ตามรอย 'เคทอง'...บัญชีดำเกรด 2

ชื่อของ "พรวัฒน์ ทองธนบูรณ์" หรือเคทอง คนสนิทของนายทหารคนดัง เป็นที่รู้จักเพียงชั่วข้ามคืน ทันทีที่เขาดาวน์โหลดวิดีโอคลิปจุดชนวนสงครามกลางเมืองขึ้นบนเว็บไซต์ยูทูบ หลังองค์คณะตุลาการมีคำพิพากษายึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 แล้วเกิดระเบิดธนาคารกรุงเทพพร้อมกัน 4 จุด จริงตามคำทำนายของเขาชนิดแม่นเหมือนตาเห็น

 ในวิดีโอคลิปความยาวแค่ 2.55 นาที มีการกล่าวถึงเหตุระเบิดและสงครามกลางเมืองหลายครั้ง เพียงแค่ 2 วันมียอดผู้เข้าชมกว่า 4 หมื่นคน แต่ยังมีวิดีโอฉบับเต็มที่มีความยาวเกือบ 1 ชั่วโมง ที่ขู่อาฆาตบุคคลหลากหลายกลุ่มและสาขาอาชีพ เช่น รัฐมนตรี นักสื่อสารมวลชน อดีต คตส. แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบอบอำมาตย์ และ ส.ว. เป็นต้น

 นับตั้งแต่วิดิโอถูกเปิดเผย เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจต่างเร่งตรวจสอบประวัติของเคทองกันจ้าละหวั่น จนได้ความว่าเขามีชื่ออยู่ในบัญชี "ผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง" สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) !?!

 เคทอง เดิมพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 13 ซอยลาดกระบัง 14/1 แขวงและเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ข้อมูลส่วนตัวรวมถึงประวัติพฤติกรรมถูกรวบรวมอยู่ในแบบฟอร์มข้อมูลผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ในระดับเป้าหมายระดับ 2 จากมือปืนรับจ้าง หมายถึง บุคคลที่เป็นดาวรุ่ง ยังไม่ได้กระทำความผิดในลักษณะมือปืนรับจ้าง แต่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะเป็นมือปืนต่อไปได้ในอนาคต

 ทั้งนี้ อาจจะเคยกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธ เช่น ใช้อาวุธปืนข่มขู่ผู้อื่น ใช้อาวุธปืนเรียกเก็บดอกเบี้ย ใช้อาวุธปืนในการชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ หรือใช้อาวุธปืนในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หรือพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญา

 เคทองเคยถูกศาลจังหวัดมีนบุรีออกหมายจับเลขที่ 91/2553 ลงวันที่ 23 มกราคม 2553 โดยกล่าวหาว่ามีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ต่อมาเขาได้เข้ามอบตัวและมีผู้มายื่นประกันตัวออกไปในวงเงินประกัน 1.5 แสนบาท เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปีเดียวกัน

 เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง บอกว่า จากการตรวจสอบข้อมูลบุคคลทราบว่า เคทองมีภรรยา 1 คน ปัจจุบันหย่าขาดจากกันแล้ว มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้ชายอายุ 25 ปี ทำงานขับรถรับส่งนักท่องเที่ยวอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ส่วนลูกสาวคนเล็กอายุ 20 ปี กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา

 นอกจากนี้ เคทองยังเคยเป็นทหารมาก่อน ในกลุ่มของเขามีบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นมือปืนรับจ้าง 2 คน ได้แก่ "จ่าริน กับ จ่าหลิม" แต่ยังไม่มีหมายจับ ตามแนวทางการสืบสวนพบว่า ทั้งสองมักพกพาอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา มีความถนัดเรื่องการใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 โดยจ่าหลิมตกเป็นผู้ต้องสงสัยใช้เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่กลุ่มพันธมิตรที่ปักหลักอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บสาหัส 2 คน และบาดเจ็บทั่วไปอีก 30 คน

 จ่าหลิมยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดียิงเอ็ม 79 ใส่สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีในเครือผู้จัดการ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 รวมถึงคดียิงเอ็ม 79 ใส่ศาลรัฐธรรมนูญ กลางดึกวันที่ 13 เมษายน 2552 ก่อนจะตามมาด้วยเหตุการณ์เมษาเลือดในปีเดียวกัน โดย จ่าริน จ่าหลิม และเคทอง เป็นคนสนิทนายทหารคนดัง มักจะติดสอยห้อยตามไปไหนมาไหนด้วยกันพร้อมหน้า ทั้งในและต่างประเทศ

 อย่างไรก็ดี ในส่วนของการพิจารณาความผิดที่ปรากฏในวิดีโอคลิปนั้น พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.มือกฎหมายและสอบสวนได้พิจารณาแกะเทปคำต่อคำแล้วพบว่า มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 วรรคสอง บัญญัติเอาไว้ว่า ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายใต้การมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต

 วรรคสองระบุว่า เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี

 "จากการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนพบว่า เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 116 วรรคสอง ชัดเจน เพราะเกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง และมีความไม่สงบเกิดขึ้นในราชอาณาจักร ซึ่งความผิดตามมาตรานี้เคยนำมาใช้ในคดีนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) เป็นแกนนำประชาชนบุกเผาจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนยุค 6 ตุลา 19" พล.ต.ต.อำนวย ระบุ

 นอกจากนี้ เคทองยังมีความผิดฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ฯลฯ มีอัตราโทษจำคุก 3 เดือน ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังทำสำนวนและเตรียมออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา