระดมให้จอดรถทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ ให้กรุงเทพฯ เป็นอัมพาต

 สำหรับเนื้อหาช่วงสำคัญของคลิปที่มีความยาวประมาณ 45 นาที ระบุว่า "ที่จะโดนก่อนอันดับแรกเลย คือ ตึกเนชั่นนะครับ ตกลงพรุ่งนี้ เอาแหห่อนะครับ พรุ่งนี้ ใครขับรถผ่านตึกเนชั่นนะครับ ช่วยบอกด้วยนะครับว่า ตกลงมันติดแหแล้ว ถ้าไม่ติดแหนะครับ มึงต้องย้ายเครื่องส่งของมึงทั้งหมดออกไป ออกไป (หัวเราะ) ให้ตกแหไว้ ก็ถือว่าเราแจ้งเตือนนะครับ ส่วนบุคคลที่จะต้องถูกตามล้างตามเช็ดเนี่ยนะครับ ก็มีรายชื่อที่ส่งมาให้ผมเนี่ยนะครับ มีชัชวาลย์ มียายกนกพร มีสำราญ รอดเพชร ส่วนใครที่จะไปปิดล้อมสถานีโทรทัศน์ก็ไป ใครที่จะไปปิดล้อมเอเอสทีวีก็ไป ใครที่จะไปเครือเนชั่นก็ไป บุกยึดเลยครับ ขอจับไมค์เลยก็ได้ "

 นายพรวัฒน์ยังชื่นชมผลงานของตัวเองด้วยว่า "ถือว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่ทำให้สื่อทั้งหมดที่เป็นฝ่ายอธรรมแต๋วแตกได้ เหลือเชื่อจริงๆ นะครับว่า ดีเจตัวเล็กๆ เนี่ยทำให้สื่ออย่างเอเอสทีวี สื่ออย่างไทยโพสต์ แนวหน้า เนชั่น สยามรัฐ แต๋วแตก ร้องกระงองอแงได้ ผมว่าคุ้มค่าจริงๆ สำหรับสื่อราคาแค่ 1,000 บาท สื่อวอยซ์ออฟเทปเนี่ยนะครับแค่พันเดียวเองต่อเดือน แต่เราทำให้สื่อระดับชาติ สื่อระดับโลกสะเทือนได้"

 จากนั้นนายพรวัฒน์กล่าวโจมตีนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า เคลื่อนไหวแอบอ้างเบื้องสูง และยังกล่าวโจมตีแกนนำสามเกลอของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ผูกขาดการนำเพียงกลุ่มเดียว โดยได้ยกตัวอย่างการที่กลุ่มคนเสื้อแดง จ.ยโสธร เชิญ เสธ.แดง ไปออกรายการวิทยุ แต่ถูกกลุ่มแกนนำ นปช.โทรไปข่มขู่ว่า จะตัดขาดจากการเป็น นปช. ทำให้ต้องยกเลิกการเชิญ เสธ.แดง นอกจากนี้ยังโจมตีว่า จุดยืนที่จะนำเอา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้านของแกนนำสามเกลอเปลี่ยนไปหลังจากคดียึดทรัพย์ด้วย

 อย่างไรก็ตาม นายพรวัฒน์ยังยืนยันที่จะเคลื่อนไหวกับแกนนำ นปช.ต่อไป แม้จะมีจุดยืนที่แตกต่างกัน แต่ก็มีเป้าหมายเดียวกัน โดยระบุว่า กองทัพประชาชนแห่งชาติ (กปช.) จะฟังแนวทางการเคลื่อนไหวจาก นปช.

 นายพรวัฒน์ยังกล่าวปลุกระดมให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่จะเดินทางมาชุมนุมใหญ่ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมนี้ จอดรถทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ โดยอ้างว่า รถจำนวนมากคงไม่สามารถเดินทางเข้าสู่ถนนราชดำเนินได้หมด ทั้งยังจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นอัมพาตอีกด้วย

 "ถ้ารถติดตรงไหนก็จอดรถแล้วใช้เดินเอา ปิดประตูล็อกรถแล้วเดินเลย รถนับแสนๆ ล้านๆ คนมันเข้าไปพื้นที่ชั้นในอย่างถนนราชดำเนิน ไม่ได้อยู่แล้ว หรือถ้ามีการตั้งด่านก็จอดรถเลย รถทุกคันเนี่ยห้ามผ่านเลย จอดหน้าด่านเลย ถนนทุกสายก็จะถูกปิด กรุงเทพฯ ก็จะถูกตัดขาดทันที ถึงวันนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องรถแล้ว เผาทิ้งยังได้เลย ชาติสำคัญกว่ารถ สำคัญกว่าลูก สำคัญกว่าเมีย" นายพรวัฒน์กล่าวในตอนหนึ่ง

 เจ้าของฉายาเคทอง กล่าวถึงแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มฮาร์ดคอร์ กปช. ว่า จะมีการปิดล้อมการส่งข้าวส่งน้ำของทหารเพื่อให้ทหารอดข้าวอดน้ำ ซึ่งเชื่อว่าไม่เกิน 2 วัน จะชนะแน่นอน พร้อมทั้งเหน็บแนมว่า ยุทธวิธีดาวกระจายแบบ นปช. ไม่มีทางชนะแน่นอน

 "ไม่เกิน 3 วัน การต่อสู้อย่าให้ยืดยาวนะครับ แต่ถ้าเป็นการต่อสู้แบบสนุกสนานเฮฮา แล้วใช้วิธีการดาวกระจาย เลิกเถอะครับ คนกำลังฮึกเหิม ถ้าหลายวันคนจะกลับบ้าน ท่านสู้หลายวันมันก็จะเหมือนเดิม บุกเข้ามาเที่ยวนี้ก็ล้างบางเลยครับ ส่วน กปช.ก็จะใช้วิธีการที่ถ้ามีการล้อมปราบ กปช. ก็จะใช้วิธีการล้อมอีกชั้นหนึ่ง ทหารที่อยู่ชั้นในก็จะอดข้าว อดอาหาร 2 วัน ก็วางอาวุธแล้วครับ" นายพรวัฒน์กล่าว

 วันเดียวกัน พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รอง ผบก.ปอท. นำกำลังกว่า 20 นาย พร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้นศูนย์อินเตอร์เน็ตดาร์ต้าเซ็นเตอร์ ที่อาคารโทรคมนาคม (CAT TOWER) ชั้นที่ 13  เลขที่ 72 ถนนเจริญกรุง ซอยม่วงแค แขวงและเขตบางรัก กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บเซิร์ฟเวอร์ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต บริษัท CAT จากการตรวจค้นพบเซิร์ฟเวอร์ของโปรแกรมแคมฟรอกห้อง VOICE OF CHANGE  จำนวน 1 เครื่อง เลขที่ไอดี 112.155.3.97 จึงยึดไว้ตรวจสอบ

 พล.ต.ท.ไถง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ก่อนเกิดเหตุปาระเบิดธนาคารกรุงเทพ 4 สาขา นายพรวัฒน์ หรือ "เคทอง" เข้าไปใช้แคมฟรอกในห้องสนทนา "VOICE OF CHANGE" โดยถ่ายทอดสัญญาณให้แก่ผู้เข้าชมใจความตอนหนึ่งว่า “ประกาศสงครามกลางเมืองนับแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป สงครามกลางเมืองเกิดขึ้นแล้วครับ ใครที่เล่นหุ้น ถือหุ้น ถอนออกมาซะ ระเบิดจะดังขึ้นทุกวัน”

 "ข้อความที่ เคทอง พูดออกไป จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ซึ่งเป็นการเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเอตร์ พ.ศ.2552 มาตรา 18 (8) ว่าด้วยยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จำเป็นเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการทราบรายละเอียดแห่งความผิดและผู้กระทำความผิดตาม และความผิด พ.รบ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และมาตรา 14 (2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชนโดยมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือไม่เกิน 1 แสนบาท อย่างไรก็ตาม หลังจากตรวจยึดมาได้จะนำเซิร์ฟเวอรดังกล่าวไปตรวจสอบที่กระทรวงไอซีทีโดยระเอียด" พล.ต.ท.ไถงกล่าว

 วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ เสธ.แดงดอทคอม (www.sae-dang.com) ได้เปิดเผย 53 รายชื่อบัญชีดำที่คนเสื้อแดง "กาหัว" เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำว่า หากบุคคลเชื่อว่าได้รับความเสียหายจากข้อมูลดังกล่าวให้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ รายชื่อบุคคลที่โดนพาดพิงในเว็บไซต์ ได้แก่ 1.กษิต ภิรมย์ 2.แก้วสรร อติโพธิ 3.กนก รัตน์วงศ์สกุล 4.เครือข่ายแวดวงนักข่าวสื่อเห้ 5.คำนูณ สิทธิสมาน 6.จรัญ ภักดีธนากุล 7.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง 8.จำลอง ศรีเมือง 9.จารุวรรณ เมณฑกา 10.ชัยอนันต์ สมุทวณิช 11.ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ 12.ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย 13.แซมดิน เลิศบุศย์ 14.ณรงค์ โชควัฒนา 15.ดุสิต นนทะนาคร 16.เทพชัย หย่อง 17.ธีรยุทธ บุญมี 18.ธีระ ธัญไพบูลย์ 19.เนวิน ชิดชอบ 20.นพดล กรรณิการ

 21.เปรม ติณสูลานนท์ 22.ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา 23.ประสงค์ สุ่นศิริ 24.ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ 25.ปราโมทย์ นาครทรรพ 26.เปลว สีเงิน 27.ประเวศ วะสี 28.พิภพ ธงไชย 29.โพธิรักษ์ 30.ไพศาล พืชมงคล 31.ภูวดล ทรงประเสริฐ 32.มาลีรัตน์ แก้วก่า 33.รสนา โตสิตระกูล 34.วัชระ เพชรทอง 35.วีระ สมความคิด 36.ศิริชัย ไม้งาม 37.ศรัณยู วงษ์กระจ่าง 38.สนธิ ลิ้มทองกุล 39.สมศักดิ์ โกศัยสุข 40.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

 41.สุริยะใส กตะศิลา 42.สำราญ รอดเพชร 43.สุทธิชัย หยุ่น 44.สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (หนูแก้ว) 45.สุเทพ เทือกสุบรรณ 46.สุรพล นิติไกรพจน์ 47.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ 48.หงา คาราวาน 49.อัญชลี ไพรีรัก 50.อนุพงษ์ เผ่าจินดา 51.อานันท์ ปันยารชุน 52.อภิชาต สุขัคคานนท์ และ 53.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า รายชื่อทั้ง 53 คน ในเว็บไซต์ดังกล่าวเคยถูกโพสต์มาก่อนหน้านี้ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ถูกนำมาโพสต์ซ้ำอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หลังสื่อมวลชนได้เผยแพร่ข้อความดังกล่าว ล่าสุดพบว่าถูกลบจากเว็บไซต์แล้ว

 ในการโพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์ดังกล่าว พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า ผู้ที่พาดพิงได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียงสามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้ตามกฎหมาย เพราะเป็นความผิดส่วนตัว หากไม่มีผู้เสียหายมาร้องเรียนพนักงานสอบสวนก็ไม่สามารถสอบสวนทางคดีได้

 ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ติดต่อ พล.ต.ขัตติยะ เพื่อสอบถามถึงคดีดังกล่าว ปรากฏว่ามีพลทหารลูกน้องของ พล.ต.ขัตติยะเป็นผู้รับสายว่า "นายไม่อยู่ ไม่ทราบว่าไปไหน ไม่ได้นำโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย แต่นายสั่งให้จดบันทึกหมายเลขที่โทรศัพท์เข้ามาหาทุกสาย รวมทั้งข้อความทางโทรศัพท์ที่มีผู้ฝากไว้ทุกข้อความ"