สกอ.เครียดเยียวยาเด็กพยาบาลเทียบโอนได้บางคน

สกอ.เครียดเยียวยาเด็กพยาบาล เทียบโอนได้บางส่วนเท่านั้น เหตุความรู้ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกเข้าสถาบันใหม่ เตรียมประชุมสถาบันการศึกษาด้านพยาบาลศาสตร์ 59 แห่ง ร่วมกำหนดแนวทางการสอบเทียบ วันที่ 15 มี.ค.และ 17 มี.ค.นี้ ด้าน “ธาดา” ยันเด็กกู้กยศ.ต่อไป หากเรียนในหลักสูตรผ่านการรับรองจากสกอ.

 (3มี.ค.)รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปิดเผยผลการหารือร่วมกับสภาการพยาบาล ผู้แทนเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ผู้แทนคณะพยาบาลในสถาบันอุดมศึกษาเพื่อเยียวยานักศึกษาสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ กรณีวิทยาลัยนครราชสีมา และมหาวิทยาลัยราชธานี ว่า ว.นครราชสีมาและม.ราชธานีมีปัญหาที่แตกต่างกัน ดังนั้นแนวทางการแก้ปัญหาจึงต้องต่างกันด้วย โดยในส่วนของม.ราชธานีมีความชัดเจนอยู่แล้วว่ามหาวิทยาลัยรับนักศึกษาเกินจำนวนที่สภาการพยาบาลกำหนด คือ ได้รับอนุญาตให้รับนักศึกษาพยาบาลได้ 80 คน ซึ่งมีนักศึกษาที่ผ่านระบบแอดมิชชั่นส์ จำนวน 39 คน มีที่ว่างนักศึกษาพยาบาลเหลือเพียง 41 ที่นั่ง แต่ม.ราชธานีกลับใช้วิธีรับตรงนักศึกษาเพิ่มอีกจำนวน 303 คน

 ทั้งนี้ นักศึกษาจำนวน 262 คนที่เหลือ ซึ่งไม่ผ่านการคัดเลือก ต้องย้ายไปศึกษาในคณะอื่นๆ ของมหาวิทยาลัย หรือโอนย้ายไปเรียนในสาขาวิชาอื่นที่ใกล้เคียงกันในสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ เช่น เทคนิคการแพทย์ สาธารณสุขศาสตร์ การแพทย์แผนไทย วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ขณะนี้ผู้บริหารกำลังประสานไปยังสภาการพยาบาลเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาแต่หากสถาบันไม่สามารถหาแนวทางช่วยเหลือนักศึกษาได้ทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ก็จะต้องเข้าไปประสานข้อความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนคณะพยาบาลศาสตร์อีกครั้ง อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีนักศึกษาทยอยลาออกแล้วประมาณ 80 คน จากทั้งหมดที่ได้รับความเดือดร้อน 342 คน ส่วนค่าใช้จ่ายของนักศึกษาที่เป็นค่าเล่าเรียน หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ใช้ไปแล้วตลอด 1 ปีการศึกษาอาจต้องเรียกร้องจากม.ราชธานี

 รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อว่าส่วนกรณีว.นครราชสีมา ขณะที่เกิดเรื่องนักศึกษายังเรียนไม่จบปี1 คือ นักศึกษาเพิ่งเรียนชั้นปี 1 จำนวน 49 คน ซึ่งถ้าจะช่วยในลักษณะที่เรียนใหม่ทั้งหมดสถาบันอื่นคงไม่สามารถทำได้ หากให้สถาบันที่เปิดสอนคณะพยาบาลรับนักศึกษากลุ่มนี้เข้าเรียนด้วยก็จะเข้าไปกันสิทธิ์ของเด็กที่จะเข้าเรียนปีนี้ อีกทั้งขณะนี้เด็กไม่สามารถไปสอบเข้ารับตรงที่สถาบันใดได้แล้ว เนื่องจากไม่มีคะแนนการสอบความถนัดทั่วไปหรือ แกต และการสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการหรือแพต เพราะฉะนั้นต้องหาวิธีเทียบโอนหน่วยกิตไปเรียนยังสถาบันอื่น แต่แนวทางนี้คงเป็นไปได้ยาก หรือสุดท้ายก็ต้องไปเข้าเอกชนซึ่งไม่แน่ใจว่าว.นคราชสีมาจะสามารถช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายได้หรือไม่

