นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งตั้งทีมเฉพาะของกระทรวงพาณิชย์ ติดตามแก้ปัญหาการกักตุน และน้ำตาลขาดแคลน โดยมีหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำตาล ตั้งแต่โรงงานผลิต ร้านค้าส่ง ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว จนถึงร้านค้าปลีก พร้อมเช็กข้อมูลสต็อก และยอดจำหน่ายย้อนหลัง 2 เดือนตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มเกิดปัญหาน้ำตาลทรายตึงตัวและราคาสูง ว่ามีความผิดปกติและมีการส่งน้ำตาลทรายกระจายไปถึงผู้บริโภคจริงหรือไม่
ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีรายงานว่า โรงงานน้ำตาล และยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ในจังหวัดที่ติดชายแดน มีการลักลอบนำน้ำตาลโควตาในประเทศออกไปจำหน่ายนอกประเทศถึง 1,000 กระสอบ เพื่อเอากำไรจากส่วนต่างราคา รวมถึงมีผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัด มีความพยายามกักตุน และถือโอกาสเรียกรับเงินใต้โต๊ะ เพื่อแลกกับการขายน้ำตาลทราย ทำให้ต้นทุนน้ำตาลปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อราคาขายปลีก
สำหรับจังหวัดที่เข้าสุ่มตรวจสอบ มีเป้าหมาย 10 จังหวัด แบ่งเป็นในภาคกลาง 8 จังหวัด ที่ได้รับร้องเรียนว่าน้ำตาลซื้อยากและขาดแคลน ได้แก่ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สระแก้ว สระบุรี และสุพรรณบุรี รวมถึงอีก 2 จังหวัด บริเวณชายแดนที่ได้รับร้องเรียน คือ ตราด จันทบุรี และหากสถานการณ์น้ำตาลขาดแคลนไม่ดีขึ้น กระทรวงมีแนวคิดจะเพิ่มความเข้มงวด ให้โรงงานน้ำตาล และพ่อค้าหรือผู้ถือครองน้ำตาลรายใหญ่ต้องแจ้งสต็อก และปริมาณการขนย้ายมาที่กระทรวง เพื่อให้ทราบเส้นทางการกระจายน้ำตาลที่ชัดเจนและติดตามปัญหาน้ำตาลทรายได้ดีขึ้น
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ได้รับร้องเรียนจากโรงงานผลิตขนมวาฟเฟิล เพื่อการส่งออกรายใหญ่ใน จ.นครราชสีมา ให้ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำตาลชนิดพิเศษสำหรับผลิตวาฟเฟิล เนื่องจากขณะนี้ รมว.พาณิชย์ ยังไม่ได้ลงนามอนุญาตให้นำเข้าน้ำตาลตามโควตาองค์การการค้าโลกประจำปี 2553 จำนวน 1.3 หมื่นตัน ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถนำเข้าน้ำตาลได้