 ส่วนนักศึกษาชั้นปีที่ 2, 3,และ 4 สถาบันที่เปิดสอนคณะพยาบาลศาสตร์กว่า 60 แห่งจะรับเข้าเรียนแห่งละ 3-4 คน เท่ากับจะสามารถเยียวยานักศึกษาได้ประมาณ 250 คนแต่ต้องมีการเทียบโอนหน่วยกิตใหม่ เพราะปีที่ผ่านมาเป็นปีที่สภาการพยาบาลไม่รับรองหลักสูตร โดยสกอ.และสภาการพยาบาลจะต้องไปหาวิธีการเทียบโอนหน่วยกิตอีกครั้ง

 รองเลขาธิการกกอ. กล่าวอีกว่า กรณีที่ม.ทั้ง 2 แห่ง รับนักศึกษาพยาบาลทุกชั้นปียกเว้นผู้ที่ไม่จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิทย์ ทางมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยจะสอบเทียบโอนรายวิชาและเทียบความรู้แต่ละชั้นปีเพื่อโอนย้ายไปยังสถาบันใหม่ โดยทางสถาบันใหม่จะเป็นผู้กำหนดข้อสอบคัดเลือกตามหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอน และกลุ่มนักศึกษาพยาบาลที่ไม่ได้จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิทย์ นักศึกษาต้องสอบเทียบโอนรายวิชาและเทียบความรู้ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของสถาบันใหม่จะต้องโอนย้ายไปเรียนในสาขาวิชาอื่น ซึ่งอาจเป็นคณะอื่นในวิทยาลัยนครราชสีมา หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ ทั้งนี้ สภาการพยาบาลจะพิจารณาปรับกระบวนการตรวจสอบ-รับรองหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ เพื่อให้มีผลกระทบต่อนักศึกษาน้อยลงในปีการศึกษาต่อไป

 อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมของสถาบันการศึกษาด้านพยาบาลศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทั้ง 59 แห่ง จะร่วมกำหนดแนวทางการสอบเทียบ เพื่อรับโอนนักศึกษาและประมาณการจำนวนที่จะรับได้ ซึ่งคาดว่าจะรับได้แห่งละ 3-5 คน ซึ่งจะมีการประชุมคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษา ในวันที่ 15 มีนาคม 2553 และในวันที่ 17 มีนาคม 2553 จะมีการประชุมของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก โดยประมาณวันที่ 22-23 มีนาคม 2553จะมีการสรุปกลไก-วิธีการรับนักศึกษาอีกครั้งหนึ่ง

 รศ.นพ.ธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กล่าวว่า ตามหลักการกู้ยืมของกยศ. ผู้ที่มีสิทธิ์กู้ยืมกยศ. ต้องเรียนในหลักสูตรที่กระทรวงศึกษา หรือทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)รับรอง และอนุญาติให้เปิดสอนเท่านั้น แต่ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์กู้ คือนักศึกษาไปเรียนในหลักสูตรที่ไม่ผ่านการรับรอง เพราะฉะนั้นกรณีที่มีปัญหาเรื่องหลักสูตรไม่ผ่านการรับรอง แล้วม.ยังรับนักศึกษาเข้าเรียน หรือสภาการพยาบาล หรือสกอ.รับรองเพียงจำนวนหนึ่ง แต่ม.รับเพิ่มนั้น เรื่องนี้ กยศ.ถือว่าเป็นการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัย ซึ่งในส่วนของกยศ.ได้จัดสรรโควต้าของผู้กู้ตามจำนวนในภาพรวมให้แก่มหาวิทยาลัย อำนาจหน้าที่การบริหารจัดการแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยต้องดำเนินการ

 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนักศึกษาที่ต้องการย้ายที่เรียน คณะสาขาที่ย้ายไปเรียนนั้นต้องผ่านการรับรอง และหากเรียนในสถาบันเดิม จะสามารถกู้กยศ.ต่อไปได้ เพราะถือว่าเป็นผู้กู้เดิม และทางกยศ.ได้มอบอำนาจในการลงนามสัญญาแก่สถานศึกษา แต่หากนักศึกษาย้ายสถานศึกษา ผู้ลงนามในสัญญาจะเปลี่ยนแปลงไป จึงต้องขึ้นอยู่กับสถานศึกษาที่นักศึกษาย้ายไปสังกัด